สมองของเด็กแรกเกิด ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

สมองของเด็กเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุด หากเริ่มมีการแบ่งเซลล์ โดยตามธรรมชาติ จะกำหนดว่าเซลล์กลุ่มไหนที่จะอยู่ตรงส่วนไหน สมอง ไขสันหลัง ระบบประสาท หรืออวัยวะต่าง ๆ เช่น หัวใจ ตับ ปอด ไต กระดูก แขน ขา ฯลฯ ส่วนที่เจริญเป็นสมอง ตา และไขสันหลังจะเริ่มก่อตัวตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 4-5 สัปดาห์

การพัฒนาของสมองเด็กแรกเกิด จะพัฒนาตั้งแต่อยู่ในท้องคือช่วงที่คุณแม่มีอายุครรภ์ 25 วัน ไปจนถึงได้กำหนดคลอด และยังพัฒนาอีกเรื่อยๆ เป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ เพราะเซลล์ประสาทจะเพิ่มขึ้นและเชื่อมโยงวงจรประสาทอย่างชัดเจน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ที่ดูแลลูกที่อยู่ในครรภ์อย่างดี มีส่วนช่วนในการพัฒนาการทางสมองเด็กได้เป็นอย่างดี

อีกเรื่อง 1 ที่ขาดไม่ได้คือ อาหาร คุณแม่ควรจะต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่ โดยเฉพาะสารอาหารที่เรียกว่า โฟเลต ซึ่ง ส่วนมากจะพบได้ในผักใบเขียว โฟเลต และสารอาหารอื่นๆ มีความสำคัญมากต่อสมอง ซึ่งหากรับสารอาหารไม่เพียงพอ ก็อาจเสี่ยงทำให้สมองมีความบกพร่องก็เป็นได้ หรือ อาจจะทำให้ผิดปกติทางร่างกายในส่วนอื่นๆ และนอกจากนี้คุณแม่ควรได้รับ DHA ที่จะพบมากในปลา ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองของลูกในครรภ์ด้วย

พ่อคือตัวช่วยอย่างดีในการพัฒนาสมองของลูกน้อย

เซลล์สมองและเซลล์ประสาทของเด็กแรกเกิดจะมีไม่มากนักถ้าเทียบกับ เด็กที่มีอายุ 3 เดือน ที่เซลล์สมอง และเซลล์ประสาทและเซลล์สมอง จะงอกแตกออกมาก และยิ่งถ้าได้รับการสัมผัส การสนทนาระหว่างพ่อแม่ กับลูก ก็ทำให้เซลล์สมองเพิ่มขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงแต่ทำให้เซลล์สมองเพิ่มขึ้นแล้ว การเชื่อมต่อของเซลล์สมองและเซลล์ประสาทจะเพิ่มขึ้นด้วย จำนวนเซลล์สมองและเส้นใยประสาทจะเพิ่มขึ้นมากที่สุดในอายุ 2 ปีแรก วัยนี้จึงเป็นเวลาทองของชีวิตที่พ่อแม่จะมอบสิ่งที่ดีให้ลูก

ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาสมองของลูกในท้อง

  • 1.พันธุกรรมของพ่อแม่ซึ่งจะถ่ายทอดไปสู่ลูกได้
  • 2. โภชนาการที่เหมาะสม มีผลโดยตรงต่อการสร้างอวัยวะต่างๆ ของลูก
  • 3. ทำจิตใจให้เบิกบาน ตัดความกังวลและความเครียดต่างๆ
  • 4. หลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษและสารเคมี ยา หรือฮอร์โมนที่แม่ได้รับเข้าร่างกาย
  • 5. ภาวะโรคติดเชื้อบางอย่างอาจมีผลต่อสมองของลูก

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here