เด็กเกเร

“เราผู้เป็นพ่อและแม่ ย่อมไม่ชอบเห็นลูกเป็นเด็กเกเร ไม่น่ารัก ทั้งในสายตาของตัวเอง และในสายตาของคนอื่น”

แน่นอนว่าเป็นเรื่องปกติในสังคมเช่น หมู่บ้าน ในโรงเรียน ฯลฯ ที่จะรวมเด็กไว้ ที่จะมีเด็กที่เป็นอันธพาล เด็กเกเร มีนิสัยที่ไม่ดี ชอบแกล้งเพื่อน บูลลี่เพื่อน ซึ่งในกลุ่มก็มันจะมีหัวโจกชักนำคอยที่จะนำแกล้งเพื่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดกับเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง ซึ่งหากปล่อยให้ลูกเป็นแบบนี้จะส่งผลร้ายไปยังอนาคตของลูกแน่นอน

ในครั้งนี้มาเรียนรู้เรื่องนี้กันค่ะว่า เด็กเกเร เริ่มต้นมาจากอะไร ทำไม่ถึงมีนิสัยแบบนี้ รวมไปถึงการรับมือและวิธีป้องกันให้ลูกของคุณเป็นเด็กเกเรกันค่ะ

สาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นเด็กเกเร

สาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นเด็กเกเร จากผลการวิจัยของเคลย์ติน อาร์คุก นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยหลุยส์เซียน่า ซึ่งเป็นผู้ทำงานจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้วิจัยไว้ว่า โดยปกติแล้ว การที่เด็กเป็นเด็กที่เกเร อันธพาล มีผลมาจากพฤติกรรม และปัญหาทางด้านการเรียนที่ไม่ดี ทำให้เด็กในกลุ่มนี้จะมีทัศนคติแง่ลบต่อคนอื่น และก็มีต่อตนเอง ซึ่งผลมาจากการเลี้ยงดูที่ไม่มีคุณภาพของพ่อแม่ หรือคนในครอบครัว ซึ่งบรรณยากาศภายในบ้านอาจจจะมีแต่เรื่องขัดแย้งกัน หรือไม่ก็เกิดจากสภาพแวดล้อม หรืออิทธิจากเพื่อนร่วมกลุ่มเดียวกัน และผลการเรียนที่ไม่ดี ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ ไม่แก้ไขปัญหา ก็อาจส่งผลให้ลูกกลายเป็นเด็กเกเร อันธพาลที่สูงมาก

สัญญาณเตือนว่าลูกกำลังเป็นเป็นเด็กที่เกเร

เป็นธรรมดาที่พ่อแม่ทุกคนล้วนที่จะคาดหวังให้ลูกเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่เกเร เพราะหากลูกเกเรอาจจะส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ต่อคนรอบข้างและการเข้าสังคม ดังนั้นเพื่อให้คุณสามารถรับมือกับปัญหารวมไปถึงวิธีการป้องกัน เรามาดูว่าสัญญาณที่จะบ่งบอกว่าลูกของคุณกำลังเสี่ยงเป็นเด็กเกเรได้ ดังนี้

เล่นกับน้องกับเพื่อนคนอื่นแรงๆ

การที่ลูกเริ่มมีพฤติกรรมที่ออกแนวรุนแรง เช่น การเล่นกับน้องแรงๆหรือตีน้องแรงๆ การแกล้งเพื่อน มีการกรี๊ดร้องไม่ไม่สบอารมณ์ อารมณ์เสีย หรือไม่ได้ดังใจ หรือไม่ก็เริ่มทำร้ายร่างกายน้อง หรือเพื่อนทันที เมื่อมีเรื่องที่ทำให้ตัวเองโมโห ถ้ามีพฤติกรรมดังกล่าว ต้องรีบแก้ไขปรับพฤติกรรมโดยด่วน

โยนความผิดให้กับคนอื่นๆ

อีกพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการที่ลูกจะเป็นเด็กเกเร คือลูกเริ่มแสดงพฤติกรรมในการไม่ยอมรับผิด โยนความผิดให้กับน้อง หรือเพื่อนที่อยู่ด้วยกัน เพราะในความคิดกลัวว่าไม่เป็นที่รัก เลยโยนความผิดให้อื่น หรือเป็นความผิดจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่มาจากตัวเอง

ชอบเล่นเกมที่มีความรุนแรง

ขอออกตัวไว้ก่อนว่าการเล่นเกมมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย เกมมีประโยชน์ในการช่วยเรื่องการคิด วิเคราะห์ หรือช่วยในการส่งเสริมพัฒนาการให้กับเด็กได้ดีมาก แต่หากคุณพ่อคุณแม่ให้ลูกเล่นเกมที่ไม่สมกับวัย หรือยอมให้ลูกเล่นเกมที่มีเนื้อหารุนแรงที่ยังไม่ถึงวัยที่ควรเล่น อย่างเช่น เกมต่อสู้ เกมยิง หรือเกมชกต่อย ซึ่งหากให้เด็กที่ยังไม่มีวุฒิภาวะ อาจจะเกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบ และอาจนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพราะฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่ ควรเลือกเกมที่เหมาะสมกับลูกได้เล่น หรือไม่ก็หากิจกรรมอื่นมาทดแทนการเล่นเกม เช่น ชวนออกกำลังกาย หรือชวนทำอาหาร เป็นต้น

มีพฤติกรรมชอบการแข่งขัน

การชอบการแข่งขันไม่ใช่เรื่องที่ผิด หากแพ้แล้วเป็นคนที่ยอมรับความพ่ายแพ้และพยายามเอาชนะในครั้งต่อไป แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือพฤติกรรมที่แพ้แล้วไม่ยอมแพ้ และแสดงพฤติกรรมที่ไม่สบอารมณ์ พูดจาไม่ดี แสดงออกถึงความก้าวร้าว ทุกครั้งหลังจากที่พ่ายแพ้ ถ้าลูกแสดงพฤติกรรมนี้ออกมา ให้คุณพ่อคุณแม่รีบเข้าไปปรับทัศนคติพฤติกรรมของลูกโดยด่วน สอนให้ลูกรู้จักความหมายของคำว่าชนะ และคำว่าแพ้

เพื่อนของลูกเป็นเด็กที่นิสัยไม่ดี

การคบเพื่อน เป็นสิ่งที่ดี ซึ่งการแบ่งแยกให้คบคนโน่น ไม่ให้คบคนนี้ ก็อาจเป็นการทำร้ายลูกของตัวเองก็เป็นได้ เพราะลองนึกย้อยไปยุคของเราก็มีทั้งเพื่อนดี และเพื่อนไม่ดีที่ปะปนกันไป ดังนั้น วิธีการแก้ที่ดี คือ ให้ลูกคบกับทุกคนนั่นแหละ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ควรเตือน แนะนำ ลูกอยู่อย่างห่างๆ คอยเป็นเพื่อนให้กับลูกอีกคน รับฟังปัญหาของลูกอย่าใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา ให้ลูกได้รู้ว่าพ่อแม่สามารถปรึกษาได้

ปัญหาครอบครัว

อีกปัญหาหนึ่งที่มีความเสี่ยงที่ลูกจะเป็นเด็กเกเร อันธพาล คือ ปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัว คนในครอบครัวชอบทะเลาะกัน ใช้ความรุนแรงซึ่งกันและกัน ซึ่งหากแวดล้อมดี เด็กจะดีตาม หากแวดล้อมที่มีแต่ตัวอย่างที่ไม่ดี เด็กก็ไม่ดีตาม ดังนั้น พื้นฐานที่จะชี้วัดว่าเด็กจะดีหรือไม่ดี ก็คือภายในครอบครัวมีแวดล้อมเป็นอย่างไร เด็กก็จะมีพฤติกรรมเป็นแบบนั้น ดังนั้น วิธีแก้คือ ถึงสังคมภายนอกจะเป็นอย่างไร ภายในครอบครัวก็ควรเป็นที่ลูกสบายใจและมองออกมาให้ดีที่สุด

พ่อแม่คาดหวังในตัวลูกมากจนเกินไป

เป็นเรื่องธรรมดาที่พ่อแม่จะคาดหวังให้ลูกเก่ง เป็นเด็กดี แต่ในบางครั้ง บางครอบครัว เมื่อพ่อแม่ไม่ได้ตามที่คาดหวังก็มักจะโยนความผิดให้กับลูก ใส่อารมณ์กับลูก ต่อว่าลูกโดยไม่รู้ตัว ซ่ึงการกระทำดังกล่าว จะส่งผลให้ลูกมีความกดดันและเริ่มมีพฤติกรรมต่อต้านเกิดขึ้น ไปเรื่อยๆ และหากถึงวันที่ลูกระเบิดออกมา ก็อาจจะส่งผลให้ลูกไปหาทางออกลงกับคนอื่นได้ และกลายเป็นเด็กที่ไม่เชื่อฟังพ่อแม่อีกเลย และทางตรงกันข้ามหากลูกไม่ได้ดังใจพ่อแม่ แต่ให้กำลังใจลูกได้ลุกขึ้นสู้ใหม่ สนับสนุน เป็นที่พักใจให้กับลูก ลูกก็จะไม่มีความกดดัน และมีกำลังใจที่จะพยายามสู้ต่อ

วิธีการรับมือและป้องกันไม่ให้ลูกมีพฤติกรรมก้าวร้าว เกเร

  • ผู้ใหญ่ควรควบคุมให้ลูกได้หยุดความก้าวร้าวด้วยเอาความสงบเข้าช่วย เช่น หากลูกแสดงพฤติกรรมที่ก้าวร้าวออกมาก็ให้ใช้การกอดหรือจับให้ลูกหยุด แล้วเมื่อลูกอารมณ์สงบลงแล้ว ควรมีการพูดคุยกับลูกถึงสาเหตุว่าทำไม่ลูกถึงไม่พอใจจนแสดงอาการก้าวร้าวออกมา ให้ลูกได้ระบายความในใจออกมา เพื่อหาวิธีการแก้ไข รวมถึงการสอนว่าการแสดงพฤติกรรมการที่ก้าวร้าวออกมานั่นเป็นสิ่งที่ไม่ดี
  • อย่าใช้ความรุนแรงในการตัดสินที่ทำโทษลูก เพราะการใช้ความรุนแรงไม่ได้ช่วยอะไร แต่ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง และเพิ่มการต่อต้านพ่อแม่ของลูกเพิ่มมากขึ้นไปอีก และอาจส่งผมต่อพฤติกรรมนิสัยไปยังอนาคต ดังนั้น การลงโทษที่ดีคือการชวนมาคุยด้วยเหตุและผล สอนลูกแบบใจเย็น และอย่าได้ลืมการแสดงความรักทุกครั้งหลังมีการสั่งสอน เช่น การกอด การหอม การอุ้ม เป็นต้น
  • ห้ามมีการต่อรองในขณะที่ลูกแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวออกมา เพราะถ้ามีการต่อรองแล้วได้ผล ก็อาจส่งผลไปถึงครั้งต่อไปได้
  • ควรมีการฝึกการควบคุมอารมณ์ของลูก ตั้งแต่ที่ลูกมีอายุ 3 ขวบขึ้นไป เช่น การแยกตัวออกมาเมื่อมีอารมณ์โกรธ
  • ฝึกให้ลูกรู้จักการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีจิดใจดี โอบอ้อมอารีแก่คน สัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
  • ควรหลีกเลี่ยงการตำหนิหรือการเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่น เพราะอาจทำให้ลูกมีปมในใจ รวมทั้งการหลอกให้เด็กกลัว หรือยั่วให้เด็กมีอารมณ์โมโห เพราะเด็กอาจซึมซับพฤติกรรมดังกล่าวและไปใช้กับผู้อื่น
  • ผู้ใหญ่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก มีความปรองดองต่อหน้าลูก สร้างบรรยากาศที่ดีในครอบครัว

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here