โรคสมบูรณ์แบบ

โรค Perfectionist หรือ โรคสมบูรณ์แบบ คือ โรคที่มีพฤติกรรมนิยมความสมบูรณ์แบบ ทำอะไรต้องอยู่กรอบ ทำอะไรต้องเป๊ะ หากมีความผิดพลาด ก็จะมีผลต่ออารมณ์อย่างรุนแรง เช่น เศร้าเสียใจอย่างรุนแรง โมโนรุอนแรง เป็นต้น หลาย ๆคนอาจพบเจอได้กับผู้ใหญ่ แต่คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมว่าโรคนี้สามารถเป็นได้ในเด็กได้เช่นกัน ดังนั้นในครั้งนี้เรามาทำความรู้จักโรคสมบูรณ์ รวมถึงคำแนะนำวิธีการรับมือกับพฤติกรรมนี้กันค่ะ

โรคสมบูรณ์แบบ Perfectionist คือ

Perfectionist คือสภาวะทางจิดใจที่มีพฤติกรรมนิยมความสมบูรณ์ คิดว่าทุกอย่างรอบตัวต้องมีความสมบูรณ์แบบ หรือคลั่งไคล้ความสมบูรณ์แบบซึ่งมีทั้งแบบจากตัวเอง และจากคนอื่น โดยทั้งชีวิตจะพยายามไม่ให้มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น และหากมีข้อผิดพลาด ไม่พอใจในสิ่งที่ทำ ก็จะมีผลต่อความรู้สึกอย่างรุนแรง และแสดงพฤติกรรมอาการออกมาอย่างรุนแรงมากกว่าคนปกติทั่วไป

สาเหตุของการมีพฤติกรรม Perfectionist

สาเหตุทำให้เด็กเป็นโรคสมบูรณ์แบบ Perfectionist ผู้เชียวชาญได้ให้ความเห็นไว้ว่าเกิดได้จาก 2 ลักษณะ คือ เด็กเป็นมาตั้งแต่เกิด และเกิดจากการเลี้ยงดู แต่ส่วนมากมักเกิดจากปัจจัยการเลี้ยงดูซึ่งปัจจัยสำคัญ คุณพ่อคุณแม่ลองสังเหตุดูว่า การเลี้ยงได้เลี้ยงแบบทะนุทนอมมากเกินไป เด็กได้รับคำชมมากเกินไป คาดหวังในตัวเด็กมากไปหรือไม่ หรือคุณพ่อคุณแม่ได้สร้างเงื่อนไขเรื่องการสร้างความสำเร็จหรือไม่ หรือได้สอนให้เด็กรู้จักความผิดพลาดบ้างหรือไม่

ความเสี่ยงของเด็กที่เป็นโรคสมบูรณ์แบบ

สำหรับเด็กที่มีพฤติกรรมเป็นเด็ก Perfectionist จะมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้า ขี้วิตกกังวล และเป็นเด็กที่ชอบทำร้ายตัวเองได้ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการแก้ไขหรือปลูกฝังความคิดใหม่ ก็อาจมีผลต่อการใช้ชีวิตต่อไปได้

ลักษณะของเด็ก Perfectionist

ลักษณะนิสัยของเด็กที่เป็น Perfectionist จะมีลักษณะ ดังนี้

  • จะมีความเคร่งครัดในรายละเอียดที่ครบถ้วนทุกขั้นต้อน ห้ามขาด ห้ามเกิน ต้องเป๊ะ ในทุกๆเรื่อง
  • จะมีความรู้สึกหงุดหงิด และแสดงพฤติกรรมออกมาไม่ว่าจะเป็นทางสายตา หรือคำพูด เมื่อเห็นคนอื่นทำตัวไม่ถูกต้อง เช่น แต่งตัวไม่เรียบร้อย เขียนหนังสือไม่เรียบร้อย หรือแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมเป็นต้น
  • จะมีความทุ่มเทกับงานการบ้าน หรืองานฝีมือ งานประดิษฐ์ต่างๆ เกินร้อยไม่เผื่อใจในข้อผิดพลาด และจะไม่ยอมละทิ้งสิ่งที่ทำไปไหนจนกว่าทำออกมาสำเร็จ
  • หากงานที่ทำ การบ้านที่ทำ หรือสิ่งที่ทำอื่นๆ เกิดข้อผิดพลาด จะแสดงให้เห็นถึงความเครียด ความวิตกกังวล ออกมาไวกว่าคนปกติทั่วไป และยังกลัวการถูกคนอื่นมองเห็นสิ่งที่ผิดพลาด
  • จะไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง
  • จะแสดงอาการทางกาย เช่น การปวดท้อง ปวดหัว ออกมาบ่อยๆ เมื่อสิ่งที่ทำออกมาผิดพลาด หรือแย่กว่าที่ตั้งใจไว้
  • มีความลังเลสูง ลำดับความสำคัญก่อนหลังไม่เป็น
  • ชอบเก็บตัวเงียบไม่สุงสิงกับใคร ปิดกั้นตัวเอง
  • จะมีจิตใจที่อ่อนไหวง่ายกว่าคนปกติ เมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์
  • จะมีความคาดหวังในตัวเองสูง
  • จะหลีกเลี่ยงสิ่งที่คิดว่าทำได้ไม่ดี หรือทำไม่ได้

วิธีแก้ปัญหาลูกเป็น Perfectionist

ปรับทัศคติใหม่เกี่ยวกับพฤติกรรม Perfectionist

สิ่งแรกที่ต้องทำคือการปรับทัศคติสะใหม่เกี่ยวกับ Perfectionist ในความคิดของพ่อแม่ ทำความใจให้รู้จักกับภาวะนี้ และต้องยอมรับในตัวของลูก โดยการมองชีวิตของลูกก็คือชีวิตของลูก ลูกไม่ใช่ชีวิตของพ่อและแม่ อย่าพยายามยัดเยียดความคิดของเราไปให้กับลูกของเรา สิ่งที่พ่อแม่จะทำได้คือเป็นเพียงคำแนะนำ และส่งเสริมพัฒนาการในทุกๆด้าน ให้ลูกได้เลือกเอง ชอบในสิ่งที่ชอบ ถนัดในสิ่งที่ถนัด และอย่าได้เอาลูกของเราไปเปรียบเทียบกับลูกของคนอื่น ให้ลูกมีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น

ให้ลูกได้รู้จักการจัดการความเครียดของตนเอง

เด็กที่มีภาวะ Perfectionist จะมีความเครียดและกดดันตัวเองที่สูงมากและง่ายกว่าเด็กปกติทั่วไป ดังนั้น สิ่งที่ต้องแก้ไขคือการสอนให้ลูกรู้จักวิธีการจัดการกับความเครียดและการกดดันตัว ด้วยเทคนิควิธีต่างๆ เช่น การฝึกทำสมาธิ ฝึกการกำหนดลมหายใจ ฝึกการเจริญสติ และการฝึกการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งวิธีเหล่านี้เป็นวิธีนิยมมใช้กันโดยทั่วไป

หยุดการยัดเยียดสิ่งที่ไม่ใช่ตัวลูก

เมื่อลูกของคุณไม่ถนัดสิ่งที่คุณให้ทำก็อย่าได้ยัดเยียด ต้องมองลูกว่าลูกชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ลูกเรียนไม่เก่งก็อย่าพยายามให้ลูกไปเรียนพิเศษ เพราะจะเป็นการเพิ่มความกดดัน เพิ่มความเครียดให้กับลูก วิธีแก้คือให้ลูกไปเรียนอย่างมีความสุข ถึงผลการเรียนไม่ดีก็อย่าได้ต่อว่าลูก ให้กำลังใจกับลูก แล้วลูกก็จะมีความสุขกับการไปโรงเรียน

หยุดการเปรียบเทียบทั่งเด็กในครอบครัวหรือเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น

ไม่มีมนุษย์คนไหนในโลกที่ชอบการถูกเปรียบเทียบ เด็กก็เช่นกัน หากครอบครัวไหนที่มีลูกมากกว่าหนึ่ง ก็ควรระมัดระวังความรู้สึกของลูกทุกคน ใช่ว่าคนหนึ่งเรียนเก่ง อีกคนเรียนไม่เก่ง แล้วไปต่อว่าเปรียบเทียบ จะทำให้ลูกเกิดความน้อยใจ ไม่เพียงจะเพิ่มความกดดัน แต่ยังส่งผลให้ลูกของคุณเกลียดกันอีกด้วย และอีกอย่างที่ชอบทำกันคือการเอาลูกไปเปรียบเทียบกับเด็กข้างบ้าน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ตั้งความคิดไว้เสมอว่า เด็กแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน เด็กมีความฉลาดในเรื่องที่แตกต่างกันออกไป

ลดความคาดหวังในตัวลูก

เข้าใจว่าคุณอยากให้ลูกได้ดี เก่ง แต่การคาดหวังมากเกินไป ก็เป็นการสร้างภาระให้กับลูกที่ต้องทำตามความคิดของคุณ ดังนั้น ลดความคาดหวังให้ลูก ว่าลูกต้องเรียนเก่ง ชมลูก ปลอบใจลูก บ้าง ลูกจะได้มีกำลังใจ

สอนให้ลูกเข้าใจว่าความไม่สมบูรณ์แบบไม่ใช่ปัญหาในการใช้ชีวิต

การสอนให้ลูกได้รู้คำว่าไม่สมบูรณ์ไม่ใช่ปัญหาในชีวิต สอนโดยการยกตัวอย่างเรื่องของพ่อแม่ในบ้างเรื่องที่ไม่ประสบความสำเร็จ ให้ลูกได้ฟัง เพื่อเป็นการให้ลูกได้ยอมรับในความสมบูรณ์ของชีวิตว่าเป็นอย่างไร ให้รู้จักกับคำว่าการปล่อยวางเป็นอย่างไร

สอนให้ลูกรู้จักคำว่าแพ้และชนะ

คุณพ่อคุณแม่ต้องสอนให้ลูกรู้ว่าคนทุกคนสามารถชนะได้ แต่ก็แพ้ได้เช่นกัน เป็นธรรมดาของมนุษย์ทุกคน วิธีการให้ลูกได้เล่นกีฬาที่มีการแข่งขัน ให้ลูกได้ลิ้มรสของคำว่าชนะ และคำว่าแพ้ ว่าเป็นอย่างไร จะทำให้ลูกไม่ต้องยึดติดกับ 2 คำนี้มากนัก เมื่อลูกของคุณชนะก็ชมลูก เมื่อลูกแพ้ก็ปรอบใจและให้กำลังใจว่าเอาใหม่ เริ่มใหม่ได้ เพิ่มให้ลูกได้พยายามในครั้งต่อไป

ทั้งหมดทั้งมวลที่ได้กล่าวมานั้น การที่ลูกของคุณเป็นเด็กภาวะ  Perfectionist เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยกันแก้ไขปัญหาให้ลูกได้ โดยการเลี้ยงลูกให้ถูกทาง หลักสำคัญคือการปล่อยให้ลูกได้ใช้ชีวิตของลูก พ่อแม่อย่างเราได้แต่เฝ้ามองและคอยซับพอทกันอยู่ห่างๆ อย่าได้พยายามยัดเยียดในสิ่งที่ไม่ใช่ให้กับลูก เพียงเท่านี้ลูกของคุณก็จะดำเนินชีวิตได้อย่างสมบูรณ์และถูกต้องเองค่ะ

บทควาทที่เกี่ยวข้อง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here