โรคผิวหนังแห้งอักเสบในเด็ก

โรคผิวหนังแห้งอักเสบในเด็กสวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาพูดคุยกันในเรื่องของโรคผิวหนังอักเสบในเด็ก อันตรายหรือไม่และมีวิธีการดูแลรักษาอย่างไรบ้างค่ะ อย่ารอช้าตามแอดมินมาเลยจ้า…… ในฤดูหนาวไม่เพียงแค่การดูแลสุขภาพเท่านั้น อากาศเปลี่ยนแปลงแบบนี้ยังมาพร้อมกับโรคอีกชนิดหนึ่งที่พบบ่อยในเด็กเช่นกัน คือโรคผิวหนังอักเสบ ซึ่งเป็นโรคที่ต้องมีการดูแลเป็นพิเศษเพราะบางครั้งแค่การทำความสะอาด และการบำรุงผิวด้วยครีมหรือโลชั่นอย่างเดียวคงยังไม่พอค่ะ เชื้อโรคบางชนิดอาจทำให้ผิวลูกอักเสบได้ค่ะ สาเหตุของโรคผิวหนังอักเสบ เกิดจากปัจจัย 2 หลักด้วยกัน ได้แก่ ปัจจัยภายนอกร่างกาย เนื่องจากผิวหนังของเด็ก โดยเฉพาะเด็กทารกมีความไวต่อสิ่งต่างๆ มากกว่าผู้ใหญ่ เช่น สารเคมีบางชนิดที่ก่อความระคายเคืองต่อผิว ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เหงื่อตัวเอง อากาศเปลี่ยนแปลงร้อนจัดหรือเย็นจัด แพ้สารก่อภูมิแพ้ เป็นต้นปัจจัยภายในร่างกาย การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ทางพันธุกรรม มักเริ่มเป็นตั้งแต่เด็กๆ และเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาภูมิไวเกินของร่างกายค่ะ อาการของโรคผิวหนังอักเสบในเด็ก มักเกิดบริเวณหน้าผาก แก้ม คาง ต้นขาหรือบริเวณข้อพับต่าง ๆ สามารถแบ่งเป็นระยะต่างๆ ได้ 3 ระยะ...

ออทิสติก (Autistic)

ออทิสติก(Autistic) ออทิสติก(Autistic) คือ กลุ่มอาการความบกพร่องหรือความผิดปกติทางสมอง ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาการของเด็กๆ ทั้งทางด้านภาษา ด้านสังคม และทางด้านพฤติกรรม โดยมีพฤติกรรมและการแสดงออกที่แตกต่างจากเด็กปกติทั่วไป เช่น ไม่สบตา ชอบทำอะไรซ้ำๆ มีการเคลื่อนไหวร่างกายซ้ำๆ การใช้ภาษาผิดปกติ พูดซ้ำๆหรือใช้คำที่ตนเองเข้าใจความหมายเท่านั้น ฯลฯ อาการอาจรุนแรงหรือไม่รุนแรงก็ได้เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละคนมีปัญหาและความรุนแรงที่แตกต่างกันค่ะ ออทิสติกแสดงอาการที่ชัดเจนในช่วงอายุก่อน 2 ปีแรก อาการความผิดปกติออทิสติกทางด้านต่างๆ ดังนี้ ความผิดปกติทางด้านการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เด็กออทิสติกที่มีปัญหาทางด้านการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม จะมีพฤติกรรมคล้ายกับว่าตัวเองอยู่คนเดียวในโลก มักแยกตัวอยู่คนเดียว ไม่สนใจให้สิ่งต่างๆรอบตัว ไม่มีสมาธิในการตั้งใจฟังหรือดูสิ่งต่างๆ การพูดคุยจะไม่ค่อยสบตากับผู้ที่สนทนาด้วย การตอบสนองกับคนรอบข้างบกพร่อง มีความบกพร่องในการแสดงสีหน้าและอารมณ์ของตนเอง รวมถึงเด็กจะไม่สามารถเดาความรู้สึกของคนอื่นจากสีหน้าท่าทางได้ เช่น เขาจะไม่รู้ว่าหน้าแบบนี้หมายถึง แม่กำลังเสียใจ หรือพ่อกำลังโกรธค่ะ ความผิดปกติทางด้านภาษาและการสื่อสาร เด็กออทิสติกที่มีปัญหาทางด้านภาษาและการสื่อสารที่คุณพ่อคุณแม่มักพาเด็กมาพบแพทย์บ่อยที่สุด คือเด็กจะไม่พูดเป็นประโยชน์ที่มีความหมายเมื่ออายุ 2 ปี หรือถ้าพูดได้ก็จะเป็นการพูดที่ไม่มีจุดหมาย ตอบไม่ตรงคำถาม พูดบางคำหรือบางประโยคซ้ำๆ พูดทวนคำที่ได้ยินซ้ำๆ โดยมีลักษณะเสียงพูดจะไม่มีเสียงสูงต่ำ ไม่มีอารมณ์สอดแทรก การใช้คำแปลกๆ สื่อความหมายแปลกๆที่คนอื่นฟังไม่เข้าใจ ซึ่งมีเฉพาะคนที่ใกล้ชิดเด็กเท่านั้นที่เข้าใจ ไม่สามารถเล่นบทสมมติหรือเล่นทำท่าคุยโทรศัพท์ได้ ฯลฯ รวมถึงไม่สามารถใช้ภาษาท่าทางเพื่อการสื่อสารได้ เช่น การชี้นิ้ว...

ผื่นแพ้ในเด็ก

ผื่นแพ้ในเด็ก ผื่นแพ้ในเด็กปัญหากวนใจของคุณพ่อคุณแม่ เมื่อลูกน้อยมีผื่นขึ้นตามร่างกาย และเป็นที่มาของหลากหลายคำถามของคุณพ่อคุณแม่ ตุ่มแบบนี้เรียกว่าอะไรคะ มันจะหายไปเองได้ไหม และมีวิธีการรักษาอย่างไรคะ บทความนี้ทีมงาน thaichildcare ได้รวบรวมผื่นแพ้ต่างๆในเด็กมาฝากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ   - ผื่นแดง ETN (Erythema Toxicum Neonatorum) เป็นผื่นแดงมีขนาด 1-3 เซนติเมตร มีตุ่มน้ำใสหรือตุ่มหนองอยู่ตรงกลาง ไม่ทราบสาเหตุของการเกิดผื่นชนิดนี้และพบได้ในทารกแรกเกิด ตามสำตัว แขนและขา เป็นภาวะที่เกิดขึ้นชั่วคราวโดยไม่อันตรายต่อเด็กและสามารถหายได้เองใน 1 สัปดาห์ค่ะ - Transient Neonatal Pustular Melanosis มีลักษณะเป็นจุดสีแดงมีตุ่มน้ำใสหรือหัวหนอง บริเวณหน้า ตามลำตัว แขนและขา ผื่นชนิดนี้พบเฉพาะในทารกแรกเกิดเท่านั้น ไม่เป็นอันตรายและหายได้เอง ตุ่มน้ำใสหรือหัวหนองจะแตกออกภายใน 24-48 ชั่วโมง เมื่อตุ่มแตกแล้วจะเป็นขุยขาวๆบนพื้นผิวที่เข้มกว่าสีผิวปกติค่ะ แต่สีจะจางหายเป็นปกติภายใน 3 เดือนค่ะ - ผื่น Milia มีลักษณะเป็นตุ่มเม็ดขาวๆ เหลืองๆ ลักษณะของมันคล้ายสิวแต่ไม่ใช่สิวค่ะ พบที่บริเวณหน้าผาก แก้ม จมูกของทารก และอาจจะพบที่ในช่องปาก เหงือก และกลางเพดานปากได้ด้วยค่ะ เกิดจากการตกค้างของสารเคอราติน...

โรคเริมในเด็ก

โรคเริมในเด็ก"เริม" โรคผิวชนิดหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยในผู้ใหญ่และไม่มีอาการรุนแรงสามารถรักษาให้หายได้ แต่คุณทราบหรือไม่ว่าถ้าหากเด็กเล็กเป็นเริมอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ค่ะ เริมเกิดจากไวรัส Herpes simplex virus type 1 (HSV-1) การติดเชื้อในช่องปากและริมฝีปากและ Herpes simplex virus type 2 (HSV-2) การติดเชื้อที่อวัยวะเพศ ระบบประสาท และโรคเริมชนิดแพร่กระจายทั่วร่างกายในทารกแรกเกิด โรคเริมในทารกแรกเกิด ซึ่งมักจะเกิดจากการติดจากคุณแม่ตั้งแต่เป็นทารกอยู่ในครรภ์ โดยเกิดจาการติดเชื้อในระหว่างการคลอดทางช่องคลอด จาการติดเชื้อเริมในขณะที่มารดามีการติดเชื้อที่อวัยวะเพศ รวมถึงการสัมผัสแผล น้ำลาย หรือสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยโรคเริม เช่น การจูบ การสัมผัสแผล เป็นต้น โรคเริมจะมีอาการปรากฏประมาณ 2-3 วัน หรืออาจนานถึง 3 สัปดาห์หลังจากการได้รับเชื้อไวรัส ในระยะแรกของการติดเชื้อเด็กจะมีอาการซึม มีไข้ ไม่ดูดนม มีตุ่มน้ำใสที่ผิวหนังหรือแผลในปาก ในบางรายที่มีการติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง จะมีอาการของการอักเสบของเนื้อสมอง มีการชักถี่ๆ และในรายที่มีการติดเชื้อแบบแพร่กระจาย ซึ่งเด็กจะมีความไวต่อการกระตุ้น หายใจลำบาก การชักจากการติดเชื้อที่สมอง...

เล็บติดเชื้อในเด็ก

การเจ็บป่วยไม่สบายตัวหรือสิ่งแปลกๆที่เกิดขึ้นกับลูก มักเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจต่อคนเป็นพ่อแม่ ถึงแม้ว่าในบางครั้งอาจเป็นเพียงเล็กน้อยสามารถหายได้เองก็ตามค่ะ ดังนั้นวันนี้เรามาพูดคุยกันเรื่องของปัญหาเล็บติดเชื้อของเด็กกันค่ะ สาเหตุของการติดเชื้อ ความรุนแรงและมีวิธีอย่างไรในการดูแลรักษาค่ะ การติดเชื้อของเล็บมือเกิดขึ้นที่เล็บหรือขอบเล็บ ส่วนใหญ่แล้วการติดเชื้อที่เล็บไม่ร้ายแรงแต่อาจสร้างความเจ็บปวดได้ค่ะ ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากเชื้อรา และอาจเกิดจากแบคทีเรียหรือไวรัส เชื้อโรคเหล่านี้เข้าไปในผิวหนังหรือเล็บผ่านรอยแตกเล็กๆ พบได้บ่อยในเด็กที่มีพฤติกรรมชอบกัดเล็บแคะเล็บ หรือในเด็กที่มีปัญหาเล็บคุด ทำให้แบคทีเรียเข้าสู่ผิวหนังได้ง่ายค่ะ เมื่อเกิดการติดเชื้อเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรียที่เล็บเท้าหรือการติดเชื้อเล็บมือ สิ่งที่เกิดขึ้นคือการบวมแดงของบริเวณที่มีการติดเชื้อหรือมีหนองร่วมด้วย และมักสร้างความเจ็บปวดให้กับเด็กๆค่ะ ในบางรายมีอาการอักเสบรุนแรงและติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ค่ะ หากพบว่าลูกของคุณมีไข้ บริเวณบวมแดงร้อนหรือขยายใหญ่ขึ้นร่วมกับการมีหนอง คุณพ่อคุณแม่ควรพาเด็กๆไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาที่ถูกต้องต่อไปค่ะ การรักษาสำหรับการติดเชื้อเล็บเท้าหรือเล็บมือติดเชื้อขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อ ในกรณีที่มีการติดเชื้อไม่รุนแรงไม่มีหยอง โดยการรักษาความสะอาดร่วมกับการใช้ยาทาบริเวณเล็บที่ได้รับผลกระทบ เมื่อมีหนองรอบเล็บอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือประคบร้อนเพื่อระบายหนองออกค่ะ ทั้งนี้หากอาการไม่ดีขึ้นมีการบวมแดงมากขึ้นหรือมีอาการอื่นๆร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์ทันทีค่ะ เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงค่ะ การป้องกันการติดเชื้อเล็บสามารถทำได้ค่ะ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาเล็บติดเชื้อและอาจนำไปสู่การติดเชื้อที่รุนแรงได้ค่ะ โดยเริ่มต้นจากการรักษาความสะอาดเล็บมือเล็บเท้าของเด็กๆเป็นประจำควรล้างทำความสะอาดเล็บมือและเท้าด้วยน้ำสบู่ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการกัดเล็บ การตัดเล็บไม่ควรตัดตรงและไม่ตัดสั้นเกินไปค่ะ เมื่อเล็บงอกอาจทิ่มเข้าไปในเนื้อได้ทำให้เกิดปัญหาเล็บขบลุกลามเป็นแผลติดเชื้อในกระแสเลือดได้ค่ะ สุขภาพของลูกๆเป็นสิ่งสำคัญ เรื่องเล็กๆที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรประมาทนะคะ เพราะอาจนำไปสู่ปัญหาที่รุนแรงได้ค่ะ การดูแลเอาใจใส่หมั่นสังเกตความผิดปกติต่างๆที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเด็กเล็กเพราะเขาไม่สามารถอธิบายให้ฟังได้ค่ะ

โรคคอเอียงแต่กำเนิด

สวัสดีค่ะ คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตลักษณะคอของลูกน้อยกันบ้างหรือเปล่า วันนี้เราจะพาคุณพ่อคุณแม่มารู้จักกับ “โรคคอเอียงแต่กำเนิด” มีลักษณะอย่างไร และมีวิธีการรักษาอย่างไร โรคคอเอียงตั้งแต่กำเนิด โรคคอเอียงตั้งแต่กำเนิด(Congenital Muscular Torticollis)  คือ ลักษณะของศีรษะที่มีการเอียงจากแนวกึ่งกลางไปทางด้านใดด้านหนึ่งชองลำตัว ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กโดยพบได้ตั้งแต่ทารกอายุ 1 เดือนหลังคลอด สาเหตุของโรคคอเอียงตั้งแต่กำเนิด โดยส่วนใหญ่ที่พบมักมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อบริเวณข้างคอหดสั้นลง ทำให้เกิดพังผืดยึดเกาะระหว่างกระดูกหลังหู กับส่วนหน้าของกระดูกไหปลาร้า ทำให้ศีรษะเอียงไปด้านที่กล้ามเนื้อหดสั้นลง แต่ใบหน้าจะบิดหันไปด้านตรงข้าม ซึ่งสาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อดังกล่าวหดลงนั้น อาจมาจากขณะคลอดหรือทารกในครรภ์อยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณลำคอเสียหาย และนอกจากนี้ยังพบสาเหตุอื่นๆ เช่น ความผิดปกติที่ระบบสมอง ตา กระดูกคอ และการอักเสบบริเวณคอค่ะ การรักษาโรคคอเอียงตั้งแต่กำเนิด แบ่งออกเป็น 2 วิธี ตามลักษณะของโรคอย่างเหมาะสม ดังนี้ 1. การรักษาโรคคอเอียงด้วยวิธีการยืดกล้ามเนื้อข้างคอที่หดสั้นลง ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้ควรทำในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ซึ่งคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองสามาถกระทำได้ด้วยตนเอง แต่ควรเรียนรู้ถึงวิธีการบริหารกล้ามเนื้อคอลูกน้อยอย่างถูกวิธีค่ะ เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อตัวลูกของคุณ โดยสามารถทำได้ดังนี้ การเปลี่ยนท่าลูกในขณะให้นม เช่น กรณีที่คอลูกเอียงทางด้านขวา ในขณะให้นมให้จับนอนตะแคงด้านซ้ายเพื่อให้กล้ามเนื้อคอข้างขวาได้ยืดค่ะ การจัดตำแหน่งศีรษะของลูกขณะนอนหลับ ให้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นการยืดกล้ามเนื้อข้างที่หดตัวลง เวลาอุ้มก็สามารถบริหารกล้ามเนื้อคอได้เช่นกัน ด้วยการจัดตำแหน่งการหันหน้าของลูกน้อย การรักษาด้วยการกายภาพบำบัดจากคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยืดกล้ามเนื้อ การใช้อุปกรณ์พยุงปรับตำแหน่งของศีรษะ วิธีนี้ยังไม่ใช้กันแพร่หลายนัก เนื่องจากปัญหาในการจัดหาอุปกรณ์...

กระดูกข้อศอกเคลื่อนในเด็ก

กระดูกข้อศอกเคลื่อนในเด็ก บทเรียนราคาแพงจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือการไม่ทันได้ระวังของคุณพ่อคุณแม่หรือพี่เลี้ยงเด็ก โดยการดึงแขนลูกแรงๆซึ่งเสี่ยงต่อกระดูกข้อศอกเลื่อนหลุดได้ค่ะ อุบัติเหตุอันดับต้นๆโดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปีควรระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ เนื่องจากสรีระของกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อศอกยังมีการพัฒนาไม่สมบูรณ์ ง่ายต่อการเคลื่อนหลุดถ้าหากมีการขยับผิดจังหวะ กระดูกข้อศอกเลื่อนเกิดจากการที่กระดูกแขนหลุดออกจากเส้นเอ็นที่ยึดกระดูกไว้บริเวณข้อศอกค่ะ โดยสาเหตุหลักมักเกิดจากการจับมือลูกแล้วมีการกระตุกแรงๆอย่างรวดเร็ว การดึงมือหรือยกเด็กขึ้นมาจากพื้นโดยใช้แขนหรือมือเพียงข้างเดียว รวมทั้งการเล่นจับมือลูกเหวี่ยงแบบชิงช้า และสาเหตุอื่นๆที่อาจพบได้ เช่น อุบัติเหตุลื่นล้ม เป็นต้น กระดูกข้อศอกเลื่อนหากเคยเป็นแล้วจะมีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำได้ง่ายค่ะ โดยเฉพาะในช่วง 3-4 สัปดาห์แรกที่ลูกเคยกระดูกข้อศอกเลื่อน จึงต้องระมัดระวังให้มากขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวค่ะ กระดูกข้อศอกเคลื่อน อาการแสดงว่าข้อศอกเคลื่อน คือ ลูกจะร้องไห้งอแงทันที่เนื่องจากรู้สึกเจ็บปวดที่แขนมาก ซึ่งเป็นอาการที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนมองว่าลูกงอแงปกติ เดี๋ยวคงจะหยุดร้องไห้ไปเอง เมื่อเวลาผ่านไปสักพักลูกจะยังคงร้องไห้จากความเจ็บปวดอยู่และไม่ยอมขยับแขนหรือยกแขนที่เจ็บโดยเด็ดขาด ลักษณะของข้อศอกจะอยู่ในท่างอเล็กน้อย หุบเข้าหาลำตัว ลูกจะยังคงขยับหัวไหล่ได้แต่จะไม่สามารถขยับข้อศอกได้เพราะเจ็บมากค่ะ ในเด็กบางรายอาจขยับเข้าที่ได้เอง สามารถขยับแขนได้เป็นปกติและหายปวดหลังจากกระดูกข้อศอกเข้าที่ค่ะ แต่ถึงอย่างไรคุณแม่คุณพ่อก็ควรพาลูกไปพบแพทย์เฉพาะทางนะคะ เพื่อตรวจให้ละเอียดเพิ่มเติมว่าไม่ได้มีปัญหาอย่างอื่นร่วมด้วยและการรักษาที่ถูกวิธีค่ะ การรักษาอาการข้อศอกเคลื่อน...

ลูกมีไข้สูงควรทำอย่างไร

ลูกมีไข้สูงควรทำอย่างไร จากคำกล่าวที่ว่า เมื่อลูกป่วยแม่พร้อมจะป่วยแทนลูกได้เสมอ เพราะทุกครั้งที่ลูกป่วยมีไข้มักสร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเวลาลูกมีไข้สูง(ตัวร้อนจัด) และอาจนำมาซึ่งอาการชักได้ค่ะ ดังนั้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบถึงการดูแล รับมือเมื่อลูกป่วยมีไข้สูงอย่างถูกวิธีค่ะ ไข้ เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก เกิดจากภาวะที่อุณหภูมิร่างกายขึ้นสูงผิดปกติสูญเสียความสมดุลภายในร่างกาย ส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี วัดอุณหภูมิของร่างกายพบว่ามีไข้สูง 39-40 องศาเซลเซียส อาจทำให้เกิดการชักได้ค่ะ โดยอาการชักส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงแรกของการมีไข้ ซึ่งอาการชักจากไข้สูง เกิดจากสมองของเด็กถูกการกระตุ้นจากที่ร้างกายมีอุณหภูมิสูง ลักษณะการชักจะมีการเกร็งหรือกระตุกทั้งตัวค่ะ หากเกิดอาการชักในวันหลังๆมักพบสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น ภาวะติดเชื้อระบบประสาท เป็นต้น การเป็นไข้ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ปรสิต การอักเสบของทางเดินหายใจ ปอดบวม ฯลฯ หรือภาวะร่างกายทำปฎิกิริยากับสิ่งแปลกปลอม เช่น หลังการฉีดวัคซีน หรือจากสาเหตุอื่นได้อีกหลายอย่าง เช่น รายกายได้รับบาดเจ็บ การแพ้ยา ปัญหาจากฟัน อากาศที่ร้อนมากหรือสวมเสื้อหลายชั้น โรคธัยรอยด์เป็นพิษ ร่างกายขาดน้ำในเด็กเล็ก เป็นต้น วิธีการดูแลลูกน้อยเมื่อมีไข้สูง มีดังนี้ ควรพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุของการเป็นไข้ เมื่อแพทย์ให้ยาลดไข้ ควรให้เด็กทานยาเป็นระยะๆทุก 4 -...

ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด

ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิดคืออะไร อันตรายต่อตัวลูกน้อยหรือไม่ ลองไปหาคำตอบพร้อมๆกันเลยค่ะ ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด เป็นภาวะที่พบได้ทั่วไปในช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอดหรือเด็กที่คลอดก่อนกำหนด เกิดขึ้นจากการแตกของเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดสารบิลิรูบินหรือสารที่ให้สีเหลืองในเลือดสูงเกินไป สารนี้จะอยู่ในกระแสเลือด โดยปกติสารนี้จะถูกนำเข้าไปสู่ตับแล้วขับออกจากร่างกายผ่านไปในทางเดินน้ำดี เข้าสู่ลำไส้และขับออกทางอุจจาระเป็นส่วนใหญ่ ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด จะพบได้ในเด็กแรกเกิดเกือบทุกคนและเมื่ออายุ 3-5 วัน จะค่อยๆเหลืองน้อยลงจนหายไปได้เองค่ะ แต่ในบางกรณีที่มีภาวะตัวเหลืองผิดปกติหรือตัวเหลืองจากโรค โดยสาเหตุของทารกตัวเหลืองจากความผิดปกติที่พบบ่อยได้แก่ ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง เป็นภาวะที่ส่งผลให้เม็ดเลือดแดงแตก ทำให้มีปริมาณบิลิรูบินในเลือดสูงขึ้นเลือดของแม่กับลูกไม่เข้ากัน ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกมาก พบในแม่เลือดกรุ๊ป O และลูกเป็น กรุ๊ป A หรือ B หรือหมู่เลือดระบบอาร์เอชต่างกันตับทำงานบกพร่อง เนื่องจากเด็กแรกเกิดการทำงานของตับยังไม่สมบูรณ์หรือโรคกรรมพันธุ์บางอย่างของตับ อาจทำให้ไม่สามารถกำจัดบิลิรูบินออกได้การบกพร่องเอนไซม์ ส่งผลทำให้เกิดการสะสมของอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดการทำลายเม็ดเลือดแดงมากกว่าปกติภาวะไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) เด็กที่มีภาวะขาดไทรอยด์ เนื่องจากไม่มีต่อมไทรอยด์หรือต่อมไทรอยด์ทำงานบกพร่อง อาจส่งผลให้มีภาวะตัวเหลืองสาเหตุอื่นๆ เช่น คลอดก่อนกำหนด การติดเชื้อ มารดาเป็นเบาหวาน ท่อน้ำดีอุดตันหรือถุงน้ำดีผิดปกติ ลำไส้อุดตัน และความผิดปกติต่างๆของการขับถ่ายสารสีเหลือง เป็นต้น

ภาวะแทรกซ้อน – ทารกคลอดก่อนกำหนดควรระวัง

ภาวะแทรกซ้อนทารกคลอดก่อนกำหนดควรระวัง สวัสดีค่ะ บทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของทารกคลอดก่อนกำหนด เพื่อเข้าใจถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ การคลอดก่อนกำหนดคืออะไร โดยปกติแล้วการตั้งครรภ์ตลอดจนไปถึงการคลอดจะใช้เวลาประมาณ 37- 40 สัปดาห์ ถึงจะเป็นการตั้งครรภ์แบบครบกำหนด แต่การคลอดก่อนกำหนด คือ การที่คุณแม่มีภาวะปากเปิดซึ่งผลมาจากที่มดลูกเกิดการหดและขยายตัวของมดลูกก่อนกำหนดที่จะถึงสัปดาห์ที่ 37 ซึงการคลอดก่อนกำหนดจะมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่เกี่ยวข้อง ถึงแม้ในปัจจุบันจะเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยก็ แต่อย่างไรก็ตามคุณพ่อและคุณแม่ก็ต้องมีความจำเป็นที่จะต้องรู้และตระหนักถึงสาเหตุต่างๆ ของการคลอดลูกก่อนกำหนด เพราะเรื่องดังกล่ามมันมีความเสี่ยงถึงภาวะแทรกซ้อนอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นกับทารกของคุณ ภาวะแทรกซ้อนและความเสี่ยงทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกคลอดก่อนกำหนดบางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงระยะสั้น หรือปัญหาสุขภาพในระยะยาว แต่ด้วยการแพทย์สมัยใหม่และเทคโนโลยีใหม่ๆ ทารกมักจะสามารถอยู่รอดได้และใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเด็กทั่วไป โดยภาวะแทรกซ้อนสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ ภาวะแทรกซ้อนระยะสั้น เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆสามารถรักษาให้หายได้ภายในเวลาที่กำหนด ดังนี้ - อาการตัวเหลือง หรือโรคดีซ่าน พบมากที่สุดในเด็กทารกคลอดก่อนกำหนด เนื่องจากตับไม่สามารถกำจัดบิลิรูบินออกจากร่างกายได้ ส่งผลให้บิลิรูบินสะสมในเลือดของทารก และแพร่กระจายเข้าไปในเนื้อเยื่อผิวของทารกจึงเปลี่ยนเป็นสีเหลือง วิธีการรักษาโรคดีซ่าน คือการส่องไฟเนื่องจากแสงไฟช่วยสลายบิลิรูบินลง ร่างกายสามารถกำจัดได้ง่ายขึ้นและหลังจากนั้น เมื่อตับโตเต็มที่ร่างกายสามารถกำจัดบิลิรูบินออกเอง - ปัญหาเกี่ยวกับไต ไตของทารกมักโตเร็วหลังคลอด แต่ปัญหาในการปรับสมดุลของเหลวในร่างกาย และของเสียสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วง 4-5 วันแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กอายุน้อยกว่า 28 สัปดาห์ ของทารกอาจมีปัญหาของการกรองของเสียจากเลือด การผลิตปัสสาวะ เป็นต้น การรักษาที่ดีที่สุดคือ การกำจัดของเหลวและของเสียของจากร่างกาย - การติดเชื้อ ทารกคลอดก่อนกำหนดสามารถพัฒนาการติดเชื้อได้ในเกือบทุกส่วนของร่างกาย เด็กทารกอาจติดเชื้อในระยะใดก็ได้ตั้งแต่ขณะอยู่ในมดลูก ระหว่างคลอดและหลังคลอด...
31แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม
6ผู้ติดตามติดตาม
- Advertisement -

เรื่องน่าอ่าน