ไวรัส rsv

ไวรัส RSV โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ โรคระบาดที่มาพร้อมช่วงปลายฤดูฝนต้นหนาว เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็กอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา แต่รุนแรงกว่ามากค่ะ หากไม่ได้รับการดูและอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในเด็กเล็กอันตรายถึงชีวิตได้เลยค่ะ ดังนั้นเราไม่ควรประมาทกับอาการป่วยของลูกถึงแม้ว่าการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีจะคล้ายกับไข้หวัดธรรมดา แต่เราก็สามารถสังเกตผิดความผิดปกติได้ค่ะ ซึ่งบทความนี้จะมาพูดถึง ไวรัส RSV กับไข้หวัดธรรมดา แตกต่างกันอย่างไรค่ะ

ไวรัส RSV คืออะไร

ไวรัส RSV (Respiratory syncytial virus) เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินหายใจ เจริญเติบโตและแพร่กระจายได้ง่ายได้ดีช่วงที่มีอากาศชื้นหรือช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาวค่ะ อาการคล้ายกับไข้หวัด เช่น มีไข้ ไอ จาม น้ำมูกไหล แต่มีความรุนแรงกว่ามากโดยเฉพาะนเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ทันท่วงทีค่ะ

อะไรคือสาเหตุของการติดเชื้อไวรัส RSV

การติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีพบการระบาดมากในช่วงฤดูฝนและต้นฤดูหนาว ซึ่งสามารถติดต่อกันได้ง่ายๆ ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งต่างๆในร่างกาย เช่น ละอองน้ำลายจากการไอหรือจาม น้ำมูก เป็นต้น และเชื้อไวรัสสามารถจะมีชีวิตอยู่ภายนอกร่างกายได้นานเป็นเวลาหลายชั่วโมงค่ะ

ไวรัส RSV กับไข้หวัดธรรมดา แตกต่างกันอย่างไร

โรคไข้หวัดและไวรัสอาร์เอสวี เป็นโรคที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมีอาการเบื้องต้นคล้ายกัน ได้แก่ มีไข้ คัดจมูก มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ไอแห้ง เจ็บคอ เป็นต้น แต่มีอาการบ้างอย่างที่คุณแม่สามารถสัเกตเห็นถึงความแตกต่างกันระว่างไวรัส RSV กับไข้หวัดธรรมดา ได้แก่

อาการไวรัส RSV

  • ไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส เซื่องซึม เบื่ออาหาร
  • หายใจเร็ว หรือหอบเหนื่อยและหายใจลำบาก 
  • ไออย่างรุนแรง มีเสมหะข้นเหนียวมาก 
  • มีเสียงหวีดในปอด (จากการที่เยื่อบุทางเดินหายใจบวมอักเสบและหลอดลมหดตัว)
  • ปากหรือเล็บมีสีเขียวคล้ำจากการขาดออกซิเจน
  • หากลูกมีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ ควรไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจมีอาการแทรกซ้อนและทรุดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้หยุดหายใจเป็นช่วงๆหรือหายใจล้มเหลวได้ค่ะ

อาการไข้หวัดธรรมดา

  • มีไข้สูง 37-39 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะ
  • ไอ เจ็บคอ
  • มีน้ำหมูกไหล

การดูแลรักษาไข้หวัด สามารถรักษาด้วยการทานยา พักผ่อนมากๆ ทานอาหารและดื่มน้ำสะอาดมากๆค่ะ

การรักษา ไวรัส RSV

เนื่องจาก RSV ยังไม่มียารักษาโรคติดเชื้อไวรัส RSV โดยตรง ดังนั้นการรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการหรือการประคับประคอง เช่น การให้ยาลดไข้ ยาแก้ไอละลายเสมหะ พ่นยาขยายหลอดลม เคาะปอด ดูดเสมหะออก เป็นต้น เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ ในบางรายอาจต้องใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจหากพบว่ามีภาวะออกซิเจนต่ำหรือระบบหายใจล้มเหลวค่ะ

การป้องกันการติดเชื้อไวรัส RSV

ไวรัส RSV สามารถติดเชื้อและแพร่กระจายได้ง่ายโดยการสัมผัส ซึ่งสามารถป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัสได้ดังนี้

  • รักษาความสะอาด หมั่นล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องสัมผัสหรือทำอาหารให้ลูกน้อย
  • การสอนให้ลูกรักษาสุขอนามัยส่วนบุลคล การล้างมือให้สะอาดก่อน-หลังรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง
  • รักษาความสะอาดที่อยู่อาศัย สิ่งของเครื่องใช้และของเล่นให้สะอาด 
  • หลีกเลี่ยงการการพาลูกน้อยไปยังที่แออัด โดยเฉพาะในช่วงที่มีระบาดของเชื้อไวรัส
  • หากมีความจำเป็นต้องพาลูกไปสถานที่ชุมชน เช่น โรงพยาบาล ควรสวนใส่หน้ากากอนามัย
  • หากลูกป่วยเป็นหวัด ควรพักรักษาตัวให้หายก่อนไปโรงเรียน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้กับผู้อื่น
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ และการพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงดื่มน้ำสะอาดมากๆค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here