แพ้แป้งสาลีในเด็ก

อาการแพ้สิ่งต่างๆในเด็กพบได้ทั่วไป เช่น แพ้นมวัว แพ้ถั่ว แพ้แป้งสาลี เป็นต้น จากที่เคยกล่าวไปแล้วหลายบทความ และบทความนี้เราจะมาพูดถึงเกี่ยวกับการแพ้แป้งสาลีในเด็ก การดูแลป้องกันและการรักษาอย่างไรบ้าง ตามมาเลยค่ะ การแพ้แป้งสาลีในเด็กเกิดขึ้นเมื่อร่างกายตอบสนองต่อโปรตีนที่พบในข้าวสาลีผ่านกลไกทางภูมิคุ้มกันของร่างกาย อาจเกิดจากการรับประทานข้าวสาลีหรือการสูดดมแป้งสาลีเข้าไป ปัจจุบันแป้งสาลีมักเป็นส่วนประกอบอาหารหลากหลายชนิด เช่น เบเกอรี่ พาสต้า สปาเก็ตตี้ ซาลาเปา มันฝรั่งทอด โรตีสายไหม ขนมกรอบบางชนิด ฯลฯ ปัจจัยที่ทำให้เด็กเสี่ยงต่อการแพ้แป้งสาลี ได้แก่ พันธุกรรม ปัจจัยทางด้านอายุเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กเล็กยังไม่แข็งแรงสมบูรณ์เพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอมต่างๆ โรคภูมิแพ้ทั่วไป หากเด็กที่มีการแพ้อาหารอื่นๆทำให้มีโอกาสแพ้แป้งสาลีได้ค่ะ อาการแพ้แป้งสาลีในเด็ก อาการแพ้แป้งสาลีมักจะแสดงอาการต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกาย อาการแพ้และความรุนแรงอาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละคน ดังนี้ อาการแพ้ที่ส่งผลต่อระบบผิวหนัง ได้แก่ ผื่นแดงคัน ผื่นลมพิษ หน้าบวม ตาบวม ริมฝีปากบวมพร้อมกับอาการคันซึ่งอาจทำให้อาการบวมเพิ่มขึ้นได้ค่ะ อาการแพ้ทีส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ น้ำมูกไหล ไอ จาม การแพ้ในบางครั้งอาจนำไปสู่การอักเสบของปอดหรือลำคอ ส่งผลให้หายใจลำบาก หลอดลมตีบเฉียบพลัน แน่นหน้าอก เป็นต้น อาการแพ้ที่ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ อาการคันริมฝีปากบวม คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย กลืนลำบาก...

ฮอร์โมนการเจริญเติบโตบกพร่อง

ภาวะฮอร์โมนการเจริญเติบโตบกพร่องคืออะไร และส่งผลอย่างไรกับลูกน้อยบ้าง วันนี้เราจะมาหาคำตอบรวมถึงวิธีการดูแลและป้องกันค่ะ ฮอร์โมนการเจริญเติบโต หรือโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) คือฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ถูกสร้างจากต่อมใต้สมองเป็นฮอร์โมนที่มีความจำเป็นต่อเด็ก เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูกให้เจริญเติบโตสมวัย หากเด็กคนไหนขาดฮอร์โมนตัวนี้ จะทำให้เป็นเด็กตัวเตี้ยแคระแกนค่ะ โกรทฮอร์โมนในผู้ใหญ่ก็มีความจำเป็นเช่นกัน เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ กระดูก ลดความเสี่ยงการเกิดโรค ชะลอความแก่ก่อนวัยอันควร เป็นต้น ซึ่งปริมาณของโกรทฮอร์โมนในร่างกายของแต่ละคนจะแตกต่งกันออกไป ตามกิจกรรม การดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ช่วงอายุที่แตกต่างกัน ฯลฯ สาเหตุภาวะฮอร์โมนการเจริญเติบโตบกพร่อง ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งอาจเกิดจากการทำการที่ผิดปกติของต่อมใต้สมอง หรือการพัฒนาการของร่างกาย ศีรษะหรือรูปหน้าที่ผิดปกติ เป็นต้น ลักษณอาการของเด็กที่มีภาวะฮอร์โมนการเจริญเติบโตบกพร่อง ซึ่งจะเห็นได้ชัดในเด็กอายุ 2-3 ปี โดยจะมีลักษณะอาการ ได้แก่ เด็กจะตัวเตี้ยกว่าเด็กๆ ในวัยเดียวกัน หรือต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน หรือส่วนสูงหยุดคงที่ ลักษณะมือและเท้าจะดูอ้วน เมื่อเทียบกับร่างกาย หน้าจะดูเด็กกว่าอายุจริง หรือเมื่อเทียบกับเด็กๆในวัยเดียวกัน เด็กจะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นช้า หรือบางทีอาจไม่เข้าสู่วัยรุ่นเลย เป็นต้น การรักษาภาวะฮอร์โมนการเจริญเติบโตบกพร่อง เด็กที่ป่วยจะได้รับการฉีดโกรทฮอร์โมนชนิดสังเคราะห์ทุกๆ วัน เพื่อช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตให้เป็นปกติ และจะต้องฉีดตลอดระยะเวลาการรักษา ซึ่งอาจจะนานถึง 2-3 ปี และต้องติดตามประเมินผลการตอบสนองต่อการรักษาของร่างกายอย่างต่อเนื่อง ในการรักษานี้อาจมีผลข้างเคียงทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้...

เตรียมพร้อมรับมือไข้หวัดใหญ่ในเด็ก

เตรียมพร้อมรับมือไข้หวัดใหญ่สวัสดีค่ะวันนี้เราจะมาเตรียมพร้อมรับมือไข้หวัดใหญ่ในเด็กซึ่งหลายๆท่านอาจจะยังคงเข้าใจว่า โรคไข้หวัดใหญ่มีการระบาดเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น แต่ความจริงแล้วโรคไข้หวัดใหญ่สามารถเป็นได้ตลอดทั้งปีและทุกช่วงวัยนะคะ ซึ่งอาการและความรุนแรงขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคนในขณะนั้น ในบางรายอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่บางรายมีอาการรุนแรงเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆจนเสียชีวิตได้ค่ะ ดังนั้นเรามาเตรียมพร้อมรับมือกับเจ้าไข้หวัดใหญ่กันค่ะ ไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กเกิดจาการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีอยู่ 3 สายพันธุ์ คือ A, B, และ C และมักจะรุนแรงกว่าไข้หวัดทั่วไป ซึ่งในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดบวม หลอดลมอักเสบ หรือมีผลกระทบต่อระบบประสาทและหัวใจจนทำให้เสียชีวิตได้ โรคไข้หวัดสามารถติดต่อกันผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย จาการไอจาม หรือการสัมผัสสิ่งของปนเปื้อนเชื้อไวรัสแล้วนำมือเข้าปาก ขยี้ตาค่ะ ซึ่งอาการของไข้หวัดใหญ่ที่เด่นชัด คือ มีไข้แบบเฉียบพลัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ เจ็บคอ มีน้ำมูก เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วหากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่แล้วสมารถดูแลรักษาได้โดยการเช็ดตัว ทานยาลดไข้พาราเซตามอล ดื่มน้ำมากๆและพักผ่อนให้เพียงพอก็สามารถหายได้เองค่ะ แต่ถ้าหากอาการไม่ดีขึ้น ไข้ไม่ลดลงควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคต่อไปเพราะอาจเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆได้ค่ะ การเตรียมพร้อมรับมือและป้องกันไข้หวัดใหญ่ในเด็ก

การเดินละเมอในเด็ก

สวัสดค่ะ คุณพ่อคุณแม่ลูกของคุณมีอาการละเมอบ้างหรือเปล่าคะ ถ้ามีและเราจะมีวิธีรับมือกับอาการละเมอของลูกๆอย่างไร วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันค่ะ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าการละเมอในเด็กเกิดขึ้นบ่อยในช่วงอายุ 4 - 8 ปีมากกว่าในผู้ใหญ่ค่ะ ซึ่งอาการละเมอนั้นเป็นภาวะความผิดปกติที่เกิดขึ้นในขณะที่ลูกของคุณกำลังหลับ โดยผู้ที่มีอาการจะไม่รู้สึกตัวและมีอาการมึนงงหลังรู้สึกตัวค่ะ ซึ่งจะแสดงในรูปแบบต่างๆ เช่น ละเมอเดินไปมา ลุกขึ้นนั่งลืมตา ละเมอพูดคุย หยิบสิ่งของต่างๆ ฯลฯ การนอนหลับทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงหลับตื้นและช่วงหลับลึกค่ะ และพฤติกรรมการละเมอที่เกิดขึ้นจะอยู่ในช่วงที่หลับลึก ผู้ที่มีอาการละเมอจะไม่สามารถจดจำเรื่องราวต่างๆได้เมื่อตื่นขึ้นมา โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงก่อนเกิดเหตุ ถ้าเด็กประสบปัญหาอาการนอนไม่หลับหรือเหนื่อยล้า โอกาสของเด็กคนนั้นที่มีตอนเดินละเมอมีแนวโน้มมากกว่าปกติค่ะ สาเหตุของการเดินละเมอในเด็ก อาจมากจากปัจจัยเหล่านี้ เช่น กรรมพันธุ์ พบว่าการเดินละเมอในครอบครัวที่มีประวัติการละเมอบ่อยครั้ง โดยเฉพาะพ่อและแม่ที่นอนละเมอ ทำให้ลูกมีโอกาสนอนละเอมเช่นกันค่ะ การอดนอน นอนไม่หลับ หรือถูกรบกวนการนอนหลับเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเดินละเมอ รูปแบบการนอนหลับที่ผิดปกติ ความผิดปกติเกี่ยวกับการหายใจในระหว่างนอนหลับ ผลกระทบหยุดหายใจระยะเวลาสั้นๆในช่วงกลางคืน การใช้สารหรือยาบางชนิด ที่ส่งผลต่อการนอนหลับของเด็ก ความวิตกกังวล ความเครียดที่ส่งผลกระทบต่อเด็กๆ มีประวัติอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ ร่างกายทำงานไม่เป็นปกติ กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข เช่น ขาอยู่ไม่สุขเป็นอาการที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติอาจเป็นสาเหตุของการเดินละเมอ อาการของการเดินละเมอ ส่วนใหญ่เมื่อได้ยินคำว่าละเมอเดินสิ่งแรกที่คิดคือการเดินระหว่างการนอนหลับ อย่างไรก็ตามการเดินในขณะนอนหลับไม่ได้เป็นสัญญาณเดียวของความผิดปกตินี้ อาการแสดงของการละเมอที่เป็นสัญญาณที่พบได้บ่อยที่สุดในเด็ก...

ภาวะกรดไหลย้อนในทารก

กรดไหลย้อนในทารก กรดไหลย้อน เป็นอาการที่ส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อนี้ตั้งอยู่ในหลอดอาหารส่วนล่างใกล้กับกระเพาะอาหาร เกิดได้ทั้งในเด็กและผุ้ใหญ่รวมถึงทารกด้วยเช่นกันค่ะ เนื่องจากเด็กทารกไม่สามารถบอกอาการการเจ็บป่วย ไม่สบายตัวได้ ดังนั้นวันนี้เราจะพามาหาคำตอบโรคกรดไหลย้อนในทารก รวมถึงวิธีการดูแลรักษาค่ะ โรคกรดไหลย้อนในผู้ใหญ่อาจมีสาเหตุมากจากแก๊สในกระเพาะอาหาร อาหารไม่ย่อยเป็นกรด ภาวะกรดไหลย้อนในทารกส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการกินนมมากเกินไป ทำให้เกิดน้ำลายไหลมากกว่าปกติ อาเจียน แหวะนมบ่อย แต่ยังคงร่าเริงสดใส มีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัยค่ะ แต่หากพบว่ามีอาการแหวะนม พร้อมกับมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น ร้องไห้งอแง แหวะนมตลอดทั้งวัน เป็นต้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังค่ะ เพราะลูกอาจเป็นโรคกรดไหลย้อน ซึ่งทำให้นำไปสู่ปัญหาการหายใจและปวดท้องได้ค่ะ อาการกรดไหลย้อนในทารก ภาวะกรดไหลย้อนในทารก มักมีอาการของการแหวะนมแต่ไม่แสดงอาการอื่นๆ และอาการนี้จะหายไปได้เองเมื่อเริ่มโตค่ะ อาการอื่นๆที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือ อาเจียนหรือแหวะนมหลังจากกินนมมากกว่า 5 ครั้งต่อวัน หงุดหงิดร้องไห้ งอแง รู้สึกไม่สบายตัว นอนไม่หลับหรือหลบในระยะเวลาสั้นๆ มีปัญหาในการรับประทานอาหาร กลืนลำบากอาหารกลับขึ้นมาหลอดอาหาร มีปัญหาการหายใจ หายใจลำบาก มีเสียงครืดคราด ในบางรายอาจเป็นลมหมดสติ หรือเกิดภาวะหยุดหายใจในขณะหลับ หากพบว่าลูกน้อยมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อเข้ารับการตรวจรักษาที่ถูกต้องทันท่วงทีค่ะ การดูแลลูกน้อยที่มีภาวะกรดไหลย้อย ที่มีสาเหตุมาจากการกินนมมากเกินไปซึ่งสามารถทำได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการกินของลูกน้อย ดังนี้ การป้อนนมลูกน้อยควรให้อยู่ในท่าลำตัวตั้งตรง ไม่ควรอุ้มกินนมในท่าขนานกับพื้นหรือศีรษะต่ำกว่าลำตัวของลูกน้อย เพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับของนมค่ะ กินนมในปริมาณที่น้อยลง เนื่องจากหูรูดหลอดอาหารอ่อนแอยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์เท่าในช่วงวัยอื่น แต่ควรให้กินบ่อยครั้งขึ้นเพื่อป้องการการกินนมมากเกินไปและกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้ดีขึ้น หลังจากกินนมควรให้ลูกน้อยเรอทุกครั้งจะทำให้สบายท้องไม่อึดอัดค่ะ การนอนควรให้ลูกนอนในท่าตะแคงซ้าย จะทำให้หลดอาหารหรือทางเข้ากระเพาะอยู่ในระดับที่สูงกว่าทางออกค่ะ สามารถช่วยลดความเสี่ยงการไหลย้อนกลับของอาหารค่ะ สวมใส่เสื้อผ้าสบายไม่รัดแน่นจนเกินไป...

โรคไส้เลื่อนในทารก เป็นได้ทั้งชายและหญิง

โรคไส้เลื่อนในทารก เป็นได้ทั้งชายและหญิง โรคไส้เลื่อนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าเกิดในผู้ชายแต่คุณรู้หรือไม่ว่า โรคไส้เลื่อนในเด็กเกิดได้ทั้งในเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงซึ่งเป็นได้ตั้งแต่เด็กเล็กค่ะ และจะมีวิธีการสังเกตอาการอย่างไร บทความนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมกันค่ะ โรคไส้เลื่อนในทารกคืออะไร โรคไส้เลื่อนในทารก คือภาวะที่ลำไส้เกิดการเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งเดิมดันตัวเป็นก้อนนูนหรือตุงออกมาตรงบริเวณใดบริเวณหนึ่งของผนังหน้าท้องหรือบริเวณอุ้งเชิงกราน ไส้เลื่อนสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีเหตุผลเฉพาะค่ะ เมื่อความดันในช่องท้องทำให้ไส้เลื่อนสามารถนูนออกมาและอาจหายไปเมื่อความดันถูกปล่อยออกมา ไส้เลื่อนในทารกส่วนใหญ่พบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิงและพบมากที่สุดได้แก่ ไส้เลื่อนสะดือและไส้เลื่อนขาหนีบโดยมีสาเหตุ อาการและการรักษาดังนี้ ไส้เลื่อนบริเวณสะดือ ไส้เลื่อนสะดือคือไส้เลื่อนชนิดที่เกิดขึ้นรอบๆสะดือทำให้สะดือเป็นก้อนนูนขนาด 2 - 6 เซนติเมตร เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องของเด็กทารกยังไม่แข็งแรงการพัฒนาไม่สมบูรณ์ จะพบบ่อยเมื่อเวลาร้องไห้ท้องจะผลักออกมา ไส้เลื่อนบริเวณสะดือส่วนใหญ่มักจะหายไปเองเนื่องจากช่องว่างในผนังกล้ามเนื้อถูกปิดลงเมื่อโตขึ้น ยกเว้นในบางรายที่มีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น ปวดท้องอย่างรุนแรง มีไข้ อาเจียน หน้าท้องโป่ง เป็นต้น ซึ่งต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นต่อไป การผ่าตัดไส้เลื่อนบริเวณสะดือเมื่อผ่าตัดเสร็จแล้ว ทารกสามารถกลับบ้านได้เลยภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังการผ่าตัดสะดือ การดูแลคุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความสำคัญในการดูแลรักษาความสะอาดมากเป็นพิเศษค่ะ ไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ ไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ เป็นการยื่นออกมาของส่วนหนึ่งของลำไส้หรือเยื่อหุ้มเซลล์จากช่องท้อง ซึ่งอาจขยายเกินกว่าขาหนีบ เนื่องจากกล้ามเนื้อในบริเวณขาหนีบของทารกไม่ได้รับการพัฒนาเพียงพอ หรือไม่สามารถรับแรงกดของช่องท้องได้ ไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบก้อนนูนจะไม่หายไปและยังคงเป็นก้อนตุงตลอดเวลา อาการที่พบได้แก่ บริเวณขาหนีบบวมเป็นก้อนเนื้อแข็ง เจ็บปวด อาเจียน ร้องไห้งอแงจากอาการเจ็บ เป็นต้น การรักษาไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบด้วยการผ่าตัด เพื่อผลักลำไส้กลับสู่ตำแหน่งที่เหมาะสม ผนังกล้ามเนื้อจะถูกเย็บเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ โรคไส้เลื่อนในทารกเป็นภาวะที่ทำให้ลูกของคุณรู้สึกเจ็บปวดมากถึงแม้ว่าจะไม่ใช่โรคร้ายแรงในเด็ก แต่การรู้และสามารถระบุอาการของโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆก็จะทำให้ได้รับการรักษาที่รวดเร็ว ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะสุขภาพของลูกเป็นสิ่งสำคัญ...

โรคชิคุนกุนยาในเด็ก

โรคชิคุนกุนยาโรคที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค โรคในเด็กใกล้ตัวที่มีอาการคล้ายกับโรคไข้เลือดออก ช่วงฤดูฝนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษค่ะ และการดูแลป้องกันลูกน้อยจากโรคต่างๆย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ เพราะเราเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคนต้องการจะเห็นลูกเจริญเติบโตแข็งแรงสมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย สุขภาพ และจิตใจในแต่ละช่วงวัย ดังนั้นบทความนี้เราจะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคชิคุนกุนยาในเด็ก อาการ การรักษา และวิธีการป้องกันโรคค่ะ โรคชิคุนกุนยา(Chikungunya) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค มีการแพร่ระบาดในช่วงฤดูฝน โดยมีอาการคล้ายกับโรคไข้เลือดออกแต่โรคชิคุนกุนยามีความรุนแรงน้อยกว่าโรคไข้เลือดออกและมีอาการปวดข้อเรื้อรังต่อเนื่องซึ่งอาจนานเป็นเดือนค่ะ ทำให้ผู้ป่วยบางรายมีการวินิจฉัยโรคผิดว่าเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้เช่นกันค่ะ อาการโรคชิคุนกุนยาในเด็ก โรคชิคุนกุนยาในเด็ก มีระยะฟักตัวของโรค 2 - 5 วันหลังจากโดนยุงลายที่มีเชื้อชิคุนกุนยากัด อาการโรคชิคุนกุนยาในเด็กที่พบบ่อยได้แก่ มีไข้สูงนาน 2 - 7 วัน ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปวดกล้ามเนื้อและปวดในข้อต่อพร้อมอาการบวม ข้อต่อติดขัด เจ็บปวดตามข้อมือและข้อเท้า มีผื่นคัน ท้องเสีย ตาแดง ตาอ่อนล้า หวดกระบอกตา ในบางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนส่งผลต่อตับ ไตและหัวใจ การรักษาโรคชิคุนกุนยาในเด็ก การรักษาโรคชิคุนกุนยาในเด็กไม่มีการรักษาหรือวัคซีนเฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับชิคุนกุนยา การรักษาจึงเป็นการตามอาการ การพักผ่อนอย่างเพียงพอ ดื่มน้ำมากๆป้องการร่างกายขาดน้ำ การรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพื่อช่วยให้เด็กๆฟื้นตัวจากโรคชิคุนกุนยาได้เร็วขึ้นค่ะ รวมถึงการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด การป้องกันโรคชิคุนกุนยาในเด็ก การป้องกันโรคชิคุนกุนยา คุณพ่อคุณแม่สามารถป้องกันลูกน้อยห่างไกลจากโรคได้ดังนี้ การดูแลรักษาความสะอาดบ้าน จัดบ้านให้โปร่งโล่งไร้มุมอับทึบเพื่อป้องกันการเกาะอาศัยของยุงลาย กำกัดแหล่าเพาะพันของยุงลายในบริเวณบ้าน เพื่อป้องการการวางไข่ของยุงลาย เช่น น้ำนิ่งขัง เศษขยะ กระถางต้นไม้ เป็นต้น ...

ลูกติดขวดนม สาเหตุของโรคฟันผุในเด็ก

สวัสดีค่ะ หากคุณพ่อหรือแม่คิดว่าฟันน้ำนมผุไม่เป็นอะไรหรือไม่น่าเป็นห่วงนั้นกำลังคิดผิดค่ะ เพราะปัญหาช่องปากของลุกน้อยนั้นเป็นสิ่งสำคัญค่ะ หากฟันน้ำนมผุจะทำให้เกิดพฤติกรรมการกินที่ไม่ดี ปัญหาการพูด ฟันคดเคี้ยวไม่สวย ซึ่งในระยะต่อมาอาจมีการติดเชื้อได้ค่ะ ดังนั้นวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาฟันน้ำนมผุในเด็กและวิธีป้องกันฟันผุค่ะ โรคฟันผุจากขวดนม เกิดจากเชื้อแบคทีเรียในปากเกิดกรดที่ทำลายฟัน เนื่องจากอาหารหรือของเหลว(น้ำหรือนม)ติดตามซอกฟันตลอดทั้งวันและถูกย่อยด้วยจุลินทรีย์ในช่องปากเปลี่ยนเป็นกรด ซึ่งกรดเหล่านี้สามารถทำลายส่วนนอกของฟันและแคลเซียมในฟันซึ่งนำไปสู่ปัญหาฟันผุในเด็กค่ะ มักพบในเด็กที่มีพฤติกรรมติดขวดนมโดยเฉพาะเด็กที่ดูดขวดนมในเวลากลางคืนขณะหลับค่ะ สัญญาณเริ่มแรกของฟันผุขวดนมในเด็ก คือมีจุดสีขาวบนเงือกซึ่งอาจจะสังเกตได้ค่อนข้างยากค่ะ และมีจุดสีน้ำตาลหรือสีดำบนฟัน กลิ่นปากและเหงือกบวมตามมาค่ะ คุณพ่อคุณแม่ควรดำเนินการอย่างจริงจังค่ะ เนื่องจากฟันมีความจำเป็นสำหรับการเคี้ยวยิ้มและพูดอย่างถูก และอาจส่งผลกระทบระยะยาวได้ ปัญหาฟันผุในระยะสั้นหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาอาจทำให้เกิดการติดเชื้อและปวดอย่างรุนแรงได้ค่ะ วิธีการรักษาฟันผุของลูกน้อย การรักษาฟันผุขวดนม เมื่อทันตแพทย์สังเกตเห็นอาการเริ่มต้นของปัญหาฟันผุในเด็กโดยขั้นตอนการรักษาดังนี้ ในระยะแรกเมื่อเห็นจุดสีขาว ทันตแพทย์จะใช้น้ำยาเคลือบฟลูออไรด์เพื่อทำให้ฟันทั้งหมดกลับมามีสภาพเดิมอีกครั้ง ซึ่งช่วยสร้างพื้นผิวเคลือบฟันและลดการเสื่อมสภาพค่ะ ซึ่งในการรักษาช่วงแรกควรลดน้ำหรืออาหารที่มีรสหวานหรือเป็นกรดเพื่อหยุดการลุกลามของฟันผุ กรณีที่ฟันผุรุนแรงจะได้รับการรักษาในลักษณะเดียวกับในผู้ใหญ่ คุณหมอจะต้องรักษาด้วยการอุดฟัน การรักษารากฟัน หรือการถอนฟันค่ะ เคล็ดลับในการหลีกเลี่ยงปัญหาฟันผุในเด็ก ได้แก่ ดูแลสุขภาพเหงือกและฟันของลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด ด้วยการเช็ดเหงือกด้วยผ้าสะอาด เมื่อฟันเริ่มขึ้นคุณแม่สามารถแปรงฟันลูกน้อยด้วยแปรงซิลิโคนหรือแปรงขนอ่อนและยาสีฟันฟลูออไรด์สำหรับเด็ก หลีกเลี่ยงการนอนหลับโดยใช้ขวดนมหรือทานอาหารก่อนเข้านอน หรือดูดน้ำตามเพื่อลดคราบน้ำนมที่ติดในช่องปากของลูกน้อย ก่อนนอนหรือหลังจากรับประทานอาหาร ขนม น้ำหวาน หรือนมในมื้อเย็น คุณแม่ควรใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำสะอาดพันนิ้ว เช็ดฟันและเหงือกให้ลูกน้อยทุกคืน หลีกเลี่ยงการใช้ขวดนม เมื่ออายุ 1 ปีขึ้นไป ฝึกลูกน้อยดื่มน้ำหรือนมจากแก้วแทนขวดนม รักษาสุขอนามัยช่องปาก แปรงฟันให้ลูกวันละสองครั้งเช้า-เย็น ด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันของลูกน้อยทุก 6 เดือน...

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันในเด็ก

โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันในเด็ก ปัจจุบัน โรคภัยไข้เจ็บมีมากมายทั้งโรคที่รู้จักและไม่รู้จัก ติดต่อกันได้ง่าย บางโรคเป็นแล้วหายยาก บางโรคก็กลับมาเป็นซ้ำได้อีก ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับลูกอยู่เสมอ หากไม่แน่ใจควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีค่ะ ซึ่งคงไม่มีบ้านไหนที่อยากเห็นลูกเจ็บป่วย เพราะทุกครั้งลูกเจ็บคนเป็นพ่อแม่มักเจ็บกว่าหลายเท่า และบ้านไหนที่ลูกๆสุขภาพแข็งแรงคือว่าโชคดีมากๆเลยค่ะ บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่มารู้จักกับ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน โรคร้ายที่พบบ่อยในเด็ก สาเหตุของการเกิดโรคและการรักษาค่ะ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเอแอลแอล (Acute Lymphocytic/ Lymphoblastic Leukemia) หรือ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน ซึ่งเป็นมะเร็งในเด็กที่พบบ่อยที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย ประมาณ 70% ของมะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็กทั้งหมด โดยพบบ่อยที่สุดในช่วงอายุ 2 - 5 ปี โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเกิดจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดขาว ส่งผลให้ไขกระดูกไม่สามารถสร้างเซลล์เม็ดเลือดปกติได้ ลดการสร้างเม็ดเลือดแดงและทำให้เกร็ดเลือดลดลงอีกด้วย เป็นโรคที่ลุกลามเร็วและมีความรุนแรงจำเป็นต้องได้รับการรักษาทันที ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ เนื่องจากโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวทำให้เกิดภาวะไขกระดูกล้มเหลว เกิดการติดเชื้อรุนแรงและมีเลือดออกรุนแรงในอวัยวะที่สำคัญค่ะ สาเหตุของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเอแอลแอล สาเหตุของการเกิดโรคยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบปัจจัยหลายอย่างที่เดี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันในเด็ก โดยแบ่งเป็น 3 ปัจจัยใหญ่ ได้นี้1. ทางกรรมพันธุ์- มีสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเอแอลแอล พบโอกาสเกิดโรคนี้สูงกว่าเด็กทั่วไป- เด็กมีความผิดปกติทางพันธุกรรมชนิดไม่ถ่ายทอด เช่น โรคดาวน์ซินโดรม(Down’s syndrome) เป็นต้น2. สิ่งแวดล้อม- เด็กทีมารดาได้รับรังสีชนิดไอออนไนซ์ เช่น...

โรคเด็กที่มากับฤดูฝน

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับโรคเด็กที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝน รวมถึงวิธีการรับมือกับโรคต่างๆค่ะ มาดูกันเลยค่ะว่ามีโรคอะไรบ้าง โรคมาลาเรีย โรคมาลาเรีย โรคร้ายแรงที่พบบ่อยที่สุดในช่วงฤดูฝนและส่งผลกระทบต่อเด็กและผู้ใหญ่ โดยมียุงก้นปล่องเป็นพาหะนำโรค อาการทั่วไปของโรคมาลาเรียในเด็ก ได้แก่ มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ อาเจียน เบื่ออาหาร หงุดหงิดร้องไห้งอแง เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้จะรุนแรงขึ้นหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น อาการชักหมดสติ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ อวัยวะล้มเหลวและอาจเสียชีวิตได้ค่ะ การป้องกันโรคมาลาเรียในเด็กที่ดีที่สุด คือการป้องกันการถูกยุงกัดสวมใส่เสื้อผ้ามิดชิด ทาโลชั่นป้องกันยุง จำกัดแหล่งเพาะพันธ์ยุง แอ่งน้ำขังบริเวณบ้าน เป็นต้น โรคอหิวาตกโรค อหิวาตกโรคเกิดจากแบคทีเรียชนิดเฉียบพลันที่มักเจริญเติบโตในน้ำที่สกปรกหรือปนเปื้อนอาหาร ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารส่งผลให้เกิดอาการท้องร่วงรุนแรง ถ่ายเหลวเป็นน้ำ คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง ช็อคหมดสติหรือเสียชีวิตได้ค่ะ การป้องกันอหิวาตกโรคด้วยการรักษาความสะอาด ควรล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดทุกครั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ ดื่มน้ำสะอาด อาหารปรุงสุกใหม่หลีกเลี่ยงอาหารดิบค่ะ กระเพาะและลำไส้อักเสบ กระเพาะและลำไส้อักเสบมักเกิดจากไวรัสและแบคทีเรียหลายชนิดที่ปนเปื้อนในอาหารและน้ำดื่ม ทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร ปวดท้อง อาเจียนอย่างรุนแรง ดังนั้นการป้องกันคือการรักษาความสะอาด รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ดื่มน้ำสะอาด ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้งค่ะ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเผ็ดและหวานจัดค่ะ โรคไข้เลือดออก ไข้เลือดออก เกิดจากเชื้อไวรัสแดงกี่โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งอาการของไข้เลือดออกจะแบ่งตามระยะของการเกิดโรคและมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันไป เริ่มตั้งแต่มีไข้ติดต่อกันหลายวัน ปวดศีรษะ แต่ไม่มีน้ำมูก คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร...
3แฟนคลับชอบ
2,103ผู้ติดตามติดตาม
1,591ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

เรื่องน่าอ่าน