ไวรัสตับอักเสบบี ในเด็ก

ไวรัสตับอักเสบบี เป็นโรคตับที่เกิดจากการติดเชื้อที่ร้ายแรงชนิดหนึ่งของตับ ไวรัสตับอักเสบบีเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นไวรัสที่มีเลือด น้ำเชื้อ และน้ำหลั่งอย่างอื่น เช่น น้ำเหลือง เป็นพาหะเนื่องจากมันถูกส่งผ่านจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่งผ่านทางเลือดหรือของเหลวที่มีเลือดอยู่ในนั้น และส่วนใหญ่จะหายไปภายในหนึ่งถึงสองเดือนโดยไม่ต้องรักษา โรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีนั้นแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบบีขนิดเฉียบพลัน และไวรัสตับอักเสบบีขนิดแบบเรื้อรังค่ะ

อาการไวรัสตับอักเสบบีในเด็ก

อาการไวรัสตับอักเสบบีในเด็ก

ไวรัสตับอักเสบบี ส่วนใหญ่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ตับ เมื่ออยู่ในร่างกายไวรัสทำให้เซลล์เหล่านี้ตายสามารถทำให้ตับถูกทำลายและเกิดภาวะตายวายได้ค่ะ ในเด็กที่เป็นโรคตับอักเสบบีส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการรุนแรงและกลายเป็นพาหะเรื้อรังค่ะ ไวรัสตับอักเสบบีชนิดเฉียบพลันอาการที่พบบ่อยที่สุดคือ ผิวสีเหลืองและตา(ดีซ่าน) ปัสสาวะสีเข้มและอุจจาระสีอ่อน อาการอื่นๆ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ผื่น ปวดข้อ เป็นต้น บางรายอาจมีอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะตับวายได้ ในส่วนของไวรัสตับอักเสบชนิดเรื้อรังจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มพาหะจะไม่มีอาการแต่สามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ และกลุ่มตับอักเสบเรื้อรังพบบ่อยในเด็กที่ติดเชื้อตั้งแต่แรกเกิดค่ะ การวินิจฉัยไวรัสตับอักเสบบีตรวจจากเลือดเพื่อตรวจการอักเสบของตับ สำหรับกรณีเรื้อรังอาจจำเป็นต้องตรวจชิ้นเนื้อตับค่ะ

การรักษาไวรัสตับอักเสบบี

การรักษาไวรัสตับอักเสบบี

การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเฉียบพลันอาการของโรคไวรัสตับอักเสบบีสามารถดูแลที่ได้ที่บ้านและรักษาได้ด้วยยา ในส่วนของโรคตับอักเสบเรื้อรังอาจได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเพื่อลดความเสียหายของตับแต่ไม่สามารถรักษาการติดเชื้อได้ค่ะ ซึ่งการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบบีในเด็กคือการพักผ่อนและหยุดกิจกรรมตามปกติเป็นระยะเวลาเหนึ่ง การดื่มน้ำมากๆให้เพียงพอต่อร่างกาย และที่สำคัญมากๆคือต้องพบแพทย์ตามนัดเพื่อต้องตรวจสอบสภาพของตับค่ะ เพราะมีความเสี่ยงของการเกิดแผลเป็นและตับวายได้ค่ะ

การป้องกันไวรัสตับอักเสบบี

การป้องกันไวรัสตับอักเสบบี

สิ่งสำคัญสำหรับเด็กคือต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี โดยผู้ที่ควรฉีดวัคซีนมากที่สุดคือ เด็กแรกเกิดค่ะ

สุขภาพของลูกน้อยเป็นสิ่งสำคัญเป็นจุดเริ่มต้นของการเจริญเติบโตเหมาะสมกับวัยค่ะ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญของการฉีดวัคซีนค่ะ เพราะการฉีดวัคซีนเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆในเด็กค่ะ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here