สีน้ำมูกของลูก บอกโรคได้

สีน้ำมูกของลูก บอกโรคได้ สีน้ำมูกบอกโรคได้อย่างไร คุณพ่อคุณแม่สงสัยเหมือนแอดมินหรือเปล่า ว่าเจ้าน้ำมูกสารคัดหลั่งที่ไม่ชวนมองจะสามารถบอกโรคได้จริงหรือไม่ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจไปพร้อมๆกันค่ะ น้ำมูกคืออะไรและมาจากไหนระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหารของมนุษย์เรามีเยื่อบุ ซึ่งมีต่อมสร้างน้ำมูก เมือก หรือเสมหะ ทำหน้าที่ป้องกันอวัยวะภายใต้เยื่อบุจากสารพิษ หรือสารระคายเคืองต่างๆ โดยการดักจับกับสิ่งต่างๆที่ปนมากับลมหายใจ เช่น สารก่อภูมิแพ้(ไรฝุ่น, ละอองเกสร) ฝุ่นละออง เชื้อโรค ฯลฯ และยังมีสารต่อต้านเชื้อโรค ทำให้อวัยวะดังกล่าวชื้นตลอดเวลา ซึ่งถ้าเยื่อบุที่คลุมอวัยวะดังกล่าวแห้ง จะทำให้อัตราเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงขึ้น ดังนั้นสีของน้ำมูกหรือเสมหะ ซึ่งอาจบ่งบอกถึงปัญหาเกี่ยวกับจมูกของลูกด้วยค่ะ น้ำมูกที่มีลักษณะสีใส น้ำมูก หรือเสมหะที่ใส มักเกิดจากหวัด เยื่อบุจมูกอักเสบ หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หรืออาจเกิดจากโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ ไวรัสมากระตุ้นทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุจมูก ทำให้มีน้ำมูกใสๆ ไหลออกมา หรือไหลลงคอได้ บรรเทาอาการได้โดยการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือค่ะ น้ำมูกสีใสปนขาวขุ่นน้ำมูกที่มีลักษณะเหนียว สีขาวขุ่น ซึ่งเป็นสัญญาณของโรคภูมิแพ้เรื้อรัง อาจเกิดจากเยื่อบุจมูกบวม น้ำมูกถูกขังอยู่ในโพรงจมูกเป็นระยะเวลานาน...

ลูกติดจอฯ เสี่ยงโรคอะไรบ้าง

ลูกติดจอฯ เสี่ยงโรคอะไรบ้างสวัสดีค่ะ เด็กๆบ้านไหนติดทีวี โทรศัพท์บ้างคะ และคุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่า การเลี้ยงลูกด้วยเทคโนโลยีส่งผลกระทบอย่างไรกับตัวลูกน้อยบ้าง วันนี้แอดมินจะพาคุณพ่อคุณแม่มาหาคำตอบและวิธีการแข้ไขปัญหาลูกติดทีวีค่ะ ลูกน้อยติดจอโทรทัศน์ โทรศัพท์ คือการที่ลูกติดพันกับความบันเทิงในการดูโทรทัศน์ โทรศัพท์ โดยใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการตอบสนองทั้งทางร่างกายและจิตใจค่ะ อายุที่เหมาะสมสามารถให้ดูทีวีได้คือเด็กอายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป แต่มีข้อจำกัดของเวลาในการดูต้องไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง ผลกระทบลูกติดจอนในแต่ละช่วงวัยและสุขภาพของเด็กดังนี้ เด็กช่วงอายุ 1 - 3 ปี เป็นช่วงวัยที่มีการพัฒนาการทางด้านกล้ามเนื้อ ด้านภาษาการสื่อสาร และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง การที่เด็กใช้เวลาในการนั่งดูโทรทัศน์นาน ๆ จะทำให้เด็กขาดการใช้ความคิดสร้างสรรค์จินตนาการ ขาดการติดต่อสื่อสาร พูดน้อยลง ฟังอย่างเดียว ไม่มีการตอบโต้ ทำให้พัฒนาการด้านการพูดหยุดชะงัก...

ลิ้นฝ้าขาวในเด็กเล็ก

ลิ้นฝ้าขาวในเด็กเล็กลิ้นฝ้าขาวในเด็กเกิดจากอะไร และมีวิธีการดูแลอย่างไร บทความนี้แอดมินจะพาคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มาหาคำตอบกันค่ะ ตามแอดมินมาเลยจ้า….. ลิ้นฝ้าขาวถือเป็นเรื่องปกติที่พบได้ในเด็กเกือบทุกคนค่ะ โดยส่วนใหญ่เกิดจากคราบน้ำนมที่เกาะเป็นคราบอยู่บริเวณลิ้น หรือกระพุ้งแก้ม เนื่องจากหลังกินนมไม่ได้เช็ดทำความสะอาดในช่องปาก ซึ่งเด็กที่กินนมแม่มักจะไม่ค่อยมีปัญหาลิ้นเป็นฝ้าขาว เพราะน้ำนมแม่มีความเข้มข้นน้อยกว่านมชงค่ะ และในบางกรณีที่ลิ้นฝ้าขาวจากเชื้อรา โดยสังเกตที่กระพุ้งแก้มทั้ง 2 ข้าง เพดานปาก และเหงือก หากมีคราบขาวเยอะหรือหนามาก ทำให้เด็กมักจมีอาการงอแง กินนมน้อยลง น้ำหนักตัวลดลง ซึ่งอาจเกิดจากเชื้อราที่จับตัวอยู่ในปากนั่นเองค่ะ สาเหตุของลิ้นฝ้าขาวที่เกิดจากเชื้อรา เชื้อราที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยปกติแล้วเราจะพบเชื้อราในช่องปากของลูกตั้งแต่แรกคลอด หรือเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน เชื้อราชนิดนี้หายไปได้เองหรือทำความสะอาดเพียงเล็กน้อยก็จะหายไปค่ะ เชื้อราที่เกิดจากการทำความสะอาดไม่ทั่วถึง จากการที่ลูกกินเข้าไปและขาดการทำความสะอาดหรือไม่ทั่วถึง ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียกลายเป็นฝ้าหนาอยู่ที่ลิ้นของลูก เชื้อราที่เกิดจากเชื้อโรค โดยการที่ลูกหยิบสิ่งของต่างๆที่สกปรกเข้าปาก ทำให้ได้รับเชื้อและเกิดเป็นเชื้อราขึ้นได้ค่ะ วิธีการทำความสะอาดลิ้นฝ้าขาว วิธีการทำความสะอาดลิ้นฝ้าขาวที่ถูกต้องและปลอดภัย

โรคเคาช์โปเตโต้ในเด็ก

โรคเคาช์โปเตโต้ในเด็กโรคเคาช์โปเตโต้ในเด็ก พบในเด็กที่มีพฤติกรรมชอบนั่งนิ่งๆ นอนๆ ดูทีวี วิดีโอ เล่นเกมคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟน โดยไม่เคลื่อนไหวทำกิจกรรมอื่นๆ ส่งผลให้เด็กเฉื่อยชาและเสี่ยงโรคอ้วน ผลกระทบต่อสุขภาพของเด็ก คุณพ่อคุณแม่กำลังปล่อยให้ลูกจดจ่ออยู่แต่กับการดูโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานหรือเปล่าคะ วันนี้เราจะมาบอกถึงผลกระทบและวิธีการแก้ไขของโรคเคาช์โปเตโต้ค่ะ เคาช์โปเตโต้ หรือ โรคขี้เกียจ เคาช์โปเตโต้ หรือ โรคขี้เกียจ คือพฤติกรรมที่จดจ่ออยู่กับการดูทีวี วิดีโอ ทีวี คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานๆ ทำให้เด็กเสพติดการนั่งๆ นอนๆ ไม่ขยับเขยื้อนร่างกาย และไม่เคลื่อนไหวทำกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพและพัฒนาการด้านต่างๆของเด็ก ดังต่อไปนี้ พัฒนาการทางด้านร่างกาย เนื่องจากเด็กจะนั่งนิ่งๆใจจดใจจ่อกับหน้าจอ ไม่เคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ขยับกล้ามเนื้อในการทำกิจกรรมอื่นๆ และไม่ออกกำลังกาย ส่งผลให้ร่างกายไม่แข็งแรง ไม่คล่องแคล่ว และป่วยง่าย ซึ่งเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ควรส่งเสริมให้มีการพัฒนากล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกายพัฒนาการทางด้านสมอง...

โรคหัด โรคที่มากับฤดูหนาว

โรคหัด หรือ โรคไข้ออกผื่น โรคชนิดหนึ่งที่พบมากในช่วงฤดูหนาวจนถึงฤดูร้อน พบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี เสี่ยงอันตรายถึงชีวิตค่ะ มีการระบาดและการติดต่อได้ง่าย คุณหมอ ผศ. นพ. ชนเมศ เตชะแสนสิริ สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ออกมาเตือนให้ระวังโรคหัดระบาดในหน้าหนาว พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลและป้องกันโรคหัดในเด็กค่ะ โรคหัด หรือโรคไข้ออกผื่น เกิดจากเชื้อไวรัสหัด (Measles virus) ติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ สามารถแพร่เชื้อและติดต่อกันได้ผ่านทางอากาศโดยการไอ จาม หายใจรดกัน การสัมผัสสารน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยโดยตรง หรือใช้สิ่งของร่วมกัน โดยเชื้อไวรัสจะเข้ามาทางระบบทางเดินหายใจก่อนแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ส่วนใหญ่มักเกิดในเด็กเล็กโดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กถึงแม้จะมีวัคซีนฉีดป้องกันโรคค่ะ อาการของโรคหัดในเด็กโรคหัดจะมีอาการคล้ายไข้หวัดมีระยะฟักตัว 10 - 14 วันหลังจากได้รับเชื้อไวรัส ระยะเริ่มแรกจะมีไข้ขึ้นสูงถึง 40 องศาเซลเซียส แล้วจึงมีน้ำมูก...

โรคอ้วนในเด็ก

โรคอ้วนในเด็กเด็กน้อยจ้ำม่ำน่ารักน่าชังดูอุดมสมบูรณ์ แต่คุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่ว่า ความน่ารักน่าเอ็นดูนั้น กลับแฝงไว้ด้วยโรคร้ายที่กำลังคุกคามเด็กๆ ทั้งปัญหาด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ทำให้เด็กๆอาจขาดความมั่นใจในตนเองและกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ค่ะ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจดูแลเรื่องสุขภาพและอาหารการกินของเด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกมีน้ำหนักเกินจนเกิดปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยให้เด็กเติบโตอย่างสมวัย เป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพกายและใจแข็งแรงต่อไปค่ะ สาเหตุของโรคอ้วนในเด็ก โรคอ้วนในเด็กเกิดจากหลายปัจจัย ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการดำเนินชีวิต ความไม่สมดุลระหว่างพลังงานที่บริโภคเข้าไปกับการใช้พลังงาน เช่น รับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูง กินจุบกินจิบหรือจบมื้อด้วยของหวานทุกวัน ไม่ชอบขยับตัว ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ฯลฯ หรือเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น ขาดฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโต ขาดฮอร์โมนไทรอยด์ มีฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์เกิน ซึ่งมักพบในกลุ่มเด็กที่อ้วนและเตี้ยที่มีระดับสติปัญญาปกติ รวมถึงโรคหรือกลุ่มอาการจำเพาะ เช่น Prader Willi syndrome, Laurence-Moon-Biedl syndrome เป็นต้น ในบางรายพบว่าเกิดจากพันธุกรรมโดยเด็กที่มีพ่อแม่พี่น้องอ้วนมีโอกาสที่จะเกิดโรคอ้วนได้เช่นกันค่ะ โรคอ้วนในเด็ก มีความเสี่ยงต่อการเกิดดังต่อไปนี้ โรคไขมันในเลือดสูง ทำให้มีโอกาสเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้นเมื่อเป็นผู้ใหญ่ โรคความดันโลหิตสูง...

ลูกท้องผูกทำอย่างไรดี

ลูกท้องผูกทำอย่างไรดีลูกท้องผูกอีกหนึ่งสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรปล่อยผ่าน เพราะการปล่อยให้ลูกมีอาการท้องผูกนานๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของลูกทั้งทางร่างกายและจิตใจได้ค่ะ อาการท้องผูกในผู้ใหญ่เราคงคุ้นเคยกันดี แต่อาการท้องผูกในลูกน้อยเป็นอย่างไร จะเหมือนหรือแตกต่างในผู้ใหญ่หรือไม่ ควรทำอย่างไรเมื้อลูกมีอาการท้องผูก คุณพ่อคุณแม่ตามกันมาได้เลยค่ะ ท้องผูกในเด็ก มักเกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารและนิสัยในการขับถ่าย อาการท้องผูกมักมีอาการปวดท้องเป็นอาการนำ ท้องอืดแน่นท้อง ท้องแข็ง อุจจาระลูกจะมีลักษณะเป็นเหมือนเม็ดกระสุนเล็กๆและแข็ง อุจจาระในส่วนแรกที่ออกมาแข็งมีเลือดติดออกมาด้วยเล็กน้อยค่ะ และไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย เมื่อได้ถ่ายก็จะหายปวดได้เอง หากพบว่าลูกมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้แสดงถึงภาวะของการติดเชื้อร่วมด้วย เป็นต้น ควรพาเด็กไปพบแพทย์ทันที ในกรณีที่ทารกบางคนเวลาถ่ายอุจจาระจะเบ่งหน้าดำหน้าแดง พร้อมกับกรีดร้องไห้เสียงดัง แต่เมื่ออุจจาระออกมาแล้วก็นิ่มดีแล้วลูกก็ทำสีหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาการเช่นนี้ไม่เรียกว่าท้องผูกนะคะคุณแม่ แต่หากเกิดจากกล้ามเนื้อหูรูดบริเวณทวารหนักยังทำงานไม่ประสานกับการขับเคลื่อนของอุจจาระแทนที่กล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะเปิดเพื่อปล่อยอุจจาระออกมาแต่กลับขมิบเอาไว้ภาวะนี้จะดีขึ้นเมื่อทารกโตขึ้นค่ะ ไม่ต้องสวนอุจจาระให้ลูกนะคะ เพราะจะทำให้เคยตัวและไม่ยอดอุจาระด้วยตัวเองค่ะ การแก้ไขอาการท้องผูกในเด็ก อาการท้องผูกในเด็กเล็ก โดยทั่วไปเด็กที่ทานนมแม่มักไม่มีอาการท้องผูก อย่างไรก็ตาม อาการท้องผูกอาจเกิดจากการแพ้อาหารที่แม่รับประทานเข้าไปได้ คุณแม่ให้นมลูกควรหลีกเลี่ยงอาหารที่อาการส่งผลต่อการขับถ่ายของลูกได้ หรือหากมีอาการท้องผูกแต่คุณแม่อาจช่วยโดยการที่ตัวคุณแม่เองกินผักผลไม้ที่ช่วยระบาย เช่น ส้ม พรุน มะละกอ มะขาม แก้วมังกร เป็นต้น...

การดูแลลูกเมื่อเป็นหวัด

การดูแลลูกเมื่อเป็นหวัดโรคหวัดหรือโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดในเด็กเล็กและเด็กวัยอนุบาล เนื่องเด็กมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ โดยเฉพาะเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้มากขึ้นค่ะ เด็กวัยอนุบาลมีโอกาสเจ็บป่วยเป็นหวัดได้บ่อยมาถึง 6 - 8 ครั้งต่อปี เนื่องจากสามารถติดต่อได้ง่ายโดยการสูดหายใจละอองฝอยจากการไอจาม สัมผัสกับสารคัดหลั่ง น้ำมูก น้ำลาย จากผู้ป่วยโดยตรงหรือสัมผัสกับของเล่นที่เปื้อนสารคัดหลั่ง แล้วเอามือเข้าปาก หรือป้ายที่จมูก และการเป็นหวัดบ่อยๆส่งผลให้ถึงขั้นเป็นหวัดเรื้อรังหรือเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น หลอดลมปอด ไซนัสและหูชั้นกลางอักเสบตามมาได้ค่ะ สาเหตุของโรคหวัดในเด็กโรคหวัดส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส อาการของโรคมักไม่รุนแรงและอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้ คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ เสียงแหบ ร่วมกับอาการอาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลว ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ตาแฉะมีขี้ตา มีแผลในปากลักษณะเหมือนแผลร้อนใน หรือมีผื่นตามตัว เป็นต้น ปกติโรคหวัดมักหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ หากมีอาการป่วยนานกว่านั้น อาจจะมีภาวะอื่นแทรกซ้อนของโรคหวัดได้ เช่น การเป็นหูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ และปอดอักเสบคุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการของเด็ก หากพบว่ามีอาการแย่ลง...

ลูกอาเจียนบ่อย

ลูกอาเจียนบ่อยลูกอาเจียนหรืออ๊วกบ่อย เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรปล่อยผ่านไปค่ะ เนื่องจากการอาเจียนเป็นอาการอย่างหนึ่งที่พบร่วมกับโรคต่างๆมากมาย เช่น โรคของทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย ลำไส้อุดตัน โรคของระบบประสาท เช่น เยื้อหุ้มสมองอักเสบ เนื้องอกในสมอง ภาวะน้ำคั่งในสมอง หรืออาจเกิดจากรับประทานยาบางอย่างก็ได้ การอาเจียนมักเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ วันนี้เรารวบรวมสาเหตุหลักๆที่ทำให้เด็กอาเจียน ภาวะแทรกซ้อน รวมถึงการดูแลลูกน้อยของคุณ ลูกอาเจียนบ่อยมักมีด้วยกันหลายสาเหตุตั้งแต่สาเหตุเล็กน้อยไปจนถึงสาเหตุหนัก โดยมีปัจจัยดังต่อไปนี้ โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด อาจมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น ไข้สูง ไซนัสอักเสบ คออักเสบ ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น หากพบว่าลูกอาเจียนมีเลือดปนมาด้วยถือว่าอันตรายมากค่ะ คุณพ่อคุณแม่ควรต้องรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันทีค่ะการรับประทานอาหารมากเกินไป โดยพบว่าทารกที่กินนมแม่มากเกินไป จนทำให้ลูกอิ่มมาก นมล้นกระเพาะ ก็ส่งผลทำให้ลูกอาเจียนออกมาได้ หรือในกรณีที่เด็กอายุ 6 เดือนถึง 1 ขวบ ซึ่งมีการป้อนอาหารเสริมแล้วอย่างน้อย 1-2 มื้อต่อวัน หากคุณแม่ให้ทานมากเกินความต้องการของร่างกาย ก็เป็นสาเหตุทำให้ลูกอาเจียนได้เช่นกันค่ะ ส่งผลให้เด็กบางคนอาจเป็นกระเพาะคราก...

ลูกมีไข้สูงควรทำอย่างไร

ลูกมีไข้สูงควรทำอย่างไร จากคำกล่าวที่ว่า เมื่อลูกป่วยแม่พร้อมจะป่วยแทนลูกได้เสมอ เพราะทุกครั้งที่ลูกป่วยมีไข้มักสร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเวลาลูกมีไข้สูง(ตัวร้อนจัด) และอาจนำมาซึ่งอาการชักได้ค่ะ ดังนั้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบถึงการดูแล รับมือเมื่อลูกป่วยมีไข้สูงอย่างถูกวิธีค่ะ ไข้ เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก เกิดจากภาวะที่อุณหภูมิร่างกายขึ้นสูงผิดปกติสูญเสียความสมดุลภายในร่างกาย ส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี วัดอุณหภูมิของร่างกายพบว่ามีไข้สูง 39-40 องศาเซลเซียส อาจทำให้เกิดการชักได้ค่ะ โดยอาการชักส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงแรกของการมีไข้ ซึ่งอาการชักจากไข้สูง เกิดจากสมองของเด็กถูกการกระตุ้นจากที่ร้างกายมีอุณหภูมิสูง ลักษณะการชักจะมีการเกร็งหรือกระตุกทั้งตัวค่ะ หากเกิดอาการชักในวันหลังๆมักพบสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น ภาวะติดเชื้อระบบประสาท เป็นต้น การเป็นไข้ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ปรสิต การอักเสบของทางเดินหายใจ ปอดบวม ฯลฯ หรือภาวะร่างกายทำปฎิกิริยากับสิ่งแปลกปลอม เช่น หลังการฉีดวัคซีน หรือจากสาเหตุอื่นได้อีกหลายอย่าง เช่น รายกายได้รับบาดเจ็บ การแพ้ยา ปัญหาจากฟัน อากาศที่ร้อนมากหรือสวมเสื้อหลายชั้น โรคธัยรอยด์เป็นพิษ ร่างกายขาดน้ำในเด็กเล็ก เป็นต้น วิธีการดูแลลูกน้อยเมื่อมีไข้สูง มีดังนี้ ควรพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุของการเป็นไข้ เมื่อแพทย์ให้ยาลดไข้ ควรให้เด็กทานยาเป็นระยะๆทุก 4 -...
3แฟนคลับชอบ
2,103ผู้ติดตามติดตาม
1,591ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

เรื่องน่าอ่าน