ลูกกินยายาก

เมื่อลูกของคุณพ่อคุณแม่ไม่สบาย สิ่งแรกที่ต้องทำคือการพาลูกไปหาหมอเพื่อทำการตรวจเช็คว่าลูกเป็นอะไร เมื่อตรวจแล้วคุณหมอก็จะสั่งจ่ายยาตามอาการที่ลูกเป็นมาให้ แต่ปัญหาที่ตามมาจนคุณพ่อคุณแม่หลายบ้านต้องปวดหัวคือ ปัญหาลูกกินยายาก ซึ่งบ้านไหนที่ลูกกินยาง่ายก็โชคดีไป แต่บ้านไหนที่กินยายากก็ต้องหาวิธีเทคนิคต่างๆ กันไป ดังนั้นในครั้งนี้เรามีแนวทางเทคนิคในการแก้ปัญหาในเรื่องนี้กันค่ะ

แต่ก่อนเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการกินยาของลูกสะใหม่ก่อน “ทำไมถึงต้องทำความเข้าใจ” เพราะเนื่องจากหลายบ้านยังมีความรู้ความเข้าใจรวมถึงการทำที่ผิดๆอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่เรื่องที่เข้าใจผิดมีดังนี้

การให้ยาผิดขนาดไม่เหมาะสมกับลูก : หน่วยวัดปริมาณยาที่ให้ลูกกิน ก็จะมีหน่วยวัดเป็นช้อนโต๊ะ ช้อนชา มิลิตรเมตร หรือมิลลิกรัม สิ่งที่เข้าใจผิดกันคือ เมื่อบอกว่าช้อนโต๊ะกับช้อนชา ก็ใช้ช้อนที่อยู่ในห้องครัวมาใช้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด เพราะขนาดช้อนชา ช้อนโต๊ะจากที่แพทย์สั่งหรือสลากข้างขวดยา จะมีความแตกต่างจากช้อนที่เราใช้กับเรื่องของอาหาร ดังนั้น หากเมื่อหมอสั่งจ่ายยามาให้ลูกหมอก็จะแนบช้อนมาให้ ไม่ควรใช้ช้อนอาหารในการป้อนยา เพราะเรื่องยาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากให้มากไปน้อยไป ก็อาจส่งผลต่อร่างกายของลูกได้

ให้ลูกกินยาไม่ครบโดสตามที่หมอสั่ง : ยาที่หมอสั่งบางชนิด เช่น ที่เป็นยาในกลุ่มยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อ ซึ่งในยาทั้ง 2 กลุ่มนี้มีความจำเป็นที่ต้องกินให้ครบจำนวนที่หมอ หรือเภสัช สั่งจ่ายมา ถึงแม้ลูกจะมีอาการดีขึ้นแล้วก็ควรให้ลูกกินยาให้ครบจำนวน เพราะหากกินไม่ครบ ก็อาจส่งผลทำให้ลูกมีอาการดื้อยาได้ หรืออาจทำให้เชื้อของโรคกลับมาใหม่ และอาจทำให้ยาที่รักษาตัวนี้อาจใช้ไม่ได้ผลในการรักษาครั้งต่อไป

การกินยาไม่ตรงเวลา : เรื่องการกินยาผิดเวลา เป็นเรืองที่ทำผิดกันบ่อยมากที่สุด เพราะการกำหนดการกินยาในแต่ละชนิดที่แตกต่างกัน เพราะว่ายาในแต่ละตัวแต่ละชนิดจะทำปฏิกริยาในร่างกายที่แตกต่างกัน ดังนั้น การกินยาตามเวลาที่หมอสั่งเป็นเรื่องที่จำเป็น ต้องทำอย่างเคร่งครัด เพราะหากกินยาผิดเวลา ก็อาจส่งผลถึงฤทธิ์ยาที่ลูกกินไป

การบีบจมูกในตอนป้อนยา : ในเรื่องนี้เหมือนกันที่มักทำกันบ่อยๆ เพราะกลัวลูกเหม็นหรือคมยา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะด้วยเป็นยาน้ำ อาจทำให้ลูกเกิดอาการสำลักยาและเป็นอันตรายต่อลูกได้

ลืมให้ลูกกินยา เลยให้ลูกกินยาซ้ำ : ไม่ควรให้ลูกกินยาซ้ำ หากคุณแม่ลืมให้ลูกกินยา เช่น ลืมกินยาหลังอาหาร หากยังไม่เกิน 30 นาที ก็ให้ลูกกินได้เลย แต่หากเกินไปแล้ว ก็รอให้กินในมื้อถัดไป หรือหากลืกยาก่อนนอนก็ให้รอในมื้อถัดไป

ลูกกินยาซ้ำเพราะลูกอาเจียรยาออกมา : การที่ลูกกินยาไปแล้วก็อาเจียรออกมาในทันที คุณแม่สามารถที่จะป้อนยาซ้ำได้ แต่หากสำหรับลูกกินยาไปแล้วสักพักถึงอาเจียรออกมา คุณแม่ไม่จำเป็นต้องป้อนยาซ้ำ เพราะร่างกายของลูกอาจดูดซึมยาเข้าไปแล้ว ซึ่งหากป้อนยาซ้ำไปก็อาจส่งผลอันตรายต่อลูกได้

การผสมยาในนมให้ลูกกิน : เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะหากคุณแม่ผสมยาไปกับนมให้ลูกดูด แล้วเกิดลูกกินนมขวดนั้นไม่หมด ก็อาจทำให้ลูกได้รับยาในปริมาณไม่พอเหมาะที่ครบตรงขนาดยาได้ ไม่เพียงเท่านี้ ยาที่ผสมเข้าไปอาจทำให้ฤทธิ์ยาลดลง และะยาบางตัวอาจไปทำปฎิกริยากับโปรตีนหรือแคลเซียมที่อยู่ในนม ทำให้โปรตีนในนมเปลี่ยนไปก็อาจส่งผลให้ลูกไม่ยอมกินนมอีกเลย

สาเหตุที่ลูกกินยายาก

การที่เด็กกินยายาก เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น รสชาติ หรือกลิ่นของยา หรือไม่ก็อาจเกิดจากที่มีความสงสัยว่าทำไมต้องกิน หรือการถูกบังคับให้กิน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่สังเกตุว่าเกิดจากสาเหตุใด และแก้ไขตามจุดที่เป็นปัญหานั้น ทั้งนี้ การที่เด็กกินยายาก หรือไม่ยอมกินยา ส่วนใหญ่จะมาจากสาเหตุของรสชาติที่ไม่ดี เช่น มีรสฝาดลิ้น มีรสชาติคม หรือมีกลิ่นที่เหม็น และไม่ใช่รสชาติที่ชอบ ดังนั้น การปรับรสชาติของให้กินกินยาง่ายขึ้น แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องควรที่จะระมัดระวังในเรื่อง ดังต่อไปนี้

  • ปริมาณอาหารหรือน้ำหนาวที่จะผสมในยา ควรมีปริมาณที่พอ และมั่นใจว่าลูกจะกินหมด
  • ยาที่จะผสมต้องเป็นยาที่สามารถผสมในอาหารหรือเครื่องดื่มได้
  • อุณหภูมิในห้องควรมีความเหมาะสม ที่จะไม่ส่งผลต่อการเสื่อมสลายของยา
  • หลีกเลี่ยงการผสมยาในอาหารในมื้อหลักเพราะอาจทำให้รสชาติของอาหารที่เปลี่ยนไป และส่งผลทำให้ลูกไม่ยอมกินอาหารชนิดนั้นได้

วิธีการแก้ปัญหาลูกกินยายาก

วิธีที่แนะนำนี้เป็นวิธีที่คุณแม่หลายๆท่านได้มาแชร์และนิยมใช้กัน ทาง Thaichildcare จึงได้รวบรวมและนำมาแชร์ให้คุณแม่ทั้งหลาย โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ได้นำไปปรับใช้กันค่ะ

ผสมยาไปกับอาหารหรือน้ำหวาน

ในยาบางชนิดอาจจะมีรสชาติขม ซึ่งเด็กอาจจะไม่ชอบ และไม่ยอมกินยา วิธีการช่วยได้คือการผสมในอาหารหรือน้ำหวานเพื่อให้กินยาได้ง่ายขึ้น แต่ก็ผสมให้ยาได้ละลายได้ไม่ตกตะกอน ที่สามารถให้ลูกสามารถกินหมดได้ ในคราวเดียว แต่ข้อควรระวัง ควรเป็นยาที่สามารถผสมในอาหารหรือน้ำหวานได้ ที่จะไม่มีผลต่อฤทธิ์ยาหรือ ยาไม่ไปทำปฏิกริยาในสารในอาหาร เช่น ยาบางชนิดสามารถไปทำปฏิกริยากับโปรตีน เป็นต้น

ใส่ยาในจุกนมที่ลูกดูด

วิธีนี้จะเหมาะสำหรับเด็กเล็ก เพราะด้วยสัญชาติญาณของเด็กที่จะนำอะไรเข้าไปก็จะดูดหมด วิธีนี้จึงเป็นอีกวิธีในการป้อนลูกกินยา แต่ข้อควรระวัง เมื่อลูกดูดยาจากจุกนมหมดแล้วให้เอาออกจากปากลูกในทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกดูดลมเข้าไป

หลีกเลี่ยงการข่มขู่ บีบบังคับ โกหก เวลาป้อนยา

การที่บีบบังคับ ข่มขู่ หรือโกหก ไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหา แต่จะยิ่งที่ทำให้ลูกกินยายากเข้าไปอีก วิธีการที่ดีคือ อธิบายให้ลูกเข้าใจ บอกความจริง ด้วยอารมณ์ที่ยิ้มแย้ม เพื่อให้ลูกคล้อยตามในการป้อนยา หรือในบางครั้งก็ให้รางวัลเป็นครั้งคราว แต่อย่าทำบ่อยเพราะอาจทำให้ติดเป็นนิสัยได้

ใช้หลอดสลิงฉีดยา

วิธีนี้เหมาะสำหรับเด็ก 1 เดือนขึ้นไป การใช้หลอดสลิงฉีดยาจะช่วยในการป้อนยาที่ง่ายขึ้น และจะมีความแม่ยำมาก เพราะข้างหลอดมีมาตรวัดปริมาณบ่งบอกอยู่ เพื่อง่ายต่อการดูดปริมาณยาที่เหมาะสมให้กับลูก หรือตามที่หมอสั่ง และช่วงของการป้อนยา คุณพ่อสามารถช่วยหลอกล่อเบี่ยงเบนความสนใจหรือช่วยคุณแม่จับลูก และคุณแม่ก็จอหลอดเข้าปากและฉีดเข้าปากของลูกได้

การป้อนยาเม็ด

กินกินยาเม็ดโดยทั่วไป เช่น ยาฆ่าเชื้อที่เป็นแคปซูน ไม่ควรที่จะแกะและเอาผงข้างในออกมา เพราะมันจะมีรสขมมาก แต่ในกรณีที่ลูกต้องกินก็จำเป็นที่เอาผงยาออกมาจากแคปซูน คุณแม่สามารถนำผงยามาผสมในน้ำหวานได้ หรือหากเป็นยาเม็ดก็นำมาบทและผสมในน้ำหวานได้

ชื่นชมลูกทุกครั้งเมื่อลูกกินยา

เมื่อคุณแม่ป้อนยาให้กับลูกแล้ว ควรชื่นชมว่าลูกเก่ง กอดลูก เพื่อครั้งต่อไปลูกจะได้มีกำลังใจในการกินยาครั้งต่อไป

เลือกยาที่ลูกจะกินได้ง่าย

ในยาบางชนิด ผู้ผลิดได้ผลิตออกมาโดยการปรุงรสให้มีรสชาติในการกินมากขึ้น โดยมีรสผลไม้ แต่คุณแม่ก็ควรเลือกที่มีความความขมน้อย และเป็นสูตรที่ไม่มีน้ำตาลเพื่อเป็นการป้องกันฟันผุ

ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือวิธีที่แนะนำในการช่วยการแก้ไขปัญหาการกินยายากของลูก การป้อนยาลูก เป็นเรื่องที่กวนใจคุณพ่อคุณแม่ไปบ้าง เพราะเด็กอาจดื้อไม่ยอมกินการใช้อารมณ์ร้อนไปก็ไม่ช่วยอะไร ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรมีความใจเย็น ให้คิดสะว่าเพื่อให้ลูกหายจากอาการป่วย เท่านั้นก็ช่วยได้ค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here