อาการแพ้ถั่วในเด็ก

อาการแพ้ถั่วในเด็กอันตรายใกล้ตัวกว่าที่คิด เนื่องจากถั่วมักเป็นส่วนผสมในอาหาร นม และขนมสำหรับเด็กหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจยังไม่ทราบว่าลูกน้อยมีอาการแพ้ถั่วหรือไม่ ทำให้เผลอทานเข้าไปแล้วเกิดอาการแพ้ได้ค่ะ บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่มารู้จักกับอาการแพ้ถั่ว พร้อมวิธีการป้องกันค่ะ การแพ้ถั่วพบได้บ่อยในเด็กที่มีอาการแพ้อื่นๆ เช่น ฝุ่นละออง ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ ผู้ป่วยโรคหอบหืด รวมถึงมีอาจมีอาการแพ้อาหารร่วมด้วย เช่น นม ไข่ ข้าวสาลี ฯลฯ สาเหตุของการแพ้สิ่งต่างๆนั้น ไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน อาจมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารที่ส่วนประกอบจากถั่วในช่วงอายุ 6-12 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายของเด็กยังมีระบบภูมิต้านทานต่ำ หรือเกิดจากพันธุกรรมเนื่องจากพบประวัติของคนในครอบครัวมีอาการแพ้เช่นกันค่ะ อาการแพ้ถั่วมักจะแสดงอาการทันที หรือหลังจากรับประทานถั่ว อาหารที่มีส่วนประกอบจากถั่วในหนึ่งชั่วโมง โดยจะแสดงอาการตั้งแต่เล็กน้อยถึงปานกลาง ได้แก่ คัน ผื่นแดง ปาก ลิ้น หรือตาบวมแดง คลื่นไส้ อาเจียนหรือท้องเสีย และแสดงอาการแพ้อย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ การทำงานของเลือดและหัวใจ ทำให้หายใจติดขัด แน่นหน้าอก ซึ่งมีโอกาสช็อกและเสียชีวิตได้ค่ะ ควรรีบพบแพทย์ทันที การรักษาโรคภูมิแพ้ถั่วนั้น ปัจจุบันไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นการรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น ซึ่งหากพบว่าลูกมีอาการแพ้ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงทีต่อไปค่ะ การป้องกันการแพ้ถั่วที่ดีที่สุดคือ การหลีกเลี่ยงการรับประทานถั่ว หรืออาหารที่มีส่วนประกอบจากถั่ว ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรระวังเรื่องอาหารเป็นพิเศษ เพราะปัจจุบันนี้อาหารหรือขนมส่วนใหญ่มักมีถั่วเป็นส่วนผสมค่ะ อาทิเช่น...

โรคลำไส้อักเสบในเด็ก

โรคลำไส้อักเสบในเด็ก เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็กเล็ก เกิดจากการติดเชื้อของลำไส้ที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียถ่ายเหลวเป็นน้ำ หรือมีอาการอาเจียนร่วมด้วย ลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อพบได้จากเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย โดยเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของลำไส้อักเสบในเด็กที่พบบ่อยที่สุดคือไวรัสโรต้า ซึ่งสามารถติดต่อกันได้ง่าย การสัมผัสกับอุจจาระ สารคัดหลั่ง ของเล่น สิ่งของเครื่องใช้ที่มีการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสนำเข้าปาก โดยทั่วไปอาการจะค่อยๆทุเลาขึ้นและหายเองได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือภาวะร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง อาจทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้ค่ะ ดังนั้นบทความนี้จึงรวบรวมข้อมูล อาการ และการดูแลรักษาลูกน้อยมาฝากค่ะ สาเหตุโรคลำไส้อักเสบในเด็ก สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ การติดเชื้อไวรัส(โนโรไวรัส โรต้าไวรัส ฯลฯ) เชื้อแบคทีเรีย(ซาลโมเนลลา ชิเกลลา ฯลฯ) หรือปรสิต(คริปโตสปอริเดีย ฯลฯ) โดยรับประทานอาหารหรือน้ำดื่ม การสัมผัสสิ่งของที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรค รวมถึงการใกล้ชิดกับผู้ป่วย โรคลำไส้อักเสบสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย แต่พบบ่อยในเด็กวัยอนุบาล เนอเซอรี่ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กๆยังเจริญเติบโตยังไม่เต็มที่ค่ะ อาการโรคลำไส้อักเสบในเด็ก โรคลำไส้อักเสบในเด็กจากการติดเชื้อไวรัส อาการหลักๆที่พบคือ อาเจียนนำก่อนจะมีอาการท้องเสียถ่ายเหลวเป็นน้ำ ถ่ายเป็นฟอง ก้นขึ้นผื่นแดงจากการถ่ายบ่อย รู้สึกไม่สบายท้อง และไม่ต้องการกินหรือดื่มนม ในบางรายมีไข้หรือไอร่วมด้วย โรคลำไส้อักเสบในเด็กจากการติดเชื้อแบคทีเรีย อาการหลักๆที่พบคือ อาเจียนนำก่อนจะมีอาการถ่ายปนเลือดไม่สบายท้อง ปัสสาวะน้อย ในบางรายมีไข้หรือซึมร่วมด้วย นอกจากนี้ หากพบว่าลูกมีอาการซึม ร้องไห้งอแง อาเจียนติดต่อกันหลายชั่วโมง ถ่ายเหลวหรือถ่ายปนเลือด มือเท้าเย็น กระสับกระส่าย ตัวซีด...

โรคหลอดลมฝอยอักเสบในเด็ก

โรคหลอดลมฝอยอักเสบ(bronchiolitis) เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ พบบ่อยในเด็กแรกเกิดถึง 8 ปี และมักพบอาการรุนแรงในเด็กอายุ 6-12 เดือน โรคหลอดลมฝอยอักเสบเกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มอาร์เอสวี ทำให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ ส่งผลให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก ซึ่งโรคนี้สามารถติดต่อกันได้ง่ายเช่นเดียวกับโรคหวัด การไอ จามรดกัน การคลุกคลีกับผู้ป่วย หรือการสัมผัสการใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย เชื้อไวรัสดังกล่าวจะมีระยะฟักตัว 2-5 วันหลังจากได้รับเชื้อค่ะ ดังนั้นบทความนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโรคหลอดลมฝอยอักเสบ รวมถึงวิธีการดูแลรักษามาฝากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ อาการโรคหลอดลมฝอยอักเสบในเด็ก เนื่องจากโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มอาร์เอสวี ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายเป็นหวัด คือ มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูกไหล ฯลฯ หลังจาก และ 2-5 วันต่อมา อาการไอแย่ลงและเริ่มมีปัญหากับการหายใจ หายใจเร็ว หอบ เหนื่อน หายใจมีเสียงหวีด กินอาหารหรือดื่มนมลำบาก ระบบทางเดินหายใจทำงานหนัก ซึ่งสังเกตได้จากการหายใจของเด็ก ปีกจมูกบาน ในบางรายอาจมีอาการปากเขียวซีดร่วมด้วย ฯลฯ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ภาวะอุดกลั้นระบบทางเดินหาย ภาวะปอดแฟบจากการอุดกั้นของหลอดลม กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ในบางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ และภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง มักพบในเด็กที่คลอดก่อนกำหนด เด็กอายุต่ำกว่า...

โรคเกล็ดเลือดต่ำไอทีพีในเด็ก

โรคเกล็ดเลือดต่ำไอทีพีในเด็ก โรคเกล็ดเลือดต่ำไอทีพี (ITP : Idiopathic thrombocytopenic purpura) เป็นภาวะเลือดออกง่ายโดยที่ไม่สามารถจับตัวเป็นลิ่มเลือดได้ เพราะจำนวนเกล็ดเลือดที่น้อยกว่า 150,000 เกล็ดต่อไมโครลิตร เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายเกล็ดเลือด หากเด็กที่มีเกล็ดเลือดมักจะพบรอยช้ำ เป็นจ้ำเลือด หรือจุดแดงใต้ผิวหนัง พบบ่อยในช่วงอายุ 2 - 6 ปี และมักจะหายเป็นปกติภายใน 6 เดือนค่ะ และ สาเหตุของโรคเกล็ดเลือดต่ำไอทีพีในเด็กนั้น มักเกิดจาการติดเชื้อไวรัส ทำให้ร่างกายผลิตแอนติบอดีต่อเกล็ดเลือด ทำให้พวกมันถูกทำลายในม้ามส่งผลให้จำนวนเกล็ดเลือดลดต่ำลง อาการโรคเกล็ดเลือดต่ำไอทีพีในเด็ก สามารถสังเกตได้ดังนี้ รอยฟกช้ำ จ้ำเลือดสีม่วงปนเหลือง ขึ้นตามร่างกายโดยที่ไม่ได้โดนกระแทก มีผื่น จุดเลือดเล็กๆ คล้ายยุงกัดแต่ไม่นูนหรือคัน ตามแขนขามากกว่าสิบจุด เลือดกำเดาไหลบ่อย หรือเลือดออกในปาก คลำเจอก้อนแข็งในท้องลูก กรณีนี้ควรพบแพทย์โดยด่วนค่ะ การรักษาโรคเกล็ดเลือดต่ำไอทีพีในเด็ก การรักษาขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยภาวะเกล็ดเลือดต่ำของแททย์ เกี่ยวกับทางเลือกการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับลูกขอบคณ เช่น ในกรณีที่ไม่รุนแรงจะสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องทำการรักษา ยากลุ่มสเตียรอยด์ เพื่อเพิ่มจำนวนเกล็ดเลือด การถ่ายเลือดเพื่อหยุดร่างกายจากการทำลายเกร็ดเลือดของมันเอง ทั้งนี้ ผู้ป่วยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ และต้องเข้ารับการติดตามผลตลอดการรักษา การดูแลเด็กที่ป่วยโรคเกล็ดเลือดต่ำไอทีพี หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดอาการฟกช้ำ หรือเลือดออกได้ง่าย เช่น กิจกรรมโลดโผน วิ่ง ปั่นจักรยาน เตะบอล...

ปัญหาลูกฉี่รดที่นอน

ปัญหาปัสสาวะรดที่นอนของเด็กๆ เป็นเรื่องธรรมดามากของเด็กๆอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตามธรรมชาติและเด็กๆ และจะน้อยลงเมื่อโตขึ้น การปัสสาวะรดที่นอนมักพบในเด็กผู้ชายมากกว่าผู้หญิงค่ะ ปัจจัยที่ทำใหเด็กๆปัสสาวะรดที่นอนนั้น ยังไมีทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตามธรรมชาติและเด็ก ๆ ได้แก่ แนวโน้มเกืดจากทางกรรมพันธ์ มีกระเพาะปัสสาวะขนาดเล็ก การะทำงานของไตในเด็กยังคงผลิตปัสสาวะจำนวนมากในเวลากลางคืน ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายจะมีการผลิตปัสสาวะน้อยลงเมื่อนอนหลับ อาการท้องผูกเรื้อรังส่งผลให้กล้ามเนื้อควบคุมการขับถ่ายได้น้อยลง การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะการติดเชื้อทำให้เด็กควบคุมปัสสาวะได้ยาก ในบางรายทางการแพทย์อาจไม่ทราบถึงสาเหตุของการปัสสาวะรดที่นอนของเด็ก เป็นต้น การรักษาและการป้องกันปัญหาปัสสาวะรดที่นอนของเด็กๆ เนื่องจากการปัสสาวะรดที่นอน แนวโน้มการเกิดขึ้นในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรกของการนอนหลับ และมีวิธีการรักษา ได้แก่ การสร้างจิจวัตรประจำ ด้วยกสรฝึกให้ลูกเข้าห้องน้ำปัสสาวะก่อนนอน ซึ่งเป็นวิธีการป้องกันลูกปัสสาวะรดที่นอนได้ดีที่สุด การจำกัดปริมาณของเหลวที่เด็กดื่มในตอนเย็น การใส่แพมเพิสเพื่อช่วยดูดซับปัสสาวะซ้ำได้ในขณะนอนหลับ การใช้ยาในเด็กบางราย ซึ่งแพทย์จะรักษาตามความเหมาะสมสำหรับแต่ละคน การปัสสาวะรดที่นอนควรพบแพทย์เพื่อหาความผิดปกติค่ะ เมื่อพบว่าลูกอายุ 6 ปีขึ้นไป ไม่สามารถกลั้นปัสสะวะได้ หรือปัสสาวะรดที่นอนติดต่อกันหลายครั้งต่อเดือน มีอาการบวมของเท้าหรือข้อเท้า รู้สึกแสบร้อนหรือปวดเมื่อฉี่ เป็นต้น การปัสสาวะรดที่นอนซึ่งเป็นปัญหาที่หลายครอบครัวต้องเผชิญทุกคืนและเครียดมาก แต่สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรทำคือ การดุหรือทำโทษ ไม่ควรพูดต่อหน้าคนอื่น เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกเขินอาย และรู้สึกแย่สร้างความกังวลให้กับตัวเด็กค่ะ คุณพ่อคุณแม่ต้องอดทนอดทน เข้าใจและใส่ใจค่ะ เพราะการปัสสาวะเป็นเวลาของเด็กๆสามารถฝึกฝนได้ค่ะ แอดมินขอเป็นกำลังใจให้กับคุณแม่และเด็กๆที่กำลังฝึกการขับถ่ายค่ะ

โรคไข้ละอองฟาง

สวัสดีค่ะ บทความนี้เราจะพาคุณพ่อคุณแม่มารู้จักกับไข้ละอองฟาง สาเหตุและการดูแลรักษาอย่างไร ไข้ละอองฟาง(Hay fever) หรือโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือที่เรียกกับว่า โรคแพ้อากาศ ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากภูมิแพ้เยื่อบุภายในโพรงจมูก เป็นการอักเสบของเยื่อบุจมูกชนิดไม่มีการติดเชื้อ โดยการหายใจรับสารก่อภูมิแพ้เข้าไป และสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี ทำไมถึงเรียกว่า “ไข้ละอองฟาง” เนื่องจากสารที่ก่อภูมิแพ้ทำให้เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบนั้น ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากละอองฟาง ละอองดอกหญ้า ละอองหญ้าแห้ง ละอองเกสรดอกไม้ ไรฝุ่น เป็นต้น และปัจจัยอื่นๆที่เสี่ยงให้เกิดโรคไข้ละอองฟอง ได้แก่ กรรมพันธ์ โดยมักพบประวัติของคนในครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดนั้น ผู้ป่วยโรคหืด หรือโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ความผิดปกติของโพรงจมูกที่ส่งผลต่อการหายใจของผู้ป่วย สภาวะแวดล้อมที่มีสารก่อโรคภูมิแพ้ อุณหภูมิที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลต่อโพรงจมูกการหายใจ นอกจากนี้โรคไข้ละอองฟอง ยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆได้ เช่น โรคไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ ภาวะอุดกลั้นทางเดินหายใจ เป็นต้น อาการโรคไข้ละอองฟาง อาจมีอาการต่างๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอาการ ได้แก่ อาการทั่วไป เช่น ไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ เป็นต้น อาการส่งผลกระทบทางจมูก เช่น คันจมูก การจามบ่อยครั้ง คัดจมูก น้ำมูกไหลปิดกั้นจมูก (จมูกหนึ่งหรือทั้งสองข้าง) เป็นต้น อาการส่งผลกระทบทางตา เช่น...

โรคเยื่อบุตาอักเสบในเด็ก

โรคเยื่อบุตาอักเสบในเด็ก เยื่อบุตาอักเสบ(Conjunctivitis) หรือโรคตาแดง เกิดจากการติดเชื้อที่ส่งผลกระทบต่อเยื่อใสที่ครอบคลุมตาขาวและด้านในของเปลือกตา ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากไวรัส แบคทีเรีย หรือเกิดจากสารที่ก่อภูมิแพ้ ทำให้เยื่อบุตาอักเสบ บวมแดง ระคายเคือง โรคตาแดงเป็นโรคที่พบได้ทั่วไปสามารถเป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สามารถติดต่อกันได้ง่ายโดยการสัมผัส สิ่งของปนเปื้อนเชื้อแล้วนำเข้าปาก หรือสัมผัสใบหน้า หรือจากการขยี้ตา เป็นต้น สาเหตุของโรคเยื่อยุตาอักเสบ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิเช่น เยื่อบุตาอักเสบจากการติดเชื้อ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งสามารถติดต่อได้ง่าย เช่น การสัมผัส การหยิบจับสิ่งของที่มีการปนเปื้อนเชื้อแล้วนำเข้าปาก หรือการสัมผัสใบหน้า การขยี้ดวงตา การใกล้ชิดกับผู้ป่วย สัมผัสสารคัดหลั่งการไอหรือจาม รวมถึงการใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย เป็นต้น เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ เกิดจากปฏิกิริยาการแพ้ การสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เช่น ละอองเกสรดอกไม้ ไรฝุ่น พชบางชนิด ฯลฯ และมักพบในเด็กที่มีประวัติของการแพ้ เช่น ไข้ละอองฟาง โรคหืด ฯลฯ โรคเยื่อบุตาอักเสบชนิดนี้ไม่ทำให้ติดต่อกันหรือแพร่จากคนสู่คนได้ อาการโรคเยื่อบุตาอักเสบ อาจมีความแตกต่างกันตามสาเหตุของการเกิดโรค ซึ่งอาการมักจะเกิดขึ้นภายใน 24 - 72 ชั่วโมงหลังจากติดเชื้อ และสามารถหายเองได้ใน 1-3 สัปดาห์ ซึ่งส่วนใหญ่มักมีอาการ ดังนี้ ...

ฮอร์โมนการเจริญเติบโตบกพร่อง

ภาวะฮอร์โมนการเจริญเติบโตบกพร่องคืออะไร และส่งผลอย่างไรกับลูกน้อยบ้าง วันนี้เราจะมาหาคำตอบรวมถึงวิธีการดูแลและป้องกันค่ะ ฮอร์โมนการเจริญเติบโต หรือโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) คือฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ถูกสร้างจากต่อมใต้สมองเป็นฮอร์โมนที่มีความจำเป็นต่อเด็ก เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูกให้เจริญเติบโตสมวัย หากเด็กคนไหนขาดฮอร์โมนตัวนี้ จะทำให้เป็นเด็กตัวเตี้ยแคระแกนค่ะ โกรทฮอร์โมนในผู้ใหญ่ก็มีความจำเป็นเช่นกัน เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ กระดูก ลดความเสี่ยงการเกิดโรค ชะลอความแก่ก่อนวัยอันควร เป็นต้น ซึ่งปริมาณของโกรทฮอร์โมนในร่างกายของแต่ละคนจะแตกต่งกันออกไป ตามกิจกรรม การดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ช่วงอายุที่แตกต่างกัน ฯลฯ สาเหตุภาวะฮอร์โมนการเจริญเติบโตบกพร่อง ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งอาจเกิดจากการทำการที่ผิดปกติของต่อมใต้สมอง หรือการพัฒนาการของร่างกาย ศีรษะหรือรูปหน้าที่ผิดปกติ เป็นต้น ลักษณอาการของเด็กที่มีภาวะฮอร์โมนการเจริญเติบโตบกพร่อง ซึ่งจะเห็นได้ชัดในเด็กอายุ 2-3 ปี โดยจะมีลักษณะอาการ ได้แก่ เด็กจะตัวเตี้ยกว่าเด็กๆ ในวัยเดียวกัน หรือต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน หรือส่วนสูงหยุดคงที่ ลักษณะมือและเท้าจะดูอ้วน เมื่อเทียบกับร่างกาย หน้าจะดูเด็กกว่าอายุจริง หรือเมื่อเทียบกับเด็กๆในวัยเดียวกัน เด็กจะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นช้า หรือบางทีอาจไม่เข้าสู่วัยรุ่นเลย เป็นต้น การรักษาภาวะฮอร์โมนการเจริญเติบโตบกพร่อง เด็กที่ป่วยจะได้รับการฉีดโกรทฮอร์โมนชนิดสังเคราะห์ทุกๆ วัน เพื่อช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตให้เป็นปกติ และจะต้องฉีดตลอดระยะเวลาการรักษา ซึ่งอาจจะนานถึง 2-3 ปี และต้องติดตามประเมินผลการตอบสนองต่อการรักษาของร่างกายอย่างต่อเนื่อง ในการรักษานี้อาจมีผลข้างเคียงทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้...

โรคโปลิโอ(Poliomyelitis)

โรคโปลิโอ(Poliomyelitis) โรคโปลิโอ(Poliomyelitis) หรือ ไข้ไขสันหลังอักเสบ เป็นกลุ่มโรคที่ก่อให้เกิดความพิการแขนขาลีบ ในบางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ค่ะ โรคนี้มักพบในเด็กซึ่งเชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คน และมีการติดเชื้อเฉพาะในคนเท่านั้น แต่ในปัจจุบันพบได้ค่อนข้างน้อยค่ะ เนื่องจากโรคโปลิโอสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนค่ะ โรคโปลิโอ เกิดจากเชื้อไวรัสโปลิโอ(Polio virus) เป็นเชื้อไวรัสในกลุ่ม Entero virus ซึ่งมีอยู่ 3 ชนิดย่อย ซึ่งเชื้อไวรัสนี้อาจไปทำลายระบบประสาทและอาจส่งผลให้ผู้ที่ติดเชื้อมีภาวะอัมพาตหรือเสียชีวิตได้ เชื้อโปลิโอจะอาศัยอยู่ในลำไส้และเจริญเติบโตในลำไส้ และเชื้อไวรัสจะถูกขับถ่ายออกมาพร้อมกับอุจจาระของผู้ป่วย การติดเชื้อโปลิโอในเฉพาะคนเท่านั้น โดยรับประทานอาหาร น้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ หรือติดมือผ่านคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง และเข้าสู่ร่างกายเมื่อนำเข้าปาก เชื้อโปลิโอมีระยะฟักตัวประมาณ 7-14 วัน แต่อาจนานถึง 35 วัน โรคโปลิโอมักพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ค่ะ ลักษณะอาการของโรคโปลิโอ สามารถแบ่งออกตามกลุ่มอาการได้น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ไม่ปรากฎอาการใดๆ โดยส่วนใหญ่ผู้ที่ติดเชื้อมักจะไม่แสดงอาการใดๆของผู้ติดเชื้อ กลุ่มที่แสดงอาการเพียงเล็กน้อย หรือมีอาการคล้ายกับโรคหวัด เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ อาเจียน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดท้อง เป็นต้น ซึ่งอาการกล่าวนี้มักจะหายเป็นปกติใน 3-5 วัน กลุ่มอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ มักมีอาการคล้ายโรคหวัดร่วมกับอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เช่น ปวดศีรษะรุนแรง...

ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจในเด็ก

ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจในเด็ก ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจในเด็ก อันตรายใกล้ตัวลูกน้อยมากกว่าที่คิดเสี่ยงเสียชีวิตได้ วันนี้เราจะพามารู้กันเกี่ยวกับอาการดังกล่าว รวมทั้งวิธีการดูแลและการรักษาค่ะ ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ พบบ่อยในเด็กช่วงอายุ 2-6 ขวบขณะนอนหลับ ซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่ทำการรักษาจะทำให้เด็กๆมีภาวะบกพร่องออกซิเจนขณะหลับหยุดหายใจเป็นช่วงๆ ส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับของเด็กต่ำลง ซึ่งมีส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา จิตใจ รวมถึงมีปัญหาด้านสุขภาพในระยะยาว ในบางรายมีอาการหัวใจโตหรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตอย่างกระทันได้ค่ะ สาเหตุของภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจในขณะนอนหลับ มีหลายปัจจัยด้วยกันแต่ส่วนใหญ่มักเกิดจาก ต่อมทอนซิลและต่อมอดีนอยด์มีขนาดโตเบียดบังทางเดินหายใจส่วนบน ร่วมกับการคลายตัวของกล้ามเนื้อคอส่วนต้นขณะหลับทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบ นอกจากนี้อาจเกิดจากเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ โรคอ้วน ทำให้มีไขมันสะสมที่บริเวณคอเพิ่มขึ้น หรือพบในเด็กที่มีลักษณะโครงหน้าผิดปกติ ทำให้ลักษณะทางเดินหายใจส่วนบนแคบกว่าปกติ เป็นต้น อาการของภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจในขณะนอนหลับ มักจะมีการนอนกรมร่วมกับอาการหายใจลำบากขณะนอนหลับ สังเกตได้จากการหายใจขณะนอนหลับเด็กจะมีอาการหายใจลำบาก หายใจแรงและใช้กล้ามเนื้อกายใจมากกว่าปกติ ขณะที่หายใจเข้าหน้าอกยุบลงแต่ท้องป่องขึ้น และบางคนจะมีอาการกระสับกระส่าย พลิกตัวบ่อย อ้าปากหายใจ ปากซีดเขียว เสียงกรนขาดหายใจเป็นช่วงๆ ปัสสาวะราดรดที่นอน ซุกซน มีสมาธิสั้น มีพฤติกรรมก้าวร้าว เป็นต้น การทดสอบภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจในเด็ก เป็นการตรวจด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ในขณะนอนหลับตลอดคืนของเด็ก ซึ่งสามารถบอกรายละเอียดของลักษณะการหายใจ การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ลักษณะคลื่นสมอง ฯลฯ การทำการทดสอบนี้จะทำที่โรงพยาบาลโดยให้เด็กมานอนที่โรพยาบาลหนึ่งคืนพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครอง และจะนำเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ เพื่อตรวจวัดค่าต่างๆติดด้วยสติ๊กเกอร์ตามตำแหน่งต่างๆบนตัวเด็ก และจะทำการบันทึกข้อมูลไว้ตลอดทั้งคืนค่ะ ซึ่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์สามรถบอกเราให้ทราบได้ว่า เด็กมีภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจขณะนอนหลับหรือไม่ และมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใดค่ะ การรักษาภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจในเด็ก ซึ่งการรักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความรุนแรง รวมถึงอายุของผู้ป่วย อาทิเช่น กรณีที่เป็นไม่มาก...
3แฟนคลับชอบ
1,141ผู้ติดตามติดตาม
1,482ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

เรื่องน่าอ่าน