ระวัง 4 โรคฮิตต้อนรับลูกเปิดเทอม

เมื่อเด็กๆใกล้เปิดเทอมนอกจากอุปกรณ์สิ่งของเครื่องใช้ที่ต้องเตรียมแล้ว สิ่งที่สำคัญที่คุณแม่ต้องเตรียมพร้อมในการไปโรงเรียนคือสุขภาพของลูก โดยเฉพาะวัยอนุบาลค่ะเนื่องจากเด็กๆในช่วงวัยนี้ระบบภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคต่างๆยังไม่แข็งแรงพอค่ะ ดังนั้นในบทความนี้จะพาคุณแม่ไปดูกันว่ามีโรคอะไรบ้างที่ต้องเฝ้าระวังและมีวิธีป้องกันอย่างไรบ้าง

1. โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza)

โรคไข้หวัดใหญ่

เป็นโรคระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากการติดเชื้อ Influenza Virus ซึ่งการติดเชื้อที่พบในมนุษย์มีด้วยกัน 3 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ A, B และ C โดยสามารถติดต่อได้ง่ายจากเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศเข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจ รวมถึงสารคัดหลั่งที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อน เช่น การดื่มน้ำร่วมกับผู้ป่วย เป็นต้น มักจะระบาดในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว

อาการไข้หวัดใหญ่มักจะรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดาและเกิดอาการแทรกซ้อนได้ง่าย ได้แก่ มีไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น คัดจมูก เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ อ่อนเพลียมาก เป็นต้น 

การรักษาไข้หวัดใหญ่ควรได้รับคำแนะนำจกแพทย์ เนื่องจากเด็กป่วยไข้หวัดใหญ่ในสายพันธุ์อันตรายที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างใกล้ชิดค่ะ

2. โรคมือ เท้า ปาก (Hand Foot Mouth Disease)

โรคมือ เท้า ปาก

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มเอ็นเทอโรไวรัส สามารถติดต่อผ่านการไอ จามหรือละอองน้ำมูกที่ปนเปื้อนสิ่งของต่างๆ บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี

อาการโรคมือเท้าปาก ส่วนใหญ่จะมีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร อาการที่เด่นชัดคือ มีผื่นหรือจุดแดงขึ้นเฉพาะบริเวณมือ เท้า ปาก ซึ่งอาจกลายเป็นแผลในปาก หรือตุ่มน้ำใส และบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น แขนขาอ่อนแรง หายใจหอบ สมองอักเสบ หรืออาจชักได้ และรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ค่ะ ต้องรีบพบแพทย์โดยด่วนค่ะ

การรักษาเนื่องจากไม่มีวิธีการรักษาให้หายในทันที ดังนั้นการรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่สามารถดูแลได้ที่บ้าน โดยต้องเฝ้าระวังได้อาการอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ

3. โรคตาแดง

โรคตาแดง

มีสาเหตุจากการติดเชื้อเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย ฝุ่น ควัน ฯลฯ ที่ทำให้เกิดจากการอักเสบหรือการระคายเคืองของเยื่อบุตา ซึ่งเป็นโรคที่พบบ่อยในเด็กและส่วนใหญ่คุณแม่บางท่านอาจมองข้ามโรคนี้ เพราะคิดว่าไม่ใช้โรคติดต่อร้ายแรงแต่ความจริงแล้วโรคที่สามารถติดต่อกันได้ง่าน จากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย การขยี้ตา การใช้ผ้าเช็ดหน้าที่ไม่สะอาดหรือแมลงหวี่ตอมตาค่ะ

อาการของโรคตาแดงเมื่อเด็กที่ติดเชื้อมักจะมีขี้ตามาก น้ำตาไหล เคืองตา เจ็บหรือแสบตา บวมแดง และอาจมีเลือดออกใต้เยื่อบุตาได้ค่ะ โรคตาแดงหากอาการไม่รุนแรงสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องพบแพทย์ค่ะ แต่ควรระวังลูกขยี้ตาเพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงได้ค่ะ 

4. โรคท้องร่วง

โรคท้องร่วง

ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มักเกิดจาการติดเชื้อไวรัสโรต้า ซึ่งสามารถติดต่อกันได้ง่ายจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อน แม้แต่การหยิบของเล่นที่มีการปนเปื้อนเข้าปากค่ะ และมักมีอาการรุนแรงกว่าผู้ใหญ่ค่ะ

อาการท้องเสียจากการติดเชื้อไวรัส ได้แก่ ปวดท้อง ถ่ายเป็นน้ำ คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียส ปวดหัว ในบางรายอาจมีอาการรุนแรงจากการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ลำตัวเย็น ปัสสาวะลดลง ตาโหล ฯลฯ ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้ค่ะ ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์โดยด่วน

การรักษาโรคท้องร่วงท้องเสียคือการป้องกันภาวะขาดน้ำและเพื่อกำจัดเชื้อไวรัส ได้แก่ การดื่มน้ำและผงเกลือแร่เพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำ ทานยาแก้ท้องเสีย ทานอาหารที่มีรสอ่อน เป็นต้น

ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันโรคต่างๆค่ะ ได้แก่ สอนให้ลูกล้างมือให้สะอาด โดยเฉพาะก่อน-หลังรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ถูกสุขลักษณะ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และกรณีที่ลูกป่วยควรหยุดเรียนจนกว่าจะหายดี เพื่อป้องกันที่แพร่เชื้อสู่ผู้อื่นค่ะ นอกจากนี้บางโคสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนค่ะ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here