ความสำคัญของหน้ากากอนามัย

การสวมหน้ากากอนามัยสามารถป้องกันเชื้อไวรัสได้หรือไม่ คำถามที่หลายๆท่านสงสัยเนื่องจากในช่วงที่นี้บ้านเรากำลังประสบปัญหามลพิษทางอากาศฝุ่น PM 2.5 และมีการแพร่ระบาดของเชื้อไว้รัสโคโรนา(โควิด-19)ที่มีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันและเกิดการกักตุนหน้ากากอนามัยส่งผลให้หน้ากากอนามัยหรือแมสปิดจมูกขาดตลาดอีกทั้งราคาค่อนข้างสูงค่ะ ดังนั้นวันนี้เราจะมาเทียบให้ดูชัดๆถึงประเภทของหน้ากากอนามัยแบบไหนควรใช้ในสถานการณ์ไหน และใครบางที่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยค่ะ 

หน้ากากอนามัยหรือแมสปิดจมูกที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป ได้แก่

  • หน้ากากอนามัยใยสังเคราะห์สามชั้น หรือหน้ากากทางการแพทย์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าแมสปิดจมูก หน้ากากชนิดนี้นิยมใช้ทั่วไปโดยเฉพาะทางการแพทย์เป็นส่วนใหญ่ หาซื้อได้ง่ายราคาไม่แพงและเป็นชนิดที่ใช้แล้วทิ้งไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ สามารถป้องกันการติดต่อจากโรคระบบทางเดินหายใจจากการไอหรือจาม เช่น ไข้หวัด ฯลฯ มักใช้ในทางการแพทย์ค่ะ แต่ไม่สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพเนื่องจากฝุ่นนี้มีอนุภาคเล็กมากกว่า 2.5 ไมครอนค่ะ 
  • หน้ากากอนามัย N95 เป็นหน้ากากอนามัยที่สามารถตอบโจทย์ในการป้องกันเชื้อไวรัส สารปนเปื้อนขนาดเล็กและฝุ่น PM2.5 ได้มีประสิทธิภาพสูงกว่าหน้ากากอนามัยทั่วไป และราคาแพงกว่าหน้ากากประเภทอื่นๆ ซึ่งหน้ากากชนิดนี้มักใช้ในการทำงานกับสารเคมีหรือทางการแพทย์ที่ต้องป้องกันการติดเชื้อสูงค่ะ
  • หน้ากากอนามัยแบบผ้า นิยมผลิตจากผ้าฝ้าย ผ้าสาลูสามารถซักนำกลับมาใช้ใหม่ได้และสามารถป้องกันฝุ่นขนาดใหญ่ได้แต่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อหรือฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในปัจจุบันมีการผลิตแผ่นกรองคาร์บอนที่สามารถใช้ร่วมกับหน้าอนามัยแบบผ้าได้และสามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กและเชื้อโรคได้ค่ะ แต่ข้อเสียของหน้ากากผ้าคือไม่มีสารเคลือบป้องกันความชื้นจากการไอหรือจามค่ะ จึงเป็นทางเลือกสำหรับบุคคลทั่วไปที่ยังไม่ป่วยค่ะ

หน้ากากอนามัยควรใส่เมื่อไร 

คำแนะนำการใช้หน้ากากอนามัยจากสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ในสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ COVID-19 สำหรับประชาชนทั่วไป ได้แก่

  • สำหรับบุคคลทั่วไปที่สบายดี การสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาในที่สาธารณะ ไม่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสและอาจเพิ่มความเสี่ยงหากใช้ไม่ถูกวิธี เพราะจะเพิ่มโอกาสของการใช้มือสัมผัสใบหน้า ปากและจมูกค่ะ
  • ควรสวมหน้ากากอนามัยเมื่อ
  • ป่วยเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เช่น มีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล อาทิ ไข้หวัดใหญ่ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น
  • บุคคลที่ต้องดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจใกล้ชิด
  • บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องให้การดูแลผู้ป่วย
  • เข้าไปในสถานที่ชุมชนที่มีคนแออัด อากาศถ่ายเทไม่ดี เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ โรงหนัง โรงพยาบาล เป็นต้น
  • หากจำเป็นต้องการจะใส่หน้ากากอนามัย ควรใส่อย่างถูกต้อง คือ ห้ามจับหน้ากากเมื่อใส่แล้ว หากถอดแล้วต้องทิ้งเลยห้ามใช้ซ้ำ ล้างมืออย่างถูกต้องก่อนและหลังใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อค่ะ

นอกจากนี้สำหรับครอบครัวที่มีเด็กการสวมใส่หน้ากากอนามัยอยากเป็นเรื่องยุ่งยาก โดยเฉพาะเด็กเล็กเมื่อใส่หน้ากากอนามัยซึ่งมักจะสร้างความรำคาญและทำให้หายใจไม่สะดวก ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับเด็กคือการรักษาสุขอนามัยให้กับลูกน้อยได้แก่ การรักษาความสะอาดของใช้ส่วนตัวของลูก การล้างมือก่อนการสัมผัสลูกหรือการปรุงอาหารให้ลูกทาน ในเด็กโตควรฝึกให้เด็กล้างมือด้วยสบู่ก่อน-หลังรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปสถานที่ชุมชนโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อโรคค่ะ