กระดูกข้อศอกเคลื่อนในเด็ก

กระดูกข้อศอกเคลื่อนในเด็ก บทเรียนราคาแพงจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือการไม่ทันได้ระวังของคุณพ่อคุณแม่หรือพี่เลี้ยงเด็ก โดยการดึงแขนลูกแรงๆซึ่งเสี่ยงต่อกระดูกข้อศอกเลื่อนหลุดได้ค่ะ อุบัติเหตุอันดับต้นๆโดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปีควรระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ เนื่องจากสรีระของกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อศอกยังมีการพัฒนาไม่สมบูรณ์ ง่ายต่อการเคลื่อนหลุดถ้าหากมีการขยับผิดจังหวะ กระดูกข้อศอกเลื่อนเกิดจากการที่กระดูกแขนหลุดออกจากเส้นเอ็นที่ยึดกระดูกไว้บริเวณข้อศอกค่ะ โดยสาเหตุหลักมักเกิดจากการจับมือลูกแล้วมีการกระตุกแรงๆอย่างรวดเร็ว การดึงมือหรือยกเด็กขึ้นมาจากพื้นโดยใช้แขนหรือมือเพียงข้างเดียว รวมทั้งการเล่นจับมือลูกเหวี่ยงแบบชิงช้า และสาเหตุอื่นๆที่อาจพบได้ เช่น อุบัติเหตุลื่นล้ม เป็นต้น กระดูกข้อศอกเลื่อนหากเคยเป็นแล้วจะมีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำได้ง่ายค่ะ โดยเฉพาะในช่วง 3-4 สัปดาห์แรกที่ลูกเคยกระดูกข้อศอกเลื่อน จึงต้องระมัดระวังให้มากขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวค่ะ กระดูกข้อศอกเคลื่อน อาการแสดงว่าข้อศอกเคลื่อน คือ ลูกจะร้องไห้งอแงทันที่เนื่องจากรู้สึกเจ็บปวดที่แขนมาก ซึ่งเป็นอาการที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนมองว่าลูกงอแงปกติ เดี๋ยวคงจะหยุดร้องไห้ไปเอง เมื่อเวลาผ่านไปสักพักลูกจะยังคงร้องไห้จากความเจ็บปวดอยู่และไม่ยอมขยับแขนหรือยกแขนที่เจ็บโดยเด็ดขาด ลักษณะของข้อศอกจะอยู่ในท่างอเล็กน้อย หุบเข้าหาลำตัว ลูกจะยังคงขยับหัวไหล่ได้แต่จะไม่สามารถขยับข้อศอกได้เพราะเจ็บมากค่ะ ในเด็กบางรายอาจขยับเข้าที่ได้เอง สามารถขยับแขนได้เป็นปกติและหายปวดหลังจากกระดูกข้อศอกเข้าที่ค่ะ แต่ถึงอย่างไรคุณแม่คุณพ่อก็ควรพาลูกไปพบแพทย์เฉพาะทางนะคะ เพื่อตรวจให้ละเอียดเพิ่มเติมว่าไม่ได้มีปัญหาอย่างอื่นร่วมด้วยและการรักษาที่ถูกวิธีค่ะ การรักษาอาการข้อศอกเคลื่อน...

ผื่นแพ้ในเด็ก

ผื่นแพ้ในเด็ก ผื่นแพ้ในเด็กปัญหากวนใจของคุณพ่อคุณแม่ เมื่อลูกน้อยมีผื่นขึ้นตามร่างกาย และเป็นที่มาของหลากหลายคำถามของคุณพ่อคุณแม่ ตุ่มแบบนี้เรียกว่าอะไรคะ มันจะหายไปเองได้ไหม และมีวิธีการรักษาอย่างไรคะ บทความนี้ทีมงาน thaichildcare ได้รวบรวมผื่นแพ้ต่างๆในเด็กมาฝากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ   - ผื่นแดง ETN (Erythema Toxicum Neonatorum) เป็นผื่นแดงมีขนาด 1-3 เซนติเมตร มีตุ่มน้ำใสหรือตุ่มหนองอยู่ตรงกลาง ไม่ทราบสาเหตุของการเกิดผื่นชนิดนี้และพบได้ในทารกแรกเกิด ตามสำตัว แขนและขา เป็นภาวะที่เกิดขึ้นชั่วคราวโดยไม่อันตรายต่อเด็กและสามารถหายได้เองใน 1 สัปดาห์ค่ะ - Transient Neonatal Pustular Melanosis มีลักษณะเป็นจุดสีแดงมีตุ่มน้ำใสหรือหัวหนอง บริเวณหน้า ตามลำตัว แขนและขา ผื่นชนิดนี้พบเฉพาะในทารกแรกเกิดเท่านั้น ไม่เป็นอันตรายและหายได้เอง ตุ่มน้ำใสหรือหัวหนองจะแตกออกภายใน 24-48 ชั่วโมง เมื่อตุ่มแตกแล้วจะเป็นขุยขาวๆบนพื้นผิวที่เข้มกว่าสีผิวปกติค่ะ แต่สีจะจางหายเป็นปกติภายใน 3 เดือนค่ะ - ผื่น Milia มีลักษณะเป็นตุ่มเม็ดขาวๆ เหลืองๆ ลักษณะของมันคล้ายสิวแต่ไม่ใช่สิวค่ะ พบที่บริเวณหน้าผาก แก้ม จมูกของทารก และอาจจะพบที่ในช่องปาก เหงือก และกลางเพดานปากได้ด้วยค่ะ เกิดจากการตกค้างของสารเคอราติน...

โรคคอเอียงแต่กำเนิด

สวัสดีค่ะ คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตลักษณะคอของลูกน้อยกันบ้างหรือเปล่า วันนี้เราจะพาคุณพ่อคุณแม่มารู้จักกับ “โรคคอเอียงแต่กำเนิด” มีลักษณะอย่างไร และมีวิธีการรักษาอย่างไร โรคคอเอียงตั้งแต่กำเนิด โรคคอเอียงตั้งแต่กำเนิด(Congenital Muscular Torticollis)  คือ ลักษณะของศีรษะที่มีการเอียงจากแนวกึ่งกลางไปทางด้านใดด้านหนึ่งชองลำตัว ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กโดยพบได้ตั้งแต่ทารกอายุ 1 เดือนหลังคลอด สาเหตุของโรคคอเอียงตั้งแต่กำเนิด โดยส่วนใหญ่ที่พบมักมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อบริเวณข้างคอหดสั้นลง ทำให้เกิดพังผืดยึดเกาะระหว่างกระดูกหลังหู กับส่วนหน้าของกระดูกไหปลาร้า ทำให้ศีรษะเอียงไปด้านที่กล้ามเนื้อหดสั้นลง แต่ใบหน้าจะบิดหันไปด้านตรงข้าม ซึ่งสาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อดังกล่าวหดลงนั้น อาจมาจากขณะคลอดหรือทารกในครรภ์อยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณลำคอเสียหาย และนอกจากนี้ยังพบสาเหตุอื่นๆ เช่น ความผิดปกติที่ระบบสมอง ตา กระดูกคอ และการอักเสบบริเวณคอค่ะ การรักษาโรคคอเอียงตั้งแต่กำเนิด แบ่งออกเป็น 2 วิธี ตามลักษณะของโรคอย่างเหมาะสม ดังนี้ 1. การรักษาโรคคอเอียงด้วยวิธีการยืดกล้ามเนื้อข้างคอที่หดสั้นลง ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้ควรทำในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ซึ่งคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองสามาถกระทำได้ด้วยตนเอง แต่ควรเรียนรู้ถึงวิธีการบริหารกล้ามเนื้อคอลูกน้อยอย่างถูกวิธีค่ะ เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อตัวลูกของคุณ โดยสามารถทำได้ดังนี้ การเปลี่ยนท่าลูกในขณะให้นม เช่น กรณีที่คอลูกเอียงทางด้านขวา ในขณะให้นมให้จับนอนตะแคงด้านซ้ายเพื่อให้กล้ามเนื้อคอข้างขวาได้ยืดค่ะ การจัดตำแหน่งศีรษะของลูกขณะนอนหลับ ให้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นการยืดกล้ามเนื้อข้างที่หดตัวลง เวลาอุ้มก็สามารถบริหารกล้ามเนื้อคอได้เช่นกัน ด้วยการจัดตำแหน่งการหันหน้าของลูกน้อย การรักษาด้วยการกายภาพบำบัดจากคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยืดกล้ามเนื้อ การใช้อุปกรณ์พยุงปรับตำแหน่งของศีรษะ วิธีนี้ยังไม่ใช้กันแพร่หลายนัก เนื่องจากปัญหาในการจัดหาอุปกรณ์...

สัญญาณเตือนของปัญหาการมองเห็นในเด็ก

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาพูดคุยในเรื่องราวของสัญญาณเตือน ลูกน้อยของคุณอาจมีปัญหาการมองเห็น ซึ่งจะมีวิธีการสังเกตและรับมืออย่างไร หากลูกน้อยของคุณกำลังประสบกับปัญหาการมองเห็นค่ะ การมองเห็นของเด็กๆนั้นมีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย ได้แก่ เด็กทารกแรกเกิด 2 - 3 วันแรก ยังมองไม่เห็นและไม่สามารถโฟกัสได้ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เนื่องจากดวงตาและระบบภาพของทารกยังไม่พัฒนาเต็มที่ อาจจะเห็นแบบรางๆเท่านั้นค่ะ อายุ 1 เดือนแรกของลูกน้อย ดวงตาเริ่มทำงานร่วมกันและการมองเห็นดีขึ้น ซึ่งอาจจะมีอาการตาเหล่แสดงให้เห็นซึ่งภาวะนี้จะหายไปเมื่ออายุ 2-3 เดือนค่ะ และเป็นช่วงวัยที่คุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการมองเห็นของลูกน้อยได้ เช่น การแขวนปลาตะเพียนสีสั้นสดใส เป็นต้น อายุ 2 - 3 เดือน เด็กๆเริ่มกลอกตาซ้ายขวาได้ ติดตามการเคลื่อนไหวของวัตถุ และเอื้อมมือไปหาสิ่งของ ยิ้มตอบสนองเมื่อคุณยิ้มค่ะ อายุ 4 - 8 เดือน เด็กจะเห็นภาพได้คมชัดขึ้นใกล้เคียงกับสายตาของผู้ใหญ่ ควบคู่กับการใช้มือหยิบจับ และเด็กส่วนใหญ่เริ่มคลานเมื่ออายุได้ประมาณ 8 เดือน ซึ่งจะช่วยพัฒนาการประสานงานระหว่างตาและเท้า อายุ 9 - 12 การทำงานของมือที่ประสานกับการทำงานของตาได้ดีขึ้น หยิบจับวัตถุด้วยนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ สามารถตัดสินระยะทางได้ค่อนข้างดีและโยนสิ่งของด้วยความแม่นยำ อายุ 1 - 2 ปี...

ลิ้นฝ้าขาวในเด็กเล็ก

ลิ้นฝ้าขาวในเด็กเล็กลิ้นฝ้าขาวในเด็กเกิดจากอะไร และมีวิธีการดูแลอย่างไร บทความนี้แอดมินจะพาคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มาหาคำตอบกันค่ะ ตามแอดมินมาเลยจ้า….. ลิ้นฝ้าขาวถือเป็นเรื่องปกติที่พบได้ในเด็กเกือบทุกคนค่ะ โดยส่วนใหญ่เกิดจากคราบน้ำนมที่เกาะเป็นคราบอยู่บริเวณลิ้น หรือกระพุ้งแก้ม เนื่องจากหลังกินนมไม่ได้เช็ดทำความสะอาดในช่องปาก ซึ่งเด็กที่กินนมแม่มักจะไม่ค่อยมีปัญหาลิ้นเป็นฝ้าขาว เพราะน้ำนมแม่มีความเข้มข้นน้อยกว่านมชงค่ะ และในบางกรณีที่ลิ้นฝ้าขาวจากเชื้อรา โดยสังเกตที่กระพุ้งแก้มทั้ง 2 ข้าง เพดานปาก และเหงือก หากมีคราบขาวเยอะหรือหนามาก ทำให้เด็กมักจมีอาการงอแง กินนมน้อยลง น้ำหนักตัวลดลง ซึ่งอาจเกิดจากเชื้อราที่จับตัวอยู่ในปากนั่นเองค่ะ สาเหตุของลิ้นฝ้าขาวที่เกิดจากเชื้อรา เชื้อราที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยปกติแล้วเราจะพบเชื้อราในช่องปากของลูกตั้งแต่แรกคลอด หรือเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน เชื้อราชนิดนี้หายไปได้เองหรือทำความสะอาดเพียงเล็กน้อยก็จะหายไปค่ะ เชื้อราที่เกิดจากการทำความสะอาดไม่ทั่วถึง จากการที่ลูกกินเข้าไปและขาดการทำความสะอาดหรือไม่ทั่วถึง ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียกลายเป็นฝ้าหนาอยู่ที่ลิ้นของลูก เชื้อราที่เกิดจากเชื้อโรค โดยการที่ลูกหยิบสิ่งของต่างๆที่สกปรกเข้าปาก ทำให้ได้รับเชื้อและเกิดเป็นเชื้อราขึ้นได้ค่ะ วิธีการทำความสะอาดลิ้นฝ้าขาว วิธีการทำความสะอาดลิ้นฝ้าขาวที่ถูกต้องและปลอดภัย

ลูกมีไข้สูงควรทำอย่างไร

ลูกมีไข้สูงควรทำอย่างไร จากคำกล่าวที่ว่า เมื่อลูกป่วยแม่พร้อมจะป่วยแทนลูกได้เสมอ เพราะทุกครั้งที่ลูกป่วยมีไข้มักสร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเวลาลูกมีไข้สูง(ตัวร้อนจัด) และอาจนำมาซึ่งอาการชักได้ค่ะ ดังนั้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบถึงการดูแล รับมือเมื่อลูกป่วยมีไข้สูงอย่างถูกวิธีค่ะ ไข้ เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก เกิดจากภาวะที่อุณหภูมิร่างกายขึ้นสูงผิดปกติสูญเสียความสมดุลภายในร่างกาย ส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี วัดอุณหภูมิของร่างกายพบว่ามีไข้สูง 39-40 องศาเซลเซียส อาจทำให้เกิดการชักได้ค่ะ โดยอาการชักส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงแรกของการมีไข้ ซึ่งอาการชักจากไข้สูง เกิดจากสมองของเด็กถูกการกระตุ้นจากที่ร้างกายมีอุณหภูมิสูง ลักษณะการชักจะมีการเกร็งหรือกระตุกทั้งตัวค่ะ หากเกิดอาการชักในวันหลังๆมักพบสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น ภาวะติดเชื้อระบบประสาท เป็นต้น การเป็นไข้ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ปรสิต การอักเสบของทางเดินหายใจ ปอดบวม ฯลฯ หรือภาวะร่างกายทำปฎิกิริยากับสิ่งแปลกปลอม เช่น หลังการฉีดวัคซีน หรือจากสาเหตุอื่นได้อีกหลายอย่าง เช่น รายกายได้รับบาดเจ็บ การแพ้ยา ปัญหาจากฟัน อากาศที่ร้อนมากหรือสวมเสื้อหลายชั้น โรคธัยรอยด์เป็นพิษ ร่างกายขาดน้ำในเด็กเล็ก เป็นต้น วิธีการดูแลลูกน้อยเมื่อมีไข้สูง มีดังนี้ ควรพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุของการเป็นไข้ เมื่อแพทย์ให้ยาลดไข้ ควรให้เด็กทานยาเป็นระยะๆทุก 4 -...

ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด

ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดคืออะไร อันตรายต่อตัวลูกน้อยหรือไม่ ลองไปหาคำตอบพร้อมๆกันเลยค่ะ ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด เป็นภาวะที่พบได้ทั่วไปในช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอดหรือเด็กที่คลอดก่อนกำหนด เกิดขึ้นจากการแตกของเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดสารบิลิรูบินหรือสารที่ให้สีเหลืองในเลือดสูงเกินไป สารนี้จะอยู่ในกระแสเลือด โดยปกติสารนี้จะถูกนำเข้าไปสู่ตับแล้วขับออกจากร่างกายผ่านไปในทางเดินน้ำดี เข้าสู่ลำไส้และขับออกทางอุจจาระเป็นส่วนใหญ่ ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด จะพบได้ในเด็กแรกเกิดเกือบทุกคนและเมื่ออายุ 3-5 วัน จะค่อยๆเหลืองน้อยลงจนหายไปได้เองค่ะ แต่ในบางกรณีที่มีภาวะตัวเหลืองผิดปกติหรือตัวเหลืองจากโรค โดยสาเหตุของทารกตัวเหลืองจากความผิดปกติที่พบบ่อยได้แก่ ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง เป็นภาวะที่ส่งผลให้เม็ดเลือดแดงแตก ทำให้มีปริมาณบิลิรูบินในเลือดสูงขึ้นเลือดของแม่กับลูกไม่เข้ากัน ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกมาก พบในแม่เลือดกรุ๊ป O และลูกเป็น กรุ๊ป A หรือ B หรือหมู่เลือดระบบอาร์เอชต่างกันตับทำงานบกพร่อง เนื่องจากเด็กแรกเกิดการทำงานของตับยังไม่สมบูรณ์หรือโรคกรรมพันธุ์บางอย่างของตับ อาจทำให้ไม่สามารถกำจัดบิลิรูบินออกได้การบกพร่องเอนไซม์ ส่งผลทำให้เกิดการสะสมของอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดการทำลายเม็ดเลือดแดงมากกว่าปกติภาวะไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) เด็กที่มีภาวะขาดไทรอยด์ เนื่องจากไม่มีต่อมไทรอยด์หรือต่อมไทรอยด์ทำงานบกพร่อง อาจส่งผลให้มีภาวะตัวเหลืองสาเหตุอื่นๆ เช่น คลอดก่อนกำหนด การติดเชื้อ มารดาเป็นเบาหวาน ท่อน้ำดีอุดตันหรือถุงน้ำดีผิดปกติ ลำไส้อุดตัน และความผิดปกติต่างๆของการขับถ่ายสารสีเหลือง เป็นต้น

โรคลมแดดในเด็ก(Heat Stroke) ภัยร้ายหน้าร้อน

โรคลมแดดในเด็ก(Heat Stroke) ภัยร้ายหน้าร้อน สวัสดีค่ะ ช่วงนี้อากาศร้อนระวังโรคลมแดด หรือ Heat Stroke เสี่ยงอันตรายถึงชีวิตค่ะ วันนี้เราจะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจพร้อมวิธีการรับมือค่ะ โรคลมแดด หรือที่เรียกว่า Heat Stroke เกิดจากอุณหภูมิรอบๆตัวที่สูงมาก ทำให้ระบบควบคุมอุณหภูมิของร่างกายล้มเหลว ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายของคนเราสามารถปรับอุณหภูมิของร่างกายโดยอัตโนมัติ เพื่อตอบสนองต่อการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของอากาศรอบๆตัว เช่น เราเหงื่อออกเมื่ออากาศร้อนเพื่อให้ร่างกายเย็นลง เป็นต้น แต่โดยธรรมชาติแล้วร่างกายของเรามักมีขีดจำกัดเช่นกัน ดังนั้นเมื่อเราสัมผัสกับอากาศร้อนมากเป็นเวลานาน ส่งผลให้เราเป็นลมแดดซึ่งเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันค่ะ ควรเฝ้าระวังกลุ่มผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก เนื่องจากร่างกายอาจปรับตัวไม่ทันและอาจสูญเสียน้ำจากความร้อนได้ง่ายค่ะ อาการโรคลมแดด(Heat Stroke) ที่พบโดยทั่วไปได้แก่ เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย ชีพจรเต้นแรง หายใจเร็ว กระหายน้ำมาก มึนงง เหงื่อไม่ออกแม้อากาศร้อน อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆจนทำให้สูงกว่า 40 องศาเซลเซียล มีอาการชัก และหมดสติเป็นลมได้ ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลและแก้ไขอย่างถูกต้อง อาจทำให้เด็กหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้ค่ะ การปฐมพยาบาลโรคลมแดด(Heat Stroke) การปฐมพยาบาลในเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล เพื่อป้องกันภาวะอันตรายที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ค่ะ การปฐมพยาบาลเพื่อลดอุณหภูมิภายในร่างกาย ดังนี้ พาลูกเข้าไปในที่ร่ม(ถ้าอยู่นอกอาคาร) ซึ่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก จับลุกนอนหงาย เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ถอดเสื้อผ้าแล้วใช้ผ้าน้ำเย็นเช็ดตามส่วนต่างๆของร่างกาย เพื่อให้ร่างกายได้ระบายความร้อนและเย็นลง การป้องกันโรคลมแดดในเด็ก(Heat Stroke) วิธีการป้องกันง่ายๆที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำมาใช้ เพื่อป้องกันตัวเองและลูกน้อยจากโรคลมแดด...

โรคหลอดลมฝอยอักเสบในเด็ก

โรคหลอดลมฝอยอักเสบ(bronchiolitis) เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ พบบ่อยในเด็กแรกเกิดถึง 8 ปี และมักพบอาการรุนแรงในเด็กอายุ 6-12 เดือน โรคหลอดลมฝอยอักเสบเกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มอาร์เอสวี ทำให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ ส่งผลให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก ซึ่งโรคนี้สามารถติดต่อกันได้ง่ายเช่นเดียวกับโรคหวัด การไอ จามรดกัน การคลุกคลีกับผู้ป่วย หรือการสัมผัสการใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย เชื้อไวรัสดังกล่าวจะมีระยะฟักตัว 2-5 วันหลังจากได้รับเชื้อค่ะ ดังนั้นบทความนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโรคหลอดลมฝอยอักเสบ รวมถึงวิธีการดูแลรักษามาฝากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ อาการโรคหลอดลมฝอยอักเสบในเด็ก เนื่องจากโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มอาร์เอสวี ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายเป็นหวัด คือ มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูกไหล ฯลฯ หลังจาก และ 2-5 วันต่อมา อาการไอแย่ลงและเริ่มมีปัญหากับการหายใจ หายใจเร็ว หอบ เหนื่อน หายใจมีเสียงหวีด กินอาหารหรือดื่มนมลำบาก ระบบทางเดินหายใจทำงานหนัก ซึ่งสังเกตได้จากการหายใจของเด็ก ปีกจมูกบาน ในบางรายอาจมีอาการปากเขียวซีดร่วมด้วย ฯลฯ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ภาวะอุดกลั้นระบบทางเดินหาย ภาวะปอดแฟบจากการอุดกั้นของหลอดลม กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ในบางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ และภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง มักพบในเด็กที่คลอดก่อนกำหนด เด็กอายุต่ำกว่า...

อุทาหรณ์ลูกนอนตกเตียง

อุทาหรณ์ลูกนอนตกเตียงสวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่องราวเกี่ยวกับลูกน้อยกับการนอนตกเตียงค่ะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกันค่ะ เพราะผลที่ตามมาอาจอันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ แอดมินขอนำประสบการณ์ลูกนอนตกเตียงของคุณแม่ Fhrem Phrimboon เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์กับคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ คุณแม่ได้เล่าเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ว่า……คืนก่อนนั่งทำงานจนตี 4 และขึ้นไปนอนเห็นหน้าลูกดำๆ เลยเดินไปเปิดไฟ บนหน้ามีแต่คราบเลือด เลยตั้งสติดูว่าเลือดมาจากที่ไหน จากที่มองแล้วน่าจะเกิดจากเลือดกำเดา แต่….มีอีกกองบนพื้น แสดงว่าต้องนอนตกเตียงกระแทกพื้นและน่าจะกลับขึ้นไปนอนต่อเอง แต่เนื่องจากน้องมีเลือดออกเยอะ พร้อมกับตอนกระแทกพื้นเราไม่เห็นเลยขับรถพาลูกไปโรงพยาบาลตรวจเชคเพื่อความแน่ใจ ระหว่างทางนั้นยังดีที่น้องรู้สึกตัวบ้างแต่ขับไปได้นิดนึงก็เกิดอาเจียน ซึ่งกว่าจะถึงโรงพยาบาลก็อาเจียนไป 3 รอบค่ะ เลยต้องทำการสแกนสมองเพราะมีอาเจียนร่วมด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรค่ะ น้องปลอดภัยดี ร่าเริงเหมือนเดิมค่ะ (คุณแม่ไม่เคยให้ลูกนอนคนเดียวนะคะ น้องจะนอนกับพี่สาวแต่ในคืนนั้นพี่สาวหลับก่อนค่ะ) จากเหตุการณ์ของเราในครั้งนี้โชคดีที่น้องไม่เป็นอะไรค่ะ แต่คุณพ่อคุณแม่ควรระมัดระวังด้วยนะคะ เพราะอาจไม่ได้โชคดีอย่างนี้เหมือนกับเราเสมอไปค่ะ คุณหมอเล่าให้ฟังว่า มีเคสหนึ่งน้องนอนตกเตียงโดยที่คุณแม่ไม่รู้ จนน้องมีอาการหูบวมเลยมาพบหมอ ปรากฏว่าน้องสมองร้าวและมีน้ำจากไขสันหลังซึมออกมาต้องพักฟื้นรักษาตามอาการที่โรงพยาบาลและโชคดีที่ทำประกันอุบัติเหตุไว้ค่ะ เพราะสแกนสมองนี่ไม่ใช่ถูกๆเลยค่ะ เลยคิดว่าหากเราไม่ได้ทำประกันสุขภาพ อย่างน้อยทำประกันอุบัติเหตุไว้ก็ดีนะคะเพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอค่ะ ขอขอบคุณเรื่องราวจากคุณแม่ Fhrem Phrimboon ที่มาแชร์ให้คุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆทราบค่ะ จากเรื่องราวดังกล่าวนี้ คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งวิตกกังวลมากไปค่ะ การนอนตกเตียง ตกโซฟาหรือตกบันไดกระแทกพื้นของเด็กๆนั้นแอดมินเชื่อว่าต้องมีหลายๆบ้านที่เคยเกิดขึ้นค่ะ เนื่องจากเด็กๆมักนอนดิ้นมาก...
3แฟนคลับชอบ
2,103ผู้ติดตามติดตาม
1,591ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

เรื่องน่าอ่าน