อาการน้ำลายไหลในเด็ก

อาการน้ำลายไหลในเด็ก น้ำลายไหลเป็นเรื่องปกติของเด็กในช่วงอายุ 2 ปีแรก เนื่องจากทารกยังไม่สามารถควบคุมการทำงานกล้ามเนื้อในช่องปาก การกลืนอาหารหรือน้ำลายยังไม่สมบูรณ์ และอาการน้ำลายไหลนั้นอาจพบในขณะที่นอนหลับได้เช่นกันค่ะ แต่ถ้าหากลูกอายุ 4 ขวบขึ้นไปยังพบว่ามีอาการน้ำลายไหลอยู่ภาวะนี้ถือว่ามีความผิดปกติค่ะ และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกน้อยของเรามีภาวะน้ำลายไหลผิดปกติหรือไม่ ซึ่งเกิดจากสาเหตุอะไรและมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้างค่ะ วันนี้เราจะพามาหาคำตอบกันค่ะ น้ำลายไหลเป็นกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยให้อาหารอ่อนตัวลงทำให้กลืนได้ง่ายขึ้น และอาการน้ำลายไหลในเด็กยังบ่งบอกถึงการเจริญเติบโตของลูกน้อยตั้งแต่ 1 เดือน ถึง 2 ขวบ พัฒนาการของกล้ามเนื้อใบหน้า การควบคุมการทำงานของช่องปาก ซึ่งอาการน้ำลายไหลยืดในเด็กจะค่อยๆหายไปเองค่ะ สาเหตุของอาการน้ำลายไหลมักเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้ การงอกของฟันน้ำนม เมื่อลูกอายุ 6 เดือน ฟันน้ำนมของลูกน้อยเริ่มขึ้น ทำให้ลูกรู้สึกคันเหงือก ปวดเหงือกบริเวณที่ฟันจะงอกขึ้นมา ส่งผลให้น้ำลายของลูกน้อยยืดอยู่ตลอดเวลาค่ะ พฤติกรรมการอ้าปากของลูกน้อย ซึ่งพบว่าเด็กที่มีพฤติกรรมการอ้าปากอยู่ตลอดเวลา ทำให้ลูกน้อยไม่กลืนน้ำลายจึงมีน้ำลายไหลยืดออกมาค่ะ ลิ้นที่มีขนาดใหญ่คับปากของลูกน้อย รวมถึงปัญหาโรคเหงือก แผลในปากเกิดการติดเชื้อ เป็นต้น ปฏิกิริยาตอบสนองต่อการได้เห็นอาหาร หรือที่เรียกว่าน้ำลายสอค่ะ ความผิดปกติของระบบประสาท อาจเกิดจากปัญหาสมองพิการซึ่งเป็นความผิดปกติที่สามารถส่งผลกระทบต่อการควบคุมช่องปากและกล้ามเนื้อของเด็ก ทำให้มีอาการน้ำลายไหลมากเกินไป ผลข้างเคียงของยา เด็กบางรายที่ต้องรับประทานบางชนิด อาจส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้า ทำให้การควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อของริมฝีปากผิดปกติ การรักษาอาการน้ำลายไหลในเด็ก โดยธรรมชาติไม่ต้องทำการรักษาใดๆค่ะเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของเด็ก ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกมีอาการน้ำลายไหลผิดปกติหรือไม่ ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อให้การประเมินว่าเป็นจากสาเหตุอะไรค่ะ และเพื่อรับคำแนะนำถึงวิธีรักษาที่ถูกต้องค่ะ เช่น การฝึกการทำงานของกล้ามเนื้อปาก การกลืนน้ำลาย การจัดฟันในกรณีเด็กมีความผิดปกติของใบหน้าและขากรรไกร...

โรคไส้เลื่อนในทารก เป็นได้ทั้งชายและหญิง

โรคไส้เลื่อนในทารก เป็นได้ทั้งชายและหญิง โรคไส้เลื่อนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าเกิดในผู้ชายแต่คุณรู้หรือไม่ว่า โรคไส้เลื่อนในเด็กเกิดได้ทั้งในเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงซึ่งเป็นได้ตั้งแต่เด็กเล็กค่ะ และจะมีวิธีการสังเกตอาการอย่างไร บทความนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมกันค่ะ โรคไส้เลื่อนในทารกคืออะไร โรคไส้เลื่อนในทารก คือภาวะที่ลำไส้เกิดการเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งเดิมดันตัวเป็นก้อนนูนหรือตุงออกมาตรงบริเวณใดบริเวณหนึ่งของผนังหน้าท้องหรือบริเวณอุ้งเชิงกราน ไส้เลื่อนสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีเหตุผลเฉพาะค่ะ เมื่อความดันในช่องท้องทำให้ไส้เลื่อนสามารถนูนออกมาและอาจหายไปเมื่อความดันถูกปล่อยออกมา ไส้เลื่อนในทารกส่วนใหญ่พบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิงและพบมากที่สุดได้แก่ ไส้เลื่อนสะดือและไส้เลื่อนขาหนีบโดยมีสาเหตุ อาการและการรักษาดังนี้ ไส้เลื่อนบริเวณสะดือ ไส้เลื่อนสะดือคือไส้เลื่อนชนิดที่เกิดขึ้นรอบๆสะดือทำให้สะดือเป็นก้อนนูนขนาด 2 - 6 เซนติเมตร เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องของเด็กทารกยังไม่แข็งแรงการพัฒนาไม่สมบูรณ์ จะพบบ่อยเมื่อเวลาร้องไห้ท้องจะผลักออกมา ไส้เลื่อนบริเวณสะดือส่วนใหญ่มักจะหายไปเองเนื่องจากช่องว่างในผนังกล้ามเนื้อถูกปิดลงเมื่อโตขึ้น ยกเว้นในบางรายที่มีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น ปวดท้องอย่างรุนแรง มีไข้ อาเจียน หน้าท้องโป่ง เป็นต้น ซึ่งต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นต่อไป การผ่าตัดไส้เลื่อนบริเวณสะดือเมื่อผ่าตัดเสร็จแล้ว ทารกสามารถกลับบ้านได้เลยภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังการผ่าตัดสะดือ การดูแลคุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความสำคัญในการดูแลรักษาความสะอาดมากเป็นพิเศษค่ะ ไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ ไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ เป็นการยื่นออกมาของส่วนหนึ่งของลำไส้หรือเยื่อหุ้มเซลล์จากช่องท้อง ซึ่งอาจขยายเกินกว่าขาหนีบ เนื่องจากกล้ามเนื้อในบริเวณขาหนีบของทารกไม่ได้รับการพัฒนาเพียงพอ หรือไม่สามารถรับแรงกดของช่องท้องได้ ไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบก้อนนูนจะไม่หายไปและยังคงเป็นก้อนตุงตลอดเวลา อาการที่พบได้แก่ บริเวณขาหนีบบวมเป็นก้อนเนื้อแข็ง เจ็บปวด อาเจียน ร้องไห้งอแงจากอาการเจ็บ เป็นต้น การรักษาไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบด้วยการผ่าตัด เพื่อผลักลำไส้กลับสู่ตำแหน่งที่เหมาะสม ผนังกล้ามเนื้อจะถูกเย็บเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ โรคไส้เลื่อนในทารกเป็นภาวะที่ทำให้ลูกของคุณรู้สึกเจ็บปวดมากถึงแม้ว่าจะไม่ใช่โรคร้ายแรงในเด็ก แต่การรู้และสามารถระบุอาการของโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆก็จะทำให้ได้รับการรักษาที่รวดเร็ว ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะสุขภาพของลูกเป็นสิ่งสำคัญ...

โรคหัด(Measles)

โรคหัด(Measles) สวัสดีค่ะ บทความนี้เราจะมาพูดคุยเกี่ยบกับโรคหัด ไข้ออกผื่น ที่มาพร้อมกับหน้าหนาวพบบ่อยได้ในเด็กเล็ก โดยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดในช่วงเด็กอายุ 1 - 6 ปี โรคหัดส่วนมากจะหายจากหัดได้เองแต่ในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงอื่นๆขึ้นมาได้และอาจเสียชีวิตได้ค่ะ ดังนั้นหากลูกเป็นโรคหัด คุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างไร รวมถึงมีวิธีการป้องกันโรคหัดอย่างไรบ้าง thaichildcare จะพาไปหาคำตอบค่ะ โรคหัดคืออะไร โรคหัด(Measles) เกิดจากไวรัส Rubeola Virus เป็นโรคที่ทำให้เกิดไข้ออกผื่น มีลักษณะเด่นคือ มีไข้ร่วมกับการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น มีน้ำมูก ไอบ่อย ตาแดง มีผื่นขึ้นที่ผิวหนังลักษณะเป็นผื่นนูนแดงติดกันเป็นปื้นๆ ผื่นจะขึ้นที่หน้าบริเวณชิดขอบผมแล้วกระจายไปตามลำตัว แขน ขา หลังจากนั้นไข้จะเริ่มลดลงและผื่นจะมีสีเข้มขึ้นเป็นสีแดงคล้ำและจะจางหายไปเองค่ะ โรคหัดมีการติดต่อสู่คนได้ง่ายจากการหายใจ การไอ จามรดกัน การใช้สิ่งของร่วมกัน ของเล่น-ของใช้ที่ปนเปื้นเชื้อโรคและมักนำเข้าปากในเด็กเล็ก เนื่องจากเชื้อไวรัสจะอยู่ในละอองน้ำลายและน้ำมูกของผู้ป่วยค่ะ อาการของโรคหัด อาการของโรคหัดโดยทั่วไปจะเกิดอาการหลังจากได้รับเชื่อภายใน 14 วัน โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ - ระยะก่อนออกผื่น ลุกจะเริ่มด้วยการมีไข้สูง น้ำมูกไหล ไอแห้ง เจ็บคอ มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหารร่วมด้วย จะเป็นแบบนี้อยู่ประมาณ 3-4 วันค่ะ - ระยะออกผื่น เด็กจะมีผื่นนูนแดงเป็นปื้นๆ ไม่คัน โดยขึ้นที่บริเวณโคนผม...

5 โรค ควรระวังในเด็กแรกเกิด

5 โรค ควรระวังในเด็กแรกเกิด สวัสดีค่ะ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทุกท่านค่ะ ลูกน้อยเปรียบเสมือนเป็นแก้วตาดวงใจเมื่อเกิดมาก็ย่อมปรารถนาให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ครบสามสิบสองค่ะ แต่การเจ็บป่วยสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนและทุกช่วงวัยแม้ว่าลูกน้อยจะเพิ่งเกิดก็ยังมีโอกาสเจ็บป่วยได้เช่นกันค่ะ ดังนั้นบทความนี้แอดมินจะพาคุณพ่อคุณแม่มารู้จักกับโรคที่พบบ่อยในเด็กแรกเกิดค่ะ ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิดพบในเด็กทุกคนแต่อาจจะมากหรือน้อยบ้าง โดยมักจะพบในช่วง 3 - 5 วันแรกหลังคลอด ทารกที่คลอดก่อนกำหนด ทารกที่มีกรุ๊ปเลือดไม่ตรงกับคุณแม่ ทารกที่เจ็บป่วยเป็นโรคหรือเกิดขึ้นจากการแตกของเม็ดเลือดแดง รวมถึงคุณแม่ที่ประวัติเกี่ยวกับบุตรที่ต้องได้รับการส่องไฟ เพื่อรักษาภาวะตัวเหลืองในทารกมาก่อน และจะค่อยๆเหลืองน้อยลงจนหายไปได้เองค่ะ แต่ในบางกรณีที่มีภาวะตัวเหลืองผิดปกติหรือตัวเหลืองจากโรค ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตลูกน้อยว่า มีภาวะเหลืองมากหรือไม่ โดยการกดที่ผิวของลูกจะเห็นบริเวณที่กดเป็นสีเหลืองชั้นขึ้น ซึ่งอาจมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น ตาขาวเป็นสีเหลือง เหงือกเหลือง ฝ่ามือหรือฝ่าเท้าเหลือง ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มซึ่งปกติปัสสาวะของเด็กแรกเกิดจะไม่มีสี เป็นต้น หากพบว่าลูกมีอาการดังกล่าวหรือสงสัยว่าลูกมีภาวะตัวเหลือง คุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาลูกมาพบแพทย์เพื่อทำการประเมินและตรวจร่างกายซ้ำว่าเป็นอันตรายต่อทารกหรือไม่ค่ะ หากลูกมีภาวะตัวเหลืองมากในระดับที่เป็นพิษต่อเนื้อสมอง อาจก่อให้เกิดความผิดปกติทางสมองและระบบประสาท ทำให้ทารกมีอาการชัก หลังแอ่น แขนขามีอาการบิดเกร็ง พัฒนาการล่าช้า ระดับสติปัญญาลดลง ฯลฯ และหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ค่ะ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด คือ ภาวะหัวใจล้มเหลวเป็นภาวะที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื้อต่างๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ และเป็นหนึ่งโรคที่พบบ่อยในทารกแรกเกิดเช่นกันค่ะ โดยมักพบอาการที่ทำให้สงสัยว่าอาจมีโรคหัวใจพิการ ซึ่งอาจตรวจไม่พบหรือแสดงอาการชัดเจนในช่วงหลังก็ได้ค่ะ เช่น ริมฝีปากเขียว มีภาวะซีดแบบเฉียบพลัน ตัว/มือและเท้าเย็น หายใจแรงและเร็ว ซี่โครงบาน หน้าอกบุ๋ม จมูกบาน...

ลูกอาเจียนบ่อย

ลูกอาเจียนบ่อยลูกอาเจียนหรืออ๊วกบ่อย เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรปล่อยผ่านไปค่ะ เนื่องจากการอาเจียนเป็นอาการอย่างหนึ่งที่พบร่วมกับโรคต่างๆมากมาย เช่น โรคของทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย ลำไส้อุดตัน โรคของระบบประสาท เช่น เยื้อหุ้มสมองอักเสบ เนื้องอกในสมอง ภาวะน้ำคั่งในสมอง หรืออาจเกิดจากรับประทานยาบางอย่างก็ได้ การอาเจียนมักเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ วันนี้เรารวบรวมสาเหตุหลักๆที่ทำให้เด็กอาเจียน ภาวะแทรกซ้อน รวมถึงการดูแลลูกน้อยของคุณ ลูกอาเจียนบ่อยมักมีด้วยกันหลายสาเหตุตั้งแต่สาเหตุเล็กน้อยไปจนถึงสาเหตุหนัก โดยมีปัจจัยดังต่อไปนี้ โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด อาจมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น ไข้สูง ไซนัสอักเสบ คออักเสบ ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น หากพบว่าลูกอาเจียนมีเลือดปนมาด้วยถือว่าอันตรายมากค่ะ คุณพ่อคุณแม่ควรต้องรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันทีค่ะการรับประทานอาหารมากเกินไป โดยพบว่าทารกที่กินนมแม่มากเกินไป จนทำให้ลูกอิ่มมาก นมล้นกระเพาะ ก็ส่งผลทำให้ลูกอาเจียนออกมาได้ หรือในกรณีที่เด็กอายุ 6 เดือนถึง 1 ขวบ ซึ่งมีการป้อนอาหารเสริมแล้วอย่างน้อย 1-2 มื้อต่อวัน หากคุณแม่ให้ทานมากเกินความต้องการของร่างกาย ก็เป็นสาเหตุทำให้ลูกอาเจียนได้เช่นกันค่ะ ส่งผลให้เด็กบางคนอาจเป็นกระเพาะคราก...

ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด

ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดคืออะไร อันตรายต่อตัวลูกน้อยหรือไม่ ลองไปหาคำตอบพร้อมๆกันเลยค่ะ ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด เป็นภาวะที่พบได้ทั่วไปในช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอดหรือเด็กที่คลอดก่อนกำหนด เกิดขึ้นจากการแตกของเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดสารบิลิรูบินหรือสารที่ให้สีเหลืองในเลือดสูงเกินไป สารนี้จะอยู่ในกระแสเลือด โดยปกติสารนี้จะถูกนำเข้าไปสู่ตับแล้วขับออกจากร่างกายผ่านไปในทางเดินน้ำดี เข้าสู่ลำไส้และขับออกทางอุจจาระเป็นส่วนใหญ่ ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด จะพบได้ในเด็กแรกเกิดเกือบทุกคนและเมื่ออายุ 3-5 วัน จะค่อยๆเหลืองน้อยลงจนหายไปได้เองค่ะ แต่ในบางกรณีที่มีภาวะตัวเหลืองผิดปกติหรือตัวเหลืองจากโรค โดยสาเหตุของทารกตัวเหลืองจากความผิดปกติที่พบบ่อยได้แก่ ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง เป็นภาวะที่ส่งผลให้เม็ดเลือดแดงแตก ทำให้มีปริมาณบิลิรูบินในเลือดสูงขึ้นเลือดของแม่กับลูกไม่เข้ากัน ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกมาก พบในแม่เลือดกรุ๊ป O และลูกเป็น กรุ๊ป A หรือ B หรือหมู่เลือดระบบอาร์เอชต่างกันตับทำงานบกพร่อง เนื่องจากเด็กแรกเกิดการทำงานของตับยังไม่สมบูรณ์หรือโรคกรรมพันธุ์บางอย่างของตับ อาจทำให้ไม่สามารถกำจัดบิลิรูบินออกได้การบกพร่องเอนไซม์ ส่งผลทำให้เกิดการสะสมของอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดการทำลายเม็ดเลือดแดงมากกว่าปกติภาวะไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) เด็กที่มีภาวะขาดไทรอยด์ เนื่องจากไม่มีต่อมไทรอยด์หรือต่อมไทรอยด์ทำงานบกพร่อง อาจส่งผลให้มีภาวะตัวเหลืองสาเหตุอื่นๆ เช่น คลอดก่อนกำหนด การติดเชื้อ มารดาเป็นเบาหวาน ท่อน้ำดีอุดตันหรือถุงน้ำดีผิดปกติ ลำไส้อุดตัน และความผิดปกติต่างๆของการขับถ่ายสารสีเหลือง เป็นต้น

โรคปอดบวมในเด็ก

โรคปอดบวมในเด็กปอดบวมในเด็ก 1 ใน 6 โรคที่มาพร้อมกับอากาศเย็นที่พบได้บ่อยในเด็กค่ะ ซึ่งเราจะมีวิธีการดูแลและป้องกันดูแลลูกอย่างไรให้ห่างไกลโรคนี้ วันนี้แอดมินจะพาคุณพ่อคุณแม่มาหาคำตอบค่ะ โรคปอดบวม เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และพยาธิ ในระบบทางเดินหายใจส่วนล่างการอักเสบของเนื้อปอด โดยเฉพาะในถุงลมหนึ่งหรือทั้งสองข้าง โรคปอดบวมพบบ่อยในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี และเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เกิดความพิการและเสียชีวิตสูงถึง 1.6 ล้านคนต่อปีจากจำนวนผู้ป่วย 156 ล้านคนต่อปีทั่วโลก โดยร้อยละ 95 ของเด็กเหล่านี้อยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนาค่ะ โรคปอดบวมสามารถติดต่อได้จากการหายใจเอาเชื้อที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศเข้าไป จากการไอ จามของผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อไวรัสในในระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ฯลฯ อาการโรคปอดบวมในเด็ก พบว่าโรคปอดบวมจะมีอาการที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่า เกิดการติดเชื้อที่ส่วนไหนของปอดค่ะ ซึ่งอาการเริ่มต้นจะมีลักษณะอาการคล้ายไข้หวัด มีไข้ร่วมกับการไอ ระยะต่อมาจะมีไข้สูง ไอมากขึ้น เริ่มหอบเหนื่อย หายใจแรง มีอัตราการหายใจเร็วกว่าปกติตามเกณฑ์อายุ เพลีย ซึม ไม่ค่อยทานน้ำและอาหารหรืออาเจียนร่วมด้วย คุณพ่อคุณแม่รีบพาเด็กมาพบแพทย์โดยด่วน...

โรคซึมเศร้าในเด็ก

โรคซึมเศร้าในเด็ก โรคซึมเศร้าในเด็กภัยเงียบที่หลายๆคนมองข้าม และไม่เชื่อว่าเด็กจะเป็นโรคซึมเศร้าได้ ซึ่งความจริงแล้วเด็กมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าทั้งแบบรุนแรงและโรคซึมเศร้าแบบเรื้อรังได้เท่าๆกับผู้ใหญ่ ซึ่งสามารถเกิดการฆ่าตัวตายได้เช่นเดียวกันค่ะ โดยแพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร รองอธิการบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าช่วงอายุที่มีการฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่ากลุ่มอื่น คือ กลุ่มอายุ 35-39 ปี  โดยพบอายุต่ำสุดคือ 10 ปี และสูงสุดคือ 93 ปี การติดตามเด็กอายุ 10 ปี ที่ฆ่าตัวตายพบว่า มีลักษณะมีปัญหาในครอบครัว เป็นลูกคนเดียวและสาเหตุที่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย เพราะอยากเรียกร้องความสนใจและไม่ได้สิ่งที่ต้องการจากพ่อแม่ค่ะ จากเหตุการณ์นี้คุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตอาการและพฤติกรรมของลูก เพื่อเป็นการป้องกันและรับมือกับอารมณ์ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกสู่การเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ ดังนั้นบทความนี้เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้กันค่ะ โรคซึมเศร้าคืออะไร โรคซึมเศร้า(depression) เป็นโรคทางอารมณ์ชนิดหนึ่ง โดยที่มีอารมณ์ซึมเศร้ามีมากกว่าปกติ คือมีอารมณ์เศร้าติดต่อกันเกือบทั้งวัน ติดต่อกันทุกวันนานเกิน  2 สัปดาห์ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการป่วยทางด้านร่างกาย จิตใจและความคิด ซึ่งอาการเหล่านี้จะคอยสร้างผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในประจำเป็นอย่างมากค่ะ เช่น การรับประทานอาหารได้น้อยลง เบื่ออาการ นอนไม่หลับ มีความวิตกกังวล มีความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสุข เป็นต้น สาเหตุของโรคซึมเศร้าในเด็ก มักประกอบไปด้วย 1. พันธุกรรม หากพบว่าคนในครอบครัวมีประวัติการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ก็ทำให้มีโอกาสที่คนอื่นในครอบครัวจะเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน 2. สารเคมีที่เป็นสารสื่อประสาทในสมองบางอย่างแปรปรวน และไม่สมดุลทำให้เกิดซึมเศร้าได้ 3. โรคบางชนิด...

โรคเยื่อบุตาอักเสบในเด็ก

โรคเยื่อบุตาอักเสบในเด็ก เยื่อบุตาอักเสบ(Conjunctivitis) หรือโรคตาแดง เกิดจากการติดเชื้อที่ส่งผลกระทบต่อเยื่อใสที่ครอบคลุมตาขาวและด้านในของเปลือกตา ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากไวรัส แบคทีเรีย หรือเกิดจากสารที่ก่อภูมิแพ้ ทำให้เยื่อบุตาอักเสบ บวมแดง ระคายเคือง โรคตาแดงเป็นโรคที่พบได้ทั่วไปสามารถเป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สามารถติดต่อกันได้ง่ายโดยการสัมผัส สิ่งของปนเปื้อนเชื้อแล้วนำเข้าปาก หรือสัมผัสใบหน้า หรือจากการขยี้ตา เป็นต้น สาเหตุของโรคเยื่อยุตาอักเสบ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิเช่น เยื่อบุตาอักเสบจากการติดเชื้อ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งสามารถติดต่อได้ง่าย เช่น การสัมผัส การหยิบจับสิ่งของที่มีการปนเปื้อนเชื้อแล้วนำเข้าปาก หรือการสัมผัสใบหน้า การขยี้ดวงตา การใกล้ชิดกับผู้ป่วย สัมผัสสารคัดหลั่งการไอหรือจาม รวมถึงการใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย เป็นต้น เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ เกิดจากปฏิกิริยาการแพ้ การสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เช่น ละอองเกสรดอกไม้ ไรฝุ่น พชบางชนิด ฯลฯ และมักพบในเด็กที่มีประวัติของการแพ้ เช่น ไข้ละอองฟาง โรคหืด ฯลฯ โรคเยื่อบุตาอักเสบชนิดนี้ไม่ทำให้ติดต่อกันหรือแพร่จากคนสู่คนได้ อาการโรคเยื่อบุตาอักเสบ อาจมีความแตกต่างกันตามสาเหตุของการเกิดโรค ซึ่งอาการมักจะเกิดขึ้นภายใน 24 - 72 ชั่วโมงหลังจากติดเชื้อ และสามารถหายเองได้ใน 1-3 สัปดาห์ ซึ่งส่วนใหญ่มักมีอาการ ดังนี้ ...

ภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก

ภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก ปัจจุบันเป็นโรคเรื้อรังในทารกและเด็กเล็กที่พบได้บ่อยมากซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการของเด็กค่ะ บทความนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ผิวหนัง สาเหตุ อาการและวิธีการรักษามาฝากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ  ภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก (Atopic dermatitis) คือ โรคผิวหนังชนิดหนึ่ง เกิดจากการอักเสบของผิวหนัง มีผื่นขึ้นตามร่างกาย ผิวแห้ง มีอาการคัน และอาการผื่นภูมิแพ้จะเป็นๆหายๆ ได้ตลอดค่ะ ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของโรคนี้ค่ะ ในทารกแรกเกิดจะพบผื่นแดงบริเวณแก้ม ด้านนอกของแขนขา ข้อมือและข้อเท้า ถ้าหากพบว่ามีการอักเสบแบบเฉียบพลัน จะมีรอยเห่อแดงคัน และอาจมีตุ่มน้ำใสๆ เล็กๆ มีน้ำเหลืองเยิ้มซึม และอาจจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังร่วมด้วยได้ค่ะ ซึ่งสาเหตุของการเกิดผื่นภูมิแพ้ผิวหนังนั้น ยังไม่มีระบุชัดเจนว่าเกิดจากอะไร แต่ก็สันนิษฐานว่ามาจากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรมพ่อแม่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โอกาสที่ลูกจะเป็นด้วยมีมากถึง 60-80% อากาศและมลภาวะ เป็นต้น ภูมิแพ้ผิวหนังในเด็กที่เกิดจากสิ่งที่กระตุ้น มีดังนี้- ผิวขาดสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ (NMFs)- สิ่งแวดล้อม สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เช่น ฝุ่น เชื้อรา ขนสัตว์ ละอองเกสรต่างๆ รวมถึงเสื้อผ้า ของเล่น และของใช้ต่างๆของเด็ก ซึ่งกระตุ้นภูมิแพ้ได้ง่ายค่ะ จึงควรให้ความสำคัญต่อการดูแลทำความสะอาดบริเวณที่ทารกอาศัยอยู่ค่ะ- อาหาร เนื่องจากการรายงานพบว่ากว่าร้อยละ 20 ของเด็กที่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง...
3แฟนคลับชอบ
1,141ผู้ติดตามติดตาม
1,482ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

เรื่องน่าอ่าน