การฆ่าเชื้อขวดนม

การฆ่าเชื้อขวดนม เคล็ดลับความปลอดภัยที่สำคัญ

เมื่อสัมผัสกับโลกภายนอกพวกเขามีความเสี่ยงต่อสิ่งต่าง ๆ มากมาย! ระบบภูมิคุ้มกันของทารกพัฒนาช้าและต้องได้รับการปกป้องจากแบคทีเรียและสารอันตรายอื่น ๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย

ทำไมต้องฆ่าเชื้อในขวดนม

เนื่องจากทารกมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรียต่างๆได้ง่าย และขวดนมเป็นของใช้ใกล้ตัวที่มีความเสี่ยงของการสะสมเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสต่างๆ หากลูกกินนมจากขวดนมที่มีการสะสมของเชื้อโรค สามารถทำให้เกิดการอาเจียนและท้องเสียได้ ดังนั้นคุณควรฆ่าเชื้อขวดนมทุกครั้ง เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างที่สุดในสิ่งที่เข้าไปในปากของลูกน้อย เนื่องจากปากเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของร่างกายค่ะ

วิธีการฆ่าเชื้อขวดนม

การฆ่าเชื้อขวดควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าขวดนมและอุปกรณ์ล้างอย่างสะอาด ซึ่งมีวิธีการฆ่าเชื้อดังนี้

1. การต้มขวดนมเป็นวิธีการฆ่าเชื้อที่ใช้กันมากที่สุด และยังเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการฆ่าเชื้อขวดนม โดยมีขั้นตอนดังนี้

    • ล้างขวดนม ฝาขวดนมและจุกนมด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
    • ใส่อุปกรณ์ขวดนมทั้งหมดลงในหม้อ เติมน้ำให้ท่วมอุปกรณ์ทั้งหมด
    • นำไปต้มอย่างน้อย 5 นาที จากนั้นปิดแก๊สและปล่อยให้น้ำเย็นลงตามธรรมชาติ
    • หากต้องการใช้ขวดนมทันที ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดสิ่งที่ผ่านการฆ่าเชื้อให้แห้งเพราะสารปนเปื้อนจะผ่านจากผ้าไปยังขวด เพียงเขย่าขวดเพื่อกำจัดน้ำหยดก็เพียงพอแล้วค่ะ
    • ในการเก็บอุปกรณ์ขวดนม ให้ใส่อุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อทั้งหมดในภาชนะที่สะอาดแห้ง

2. การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ(สารเคมีฆ่าเชื้อ) สำหรับการฆ่าเชื้ออุปกรณ์ให้อาหารทารก การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเหล่านี้ควรผสมกับน้ำในอัตราส่วนเฉพาะเพื่อทำน้ำยาฆ่าเชื้อเท่านั้น และแช่อุปกรณ์ขวดนมทั้งหมดในสารละลายอย่างน้อย 2 นาทีหรือตามคำแนะนำที่กำหนดไว้ของผู้ผลิต ก่อนใช้อุปกรณ์ให้สะบัดน้ำหยดและปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ อย่าใช้ผ้าเช็ดจานหรือผ้าเช็ดปากเช็ดให้แห้งอีกครั้ง เนื่องจากอาจทำให้อุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อปนเปื้อน

3. เครื่องนึ่งขวดนม สำหรับอุปกรณ์นึ่งขวดนมเป็นกระบวนการทำงานที่ใช้ความร้อนคล้ายกับการต้ม เพื่อฆ่าจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อไอน้ำสามารถเสียบใช้ไฟฟ้าซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

    • ทำความสะอาดอุปกรณ์ขวดนมทั้งหมด ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
    • วางขวดนมลงล่างไว้ในเครื่องฆ่าเชื้อเพื่อให้ไอน้ำสัมผัสกับพื้นผิวด้านในได้สูงสุด
    • คุณสามารถทิ้งอุปกรณ์ไว้ในเครื่องฆ่าเชื้อจนกว่าคุณจะต้องใช้งาน แต่ตรวจสอบคำแนะนำเกี่ยวกับเวลาการใช้งาน
    • การเปิดใช้งานเครื่องนึ่งขวดนม ควรปฏิบัติตามคำแนะน้ำของผู้ผลิตค่ะ

4. ไมโครเวฟ เพื่อฆ่าเชื้ออุปกรณ์ให้อาหารทารกทำงานบนหลักการเดียวกับเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนม อย่างไรก็ตามภายในไมโครเวฟควรสะอาด เนื่องจากไมโครเวฟมักถูกใช้ในการอุ่นอาหารเป็นประจำค่ะ และวิธีการฆ่าเชื้อในขวดนมด้วยไมโครเวฟให้ทำตามคำแนะนำดังนี้

    • เติมน้ำลงครึ่งหนึ่งของขวดนม อุปกรณ์อื่นให้ใส่ในภาชนะแล้วเติมน้ำลงไปก่อนนำเข้าไมโครเวฟ
    • เวฟด้วยอุณหภูมิสูงเป็นเวลาอย่างน้อย 1.30 นาที และปล่อยให้น้ำเย็นลงตามธรรมชาติ
    • ในการเก็บอุปกรณ์ขวดนม ให้ใส่อุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อทั้งหมดในภาชนะที่สะอาดแห้ง

นอกจากนี้ การเก็บขวดนมหลังจากการฆ่าเชื้อที่ดีที่สุด คือให้ปล่อยอุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อเย็นลง และแห้งเองตามธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการเช็ดลงด้วยผ้าเพราะอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อได้ค่ะ หากคุณจะไม่ใช้ชวดนมเป็นเวลานานมากกว่า 10 ชั่วโมง ควรเก็บไว้บนพื้นผิวที่ผ่านการฆ่าเชื้อจนแห้ง และยังรวมถึงการล้างมือให้สะอาดก่อนการเตรียมขวดนมหรืออาหารให้ลุกของคุณค่ะ

เคล็ดลับความปลอดภัยในการเลือกใช้ขวดนมและการฆ่าเชื้อ

    • ควรซื้อขวดพลาสติกที่ปลอดสารพิษปราศจาก BPA และสารเคมีอื่นๆ
    • หลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุในบ้าน ดังนั้นควรวางอุปกรณ์สำหรับฆ่าเชื้อ เช่น หม้อต้มขวดนม เครื่องนึ่งขวดนม ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ ฯลฯ ให้ห่างจากมือลูกน้อย
    • จุกนมควรเลือกใช้ที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ทนทานต่อความร้อนเพราะการต้มอาจทำให้จุกนมแตกได้ค่ะ
    • หมั่นตรวจสอบสภาพของขวดนมและอุปกรณ์สม่ำเสมอค่ะ เช่น จุกนมการสึกหรออาจนำไปสู่การไหลของน้ำนมจำนวนมาก ทำให้ลูกน้อยสำลักน้ำนมได้ค่ะ ฯลฯ

การฆ่าเชื้อขวดนมและอุปกรณ์เสริมสำหรับทารกจึงมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับลูกน้อย เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกคุณ ลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยหรือติดเชื้อไวรัสต่างๆได้ค่ะ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here