เชื้อราในช่องคลอด

ร่างกายของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ตามปกติแล้วจะมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ ทำให้คุณแม่มีโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อต่างๆ ได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณช่องคลอด เพราะเป็นจุดที่เกิดการอับชื้น และเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียหรือเชื้อราอย่างดี ดังนั้น ในช่วงที่คุณแม่กำลังตั้งครรภ์ต้องมีการดูแลเอาใจใส่รักษาความสะอาดเป็นสำคัญ ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้ เพราะมันอาจส่งผลไปถึงลูกน้อยที่อยู่ในท้องของคุณแม่ได้

ในครั้งนี้ มีคุณแม่หลายๆท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเป็นเชื้อราในช่องคลอดที่เป็นในระหว่างการตั้งครรภ์ ว่ามีผลอันตรายต่อลูกที่อยู่ในครรภ์หรือไม่ ในครั้งนี้เรามาหาคำตอบกัน

สาเหตุของการเกิดเชื้อราในช่องคลอด

โดยปกติแล้วมนุษย์เราจะมีเชื้อราที่ชื่อว่า แคนดิดา อัลบิแคนส ที่จะใช้ร่างกายของเราเป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งเชื้อดังกล่าวมักเกิดขึ้นได้มีร่างกายมีสภาพที่อบอุ่น หรือมีการอับชื้น แต่เชื้อราดังกล่าวจะไม่ก่อปัญหาแต่อย่างใด หากร่างกายมีสภาพแข็งแรง แต่เมื่อคุณแม่ได้มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นภูมิคุ้มกันต่างๆในร่างกายจะทำงานที่ลดต่ำลง ร่วมด้วยมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระหว่างการตั้งครรภ์ ทำให้สมดุลของกรดและด่าง ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทำให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อราในช่องคลอดได้อย่างรวดเร็วได้ ซึ่งเชื้อราดังกล่าวเป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดอับเสบบริเวณช่องคลอด

อาการโรคเชื้อราในช่องคลอด

  • มีอาการคัน ระคายเคือง หรือแสบร้อนบริเวณรอบๆช่องคลอด
  • เกิดอาการบวมแดง บริเวณช่องคลอด
  • ลักษณะของตกขาว จะเป็นก้อนหรือข้น มีสีออกเหลืองๆนวล คล้ายนมบูด และมีกลิ่นคล้ายขนมปังหรือยีสต์
  • ในระหว่างปัสสาวะ หรือระหว่างการมีเพศสัมพันธ์จะมีอาการปวดแสบ

เชื้อราในช่องคลอดส่งผลต่อลูกในท้องหรือไม่

คุณแม่ที่ตั้งครรภร่างกายจะมีภูมิต้านทานในร่างกายลดลงกว่าปกติ การเป็นเชื้อราในช่องคลอดในระหว่างที่กำลังตั้งครรภ์ เกิดจากที่มีการอับชื้นบริเวณช่องคลอดได้ง่าย ทำให้เกิดอาการติดเชื้อภายในช่องคลอดได้ง่ายเช่นกัน ซึ่งสิ่งที่คุณแม่ต้องรู้และต้องกังวลคือ จะมีเชื้อบางชนิดที่จะส่งผลต่อคุณแม่ทำให้คุณแม่ต้องคลอดก่อนกำหนด เช่น เชื้อแบคทีเรียวาจิโนสิส แต่ถ้ามีการติดเชื้อรา จะทำให้คุณแม่มีอาการคันสร้างความรำคาญให้กับคุณแม่ หรือไม่ก็มีจำนวนตกขาวมากกว่าปกติ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลให้คุณแม่คลอดก่อนกำหนดหรือมีความเสี่ยงแต่อันตรายต่อทารกแต่อย่างใด ดังนั้น การเป็นเชื้อราในช่องคลอดไม่ได้ส่งผลอันตรายต่อเด็กแต่อย่างใด แต่ต้องรักษาความสะอาดช่องคลอดเป็นสำคัญเพราะอาจติดเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวได้

การรักษาเชื้อราในช่องคลอด

การรักษาเชื้อราในช่องคลอด

หากมีการติดเชื้อราบ่อยครั้ง ก็ควรที่จะรักษาความสะอาดช่องคลอดเป็นสำคัญ หรือให้รีบไปปรึกษาแพทย์ และแพทย์ก็จะจ่ายยาสอดมารักษา อย่าได้ซื้อยาสอดมาใช้เอง เพราะอาจเป็นอันตรายได้ ซึ่งตามปกติแล้วการรักษาเชื้อราในช่องคลอดจะใช้ระยะเวลาในการรักษาอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ อาการก็จะดีขึ้น แต่ถ้าหากเกิดตกขาวจากการเกิดเชื้อรา แพทย์ก็จะทำการตรวจเลือดหาภาวะการเป็นเบาหวาน เพราะการรักษาจะต้องทำการรักษาโดยการควบคุมระดับน้ำตาลควบคู่ไปด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here