โรคไข้เลือดออกในเด็ก

โรคไข้เลือดออกในเด็ก โรคไข้เลือดออก ภัยใกล้ตัวลูกน้อยระบาดในช่วงฤดูฝนของทุกปีและมักพบในเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี เสี่ยงเสียชีวิต คุณพ่อคุณแม่ฟังแล้วอย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ โรคนี้สามารถป้องกันและรักษาให้หายได้ค่ะหากมีการดูแลรักษาที่ถูกต้อง บทความนี้เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโรคดังกล่าวไว้ให้แล้วค่ะ โรคไข้เลือดออก หรือโรคเดงกี่ เป็นโรคที่เกิดจาการติดเชื้อจากยุงอย่างเฉียบพลัน พบได้ในเขตร้อนและเขตร้อนชื้นทั่วโลกและระบาดในช่วงฤดูฝนของทุกปี เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค เชื้อไวรัสเดงกี่มีทั้งหมดมี 4 สายพันธุ์ คือ 1, 2, 3 และ 4 ซึ่งแต่ละชนิดสามารถนำไปสู่โรคไข้เลือดออกและไข้เลือดออกที่รุนแรงได้ หากได้รับเชื้อไวรัสครั้งแรกมักไม่แสดงอาการหรือมีอาการเล็กน้อย คล้ายเป็นไข้หวัด โรคไข้เลือดออกสามารถเป็นซ้ำได้และเป็นได้มากกว่า 1 ครั้งค่ะ   อาการของไข้เลือดออกโรคไข้เลือดออกแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่หนึ่ง(ระยะมีไข้) ระยะที่สอง(ระยะวิกฤต) และระยะที่สาม(ระยะฟื้นตัว)- ระยะที่หนึ่ง หรือระยะมีไข้ ในระยะแรกนี้จะมีไข้สูงลอย(39-40°C)ติดต่อหลายวัน ทานยาลดไข้แล้วแต่ไม่ค่อยลงหรืออาจลงมาเหลือประมาณ 38-38.5°C (ไม่ลงมาถึง 37°C) หรือยังไม่ทันครบ 4 ชั่วโมง ไข้ก็กลับสูงขึ้นไปใหม่ค่ะ จะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ อาจมีอาการเจ็บคอแต่ไม่มีน้ำมูก ปวดท้อง ปวดเมื่อยตามตัว ปวดกระดูก...

แพ้โปรตีนนมวัว

โรคแพ้โปรตีนนมวัวโรคแพ้นมวัว โรคใกล้ตัวลูกน้อยมากกว่าที่คิด คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ยินมาบ้างเกี่ยวกับการแพ้นมวัวในเด็ก และจะทราบได้อย่างไรว่าลูกน้อยของเราแพ้นมวัวหรือไม่ และมีการวิธีดูแลลูกน้อยอย่างไร วันนี้แอดมินจะพาคุณพ่อคุณแม่มาหาคำตอบกันค่ะ แพ้โปรตีนนมวัวคืออะไรโรคแพ้โปรตีนนมวัว เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่งในกลุ่มแพ้อาหาร ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายต่อโปรตีนของนมวัวผ่านกลไกทางภูมิคุ้มกันของร่างกาย โรคแพ้โปรตีนนมวัวสามารถเกิดได้กับบุคคลทุกเพศทุกวัยค่ะ แต่มักพบบ่อยในเด็กแรกเกิดถึง 2 ปี เนื่องจากทารกยังคงมีข้อจํากัดของระบบการย่อยและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายยังไม่สมบูรณ์ อาการแพ้โปรตีนนมวัวจะแสดงอาการได้ในหลายระบบของร่างกาย ดังนี้- ผิวหนัง จะพบได้ทั้งแบบผื่นลมพิษ ผิวแห้ง แพ้เหงื่อ เป็นผื่นแดงเม็ดเล็กคล้าย เม็ดทรายหยาบๆ บนใบหน้า แขนขา และลำตัว มีอาการคัน ทั้งตัวหรือเป็นบางส่วนของร่างกาย- ระบบทางเดินอาหาร พบได้ตั้งแต่อาเจียนบ่อย ท้องผูก ท้องอืด ร้องกวนโคลิคทุกคืน ท้องสียเหรือถ่ายเป็นมูกเลือด ถ่ายเหลวเรื้อรังหรือท้องผูกรุนแรง แม้กระทั่งอาจมีการติดเชื้อทําให้ลําไส้เน่า ลําไส้ทะลุ หากเชื้อแบคทีเรียเล็ดลอดเข้ากระแสเลือดทําให้ติดเชื่อในกระแสเลือดและเสียชีวิตได้ค่ะ- ระบบทางเดินหายใจ มีอาการตั้งแต่คัดจมูก คันตา น้ำมูกไหล เลือดกำเดาไหล ไอ มีเสมหะในลำคอหรือหลอดลม จนกระทั่งเป็นปอดอักเสบ หากเกิดการอักเสบบ่อยๆจะทําให้มีขนาดใหญ่ผิดปกติจนเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจได้ค่ะ- ระบบอื่นๆ และสามารถเกิดพร้อมกันได้ทุกระบบ นอกจากนี้อาจมีอาการแพ้รุนแรงแสดงออกในระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น อาการช็อกรุนแรง ปากบวม หน้าบวม ตัวเขียว หายใจลําบาก ความดันตก...

ผื่นแพ้ในเด็ก

ผื่นแพ้ในเด็ก ผื่นแพ้ในเด็กปัญหากวนใจของคุณพ่อคุณแม่ เมื่อลูกน้อยมีผื่นขึ้นตามร่างกาย และเป็นที่มาของหลากหลายคำถามของคุณพ่อคุณแม่ ตุ่มแบบนี้เรียกว่าอะไรคะ มันจะหายไปเองได้ไหม และมีวิธีการรักษาอย่างไรคะ บทความนี้ทีมงาน thaichildcare ได้รวบรวมผื่นแพ้ต่างๆในเด็กมาฝากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ   - ผื่นแดง ETN (Erythema Toxicum Neonatorum) เป็นผื่นแดงมีขนาด 1-3 เซนติเมตร มีตุ่มน้ำใสหรือตุ่มหนองอยู่ตรงกลาง ไม่ทราบสาเหตุของการเกิดผื่นชนิดนี้และพบได้ในทารกแรกเกิด ตามสำตัว แขนและขา เป็นภาวะที่เกิดขึ้นชั่วคราวโดยไม่อันตรายต่อเด็กและสามารถหายได้เองใน 1 สัปดาห์ค่ะ - Transient Neonatal Pustular Melanosis มีลักษณะเป็นจุดสีแดงมีตุ่มน้ำใสหรือหัวหนอง บริเวณหน้า ตามลำตัว แขนและขา ผื่นชนิดนี้พบเฉพาะในทารกแรกเกิดเท่านั้น ไม่เป็นอันตรายและหายได้เอง ตุ่มน้ำใสหรือหัวหนองจะแตกออกภายใน 24-48 ชั่วโมง เมื่อตุ่มแตกแล้วจะเป็นขุยขาวๆบนพื้นผิวที่เข้มกว่าสีผิวปกติค่ะ แต่สีจะจางหายเป็นปกติภายใน 3 เดือนค่ะ - ผื่น Milia มีลักษณะเป็นตุ่มเม็ดขาวๆ เหลืองๆ ลักษณะของมันคล้ายสิวแต่ไม่ใช่สิวค่ะ พบที่บริเวณหน้าผาก แก้ม จมูกของทารก และอาจจะพบที่ในช่องปาก เหงือก และกลางเพดานปากได้ด้วยค่ะ เกิดจากการตกค้างของสารเคอราติน...

โรคหัด(Measles)

โรคหัด(Measles) สวัสดีค่ะ บทความนี้เราจะมาพูดคุยเกี่ยบกับโรคหัด ไข้ออกผื่น ที่มาพร้อมกับหน้าหนาวพบบ่อยได้ในเด็กเล็ก โดยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดในช่วงเด็กอายุ 1 - 6 ปี โรคหัดส่วนมากจะหายจากหัดได้เองแต่ในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงอื่นๆขึ้นมาได้และอาจเสียชีวิตได้ค่ะ ดังนั้นหากลูกเป็นโรคหัด คุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างไร รวมถึงมีวิธีการป้องกันโรคหัดอย่างไรบ้าง thaichildcare จะพาไปหาคำตอบค่ะ โรคหัดคืออะไร โรคหัด(Measles) เกิดจากไวรัส Rubeola Virus เป็นโรคที่ทำให้เกิดไข้ออกผื่น มีลักษณะเด่นคือ มีไข้ร่วมกับการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น มีน้ำมูก ไอบ่อย ตาแดง มีผื่นขึ้นที่ผิวหนังลักษณะเป็นผื่นนูนแดงติดกันเป็นปื้นๆ ผื่นจะขึ้นที่หน้าบริเวณชิดขอบผมแล้วกระจายไปตามลำตัว แขน ขา หลังจากนั้นไข้จะเริ่มลดลงและผื่นจะมีสีเข้มขึ้นเป็นสีแดงคล้ำและจะจางหายไปเองค่ะ โรคหัดมีการติดต่อสู่คนได้ง่ายจากการหายใจ การไอ จามรดกัน การใช้สิ่งของร่วมกัน ของเล่น-ของใช้ที่ปนเปื้นเชื้อโรคและมักนำเข้าปากในเด็กเล็ก เนื่องจากเชื้อไวรัสจะอยู่ในละอองน้ำลายและน้ำมูกของผู้ป่วยค่ะ อาการของโรคหัด อาการของโรคหัดโดยทั่วไปจะเกิดอาการหลังจากได้รับเชื่อภายใน 14 วัน โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ - ระยะก่อนออกผื่น ลุกจะเริ่มด้วยการมีไข้สูง น้ำมูกไหล ไอแห้ง เจ็บคอ มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหารร่วมด้วย จะเป็นแบบนี้อยู่ประมาณ 3-4 วันค่ะ - ระยะออกผื่น เด็กจะมีผื่นนูนแดงเป็นปื้นๆ ไม่คัน โดยขึ้นที่บริเวณโคนผม...

โรคหลอดลมอักเสบในเด็ก

โรคหลอดลมอักเสบในเด็ก โรคหลอดลมอักเสบในเด็กกลุ่มที่ได้รับความนิยมในหมู่เด็กหลายคนที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ บทความที่เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลลูกน้อยให้ห่างไกลจากโรคหลอดลมอักเสบค่ะ โรคหลอดลมอักเสบในเด็ก คือโรคที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุหลอดลมซึ่งเป็นท่อที่นำลม หรืออากาศที่หายใจเข้าสู่ปอด เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดโรคหนึ่งของเด็กค่ะ อาการโดยส่วนใหญ่จะมีลักษณะคล้ายกับการเป็นไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ ไอและมีเสมหะ เจ็บคอ แสบคอ หรือเจ็บหน้าอกได้ หายใจลำบาก หอบเหนื่อย แน่นหน้าอก หรืออาจหายใจมีเสียงดังหวีดได้ และอาจมีไข้ร่วมด้วย โรคหลอดลมอักเสบในเด็กโดยทั่วไปแล้วไม่มีความรุนแรงสามารถรักษาให้หายได้ แต่หากไมีรักษาหรือดูแลให้ถูกวิธีอาจส่งผลให้ลุกลามไปเป็นปอดอักเสบ หรือปอดบวมในเด็กที่มีความรุนแรงได้ค่ะ หากมีอาการไข้สูงไม่ลดลงภายใน 48 ชั่วโมง ภายหลังกินยาลดไข้ มีอาการไอมาก ซึม เพลีย และมีอาการอาเจียน หรืออาการผิดปกติอื่นๆ ควรรีบนำเด็กไปพบแพทย์ทันทีค่ะ สาเหตุของโรคหลอดลมอักเสบในเด็ก มีดังต่อไปนี้ 1. เชื้อไวรัส เช่น ไวรัสโรคไข้หวัดใหญ่ ไวรัสโรคหัด ไวรัสRSV ซึ่งสาเหตุจากเชื้อไวรัสเป็นสาเหตุพบบ่อยที่สุด 2. เชื้อแบคทีเรีย เช่น มัยโคพลาสมา หรือ คลามัยเดีย เชื้อโรคไแกรน ฯลฯ 3. การแพ้หรือระคายเคืองต่อสารบางอย่างที่สูดดมเข้าไป จนทำให้หลอดลมเกิดการอักเสบ เช่น ควันบุหรี่ เกสรดอกไม้ ฝุ่นละออง เป็นต้น การรักษาและการดูแลโรคหลอดลมอักเสบในเด็ก การรักษาโรคนี้ส่วนมากจะรักษาตามอาการค่ะ เนื่องจากว่าโรคหลอดลมอักเสบนั้นเกิดขึ้นจากไวรัสเกือบทั้งหมด จึงไม่มียาที่จำเพาะสำหรับการรักษา เว้นแต่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเชื้อไวรัสโรคไข้หวัดใหญ่...

โรคไอพีดี(IPD)

โรคไอพีดี (IPD) ไอพีดี(IPD) กลุ่มโรคยอดนิยมในเด็กที่มากับหน้าฝน ภัยร้ายใกล้ตัวเด็กๆโดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี สาเหตุที่ทำให้เด็กพิการหรือเสียชีวิต  สาเหตุของโรคไอพีดี โรคไอพีดี(IPD : Invasive Pneumococcal Disease) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า นิวโมคอคคัส หรือชชื่อเต็ว่า Streptococcus pneumonia เชื้อชนิดนี้พบได้ทั่วไปในโพรงจมูกและลำคอสามารถแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้ง่ายคล้ายโรคไข้หวัดผ่านทางการไอหรือจาม น้ำมูก น้ำลาย เชื้อชนิดนี้จะมีชีวิตอยู่ภายในอากาศได้นานกว่าปกติ จึงทำให้เกิดโรคได้ในทุกกลุ่มอายุโดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันโรคบกพร่องและผู้ที่มีโรคประจำตัวตัว โรคนี้สามารถก่อให้เกิดโรคต่างๆได้ เช่น โรคไซนัส โรคหูชั้นกลางอักเสบหรือโรคหูน้ำหนวก โรคปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรวดเร็วและรุนแรงค่ะ ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกระบุว่าโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของการเสียในชีวิตในเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปีค่ะ อาการของโรคไอพีดี โรคไอพีดีมีระยะฝักตัว 3 วันนับจากวันที่ได้รับเชื้อ โดยจะมีอาการผิดปกติแสดงออกมาได้หลากหลายขึ้นอยู่กับอวัยวะที่เกิดการติดเชื้อ โดยมีทั้งหมด 4 โรคที่มีความรุนแรงและอาจทำให้เด็กพิการหรือเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ดังนี้ 1. โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เด็กจะมีอาการไข้สูง อาเจียน มีอาการซึมหรืองอแง บางรายอาจจะมีอาการชักเกร็งตัวแข็งคอแข็ง ซึ่งทำให้พิการหรืออาจเสียชีวิตได้ค่ะ 2. ติดเชื้อในกระแสเลือด เด็กจะมีไข้สูง งอแง การตรวจร่างกายอาจจะไม่เจอตำแหน่งการติดเชื้อที่ชัดเจน ในบางรายอาการอาจรุนแรงจนถึงขั้นช็อกหรือเสียชีวิตได้ค่ะ 3. โรคปอดอักเสบหรือปอดบวมที่เกิดจากเชื้อไอพีดี เด็กจะมีไข้สูง ไอมีเสมหะ เจ็บหน้าอก...

ออทิสติก (Autistic)

ออทิสติก(Autistic) ออทิสติก(Autistic) คือ กลุ่มอาการความบกพร่องหรือความผิดปกติทางสมอง ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาการของเด็กๆ ทั้งทางด้านภาษา ด้านสังคม และทางด้านพฤติกรรม โดยมีพฤติกรรมและการแสดงออกที่แตกต่างจากเด็กปกติทั่วไป เช่น ไม่สบตา ชอบทำอะไรซ้ำๆ มีการเคลื่อนไหวร่างกายซ้ำๆ การใช้ภาษาผิดปกติ พูดซ้ำๆหรือใช้คำที่ตนเองเข้าใจความหมายเท่านั้น ฯลฯ อาการอาจรุนแรงหรือไม่รุนแรงก็ได้เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละคนมีปัญหาและความรุนแรงที่แตกต่างกันค่ะ ออทิสติกแสดงอาการที่ชัดเจนในช่วงอายุก่อน 2 ปีแรก อาการความผิดปกติออทิสติกทางด้านต่างๆ ดังนี้ ความผิดปกติทางด้านการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เด็กออทิสติกที่มีปัญหาทางด้านการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม จะมีพฤติกรรมคล้ายกับว่าตัวเองอยู่คนเดียวในโลก มักแยกตัวอยู่คนเดียว ไม่สนใจให้สิ่งต่างๆรอบตัว ไม่มีสมาธิในการตั้งใจฟังหรือดูสิ่งต่างๆ การพูดคุยจะไม่ค่อยสบตากับผู้ที่สนทนาด้วย การตอบสนองกับคนรอบข้างบกพร่อง มีความบกพร่องในการแสดงสีหน้าและอารมณ์ของตนเอง รวมถึงเด็กจะไม่สามารถเดาความรู้สึกของคนอื่นจากสีหน้าท่าทางได้ เช่น เขาจะไม่รู้ว่าหน้าแบบนี้หมายถึง แม่กำลังเสียใจ หรือพ่อกำลังโกรธค่ะ ความผิดปกติทางด้านภาษาและการสื่อสาร เด็กออทิสติกที่มีปัญหาทางด้านภาษาและการสื่อสารที่คุณพ่อคุณแม่มักพาเด็กมาพบแพทย์บ่อยที่สุด คือเด็กจะไม่พูดเป็นประโยชน์ที่มีความหมายเมื่ออายุ 2 ปี หรือถ้าพูดได้ก็จะเป็นการพูดที่ไม่มีจุดหมาย ตอบไม่ตรงคำถาม พูดบางคำหรือบางประโยคซ้ำๆ พูดทวนคำที่ได้ยินซ้ำๆ โดยมีลักษณะเสียงพูดจะไม่มีเสียงสูงต่ำ ไม่มีอารมณ์สอดแทรก การใช้คำแปลกๆ สื่อความหมายแปลกๆที่คนอื่นฟังไม่เข้าใจ ซึ่งมีเฉพาะคนที่ใกล้ชิดเด็กเท่านั้นที่เข้าใจ ไม่สามารถเล่นบทสมมติหรือเล่นทำท่าคุยโทรศัพท์ได้ ฯลฯ รวมถึงไม่สามารถใช้ภาษาท่าทางเพื่อการสื่อสารได้ เช่น การชี้นิ้ว...

โรคมือเท้าปากในเด็ก

โรคมือเท้าปากในเด็กโรคมือเท้าปาก พบบ่อยในเด็กทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และสร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาด เนื่องจากโรคนี้มักจะมีอาการรุนแรงโดยเฉพาะในเด็กอายุกต่ำกว่า 5 ปี สามารถรักษาให้หายได้แต่ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็วและเสียชีวิตได้ค่ะ โรคมือเท้าปากสามารถเกิดได้ตลอดปีแต่พบบ่อยในฤดูฝนถึงฤดูหนาวค่ะ บทความนี้เราจะพาคุณพ่อคุณแม่มารู้จักโรคมือเท้าปากในเด็กค่ะ โรคมือเท้าปาก(Hand, Foot, Mouth Disease) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส ซึ่งมีหลายสายพันธ์ุแต่เชื้อที่ทำให้เกิดโรคบ่อยและมีความรุนแรง คือ คอคซาคีไวรัส และ เอนเตอโรไวรัส 71 ในประเทศไทยพบการระบาดของเอนเตอโรไวรัส 71 ร่วมกับไวรัสตัวอื่นๆด้วยแต่ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ที่ไม่ค่อยรุนแรงค่ะ การติดต่อของโรคมือเท้าปากโรคมือเท้าปาก สามารถติดต่อได้โดยตรงจากการสัมผัสน้ำมูก น้ำลายและน้ำจากตุ่มใส การไอจามรดกัน รวมถึงการสัมผัสของเล่น สิ่งของเครื่องใช้ที่มีการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสแล้วนำเข้าปาก สถานที่ที่มักพบการระบาดของเชื้อโรค ได้แก่ สถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียนอนุบาล และพบการระบาดของโรคคือช่วงฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาวค่ะ   อาการของโรคมือเท้าปากโรคมือเท้าปาก มีระยะฟักตัว 3 - 6 วันหลังจากได้รับเชื้อ อาการเริ่มแรกของโรคนี้คือ มีไข้ต่ำ อ่อนเพลีย หลังจากนี้ 1 - 2 วัน มีอาการเจ็บปากกลืนน้ำลายไม่ได้ๆ เด็กจะไม่ยอมทานอาหาร เนื่องจากมีตุ่มแดงที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม จากนั้นจะพบตุ่มเล็กๆสีแดงที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า...
3แฟนคลับชอบ
1,141ผู้ติดตามติดตาม
1,482ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

เรื่องน่าอ่าน