ฮิคิโคโมริ
ฮิคิโคโมริ

ฮิคิโคโมริ ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

ฮิคิโคโมริ ซินโดรม (Hikikomori Syndrome) คือเด็กที่มีพฤติกรรมแยกตัวออกจากสังคม ปิดกั้นตัวเองไม่ชอบพบปะผู้คน เก็บตัวอยู่แต่ในห้องหรือบ้านโดยไม่ติดต่อกับสังคมภายนอก หรืออาจเรียกได้ว่าพยายามทำตัวให้หายไปจากโลกความจริง และหลายๆคนอาจมองว่าเป็นคนชอบเก็บตัว ซึ่งไม่ใช่กับเด็กวัยเรียนรู้ วัยที่กำลังพัฒนาในด้านต่างๆ ฮิคิโคโมริ ซินโดรม ไม่ใช่โรคเจ็บป่วยทางด้านร่างกาย แต่หากไม่ได้รับการเยียวยาอย่างถูกวิธี อาจนำไปสู่การเกิดโรคซึมเศร้า และนำไปสู่ภาวะของการเป็นโรคทางจิตเวชประเภทหนึ่งได้ค่ะ

สาเหตุของการเกิด ฮิคิโคโมริ ซินโดรม ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดของอาการหรือพฤติกรรมดังกล่าวค่ะ แต่จิตแพทย์และนักจิตวิทยาหลายคนที่เคยให้การรักษาหรือให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่มีอาการดังกล่าว ได้บอกถึงสาเหตุที่น่าจะทำให้เกิดอาการของฮิคิโคโมริ ได้ดังนี้

  • ความผิดหวังจากเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างรุนแรงและโทษตัวเอง
  • แรงกดดันจากคนรอบข้าง ทำให้เกิดความเครียดสะสม เช่น เรื่องการเรียนที่ถูกคาดหวังจากครอบครัวมากเกินไป
  • ถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนหรือคนรอบข้างบ่อยครั้ง ทำให้รู้สึกแย่และสูญเสียความมั่นใจ
  • กลัวการเข้าสังคม อารมณ์อ่อนไหวกับคำแนะนำหรือคำวิจารณ์ เมื่อเจ็บปวดก็มักจะยอมรับไม่ได้
  • หนีปัญหา และค่อยๆ ทำตัวให้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

อาการของ ฮิคิโคโมริ ซินโดรม ซึ่งจะไม่แสดงออกให้เห็นถึงความผิดปกติใดๆ กับทางร่างกาย เนื่องจากเป็นภาวะที่เกิดขึ้นกับจิตใจ โดยจะแสดงพฤติกรรมที่ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในห้องคนเดียว ไม่ออกไปพบปะผู้คน มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเล่นเกมส์ ดูหนัง หรือการนั่งเฉยๆ เพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่าตนเองถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ไม่ต้องทนรับแรงกดดัน ปัญหา หรือความเครียดใดๆทั้งสิ้น ฮิคิโคโมริ ซินโดรม ภัยเงียบที่คุณพ่อคุณแม่มองข้าม เพราะอาจจะมองว่าลูกเป็นเด็กเก็บตัว และคงไม่ส่งผลเสียอะไรกับตัวลูกค่ะ แต่อันที่จริงหากปล่อยให้เกิดภาวะเช่นนี้ ในระยะยาวอาจส่งผลให้เกิดเป็นโรคซึมเศร้า และนำไปสู่การเป็นโรคทางจิตเวชค่ะ

การรักษาฮิคิโคโมริ ซินโดรม เนื่องจากเป็นอาการที่เกิดจากการได้รับผลกระทบต่อสภาพจิตใจ ดังนั้น การรักษาจึงควรเป็นการรักษาทางด้านสภาพจิตใจ คุณพ่อคุณแม่รวมถึงคนรอบข้างควรให้กำลังใจ และหลีกเลี่ยงเรื่องราว คำพูดที่อาจทำให้รู้สึกกดดันได้ค่ะ

การดูแลป้องกันฮิคิโคโมริ ซินโดรม คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ โดยการเริ่มต้นจากการคิดในแง่บวก เช่น หากลูกมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จากการดุด่าว่ากล่าวรวมถึงการลงโทษ คุณพ่อคุณแม่อาจเปลี่ยนมาใช้การพูดให้กำลังใจที่เชื่อว่าลูกสามารถแก้ไขได้และปรับปรุงได้ เป็นต้น การใกล้ชิดใช้เวลาร่วมกันในการทำกิจกรรมต่างๆ ของคนในครอบครัว อาจเริ่มจาการทานข้าวพร้อมกัน การนั่งดูหนังด้วยกัน ไปท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมนอกบ้านบ้าง การทำกิจกรรมอื่นๆที่เหมาะสมกับวัยของเด็กๆ ส่งเสริมทักษะสร้างความมั่นใจให้กับลูก การรับฟังความคิดเห็นของลูก และที่ขาดไม่ได้เลยคือ การไว้วางใจในลูกของคุณเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำอะไรด้วยตัวเอง กล้าคิดกล้าแสดงออก ซึ่งจะทำให้ลูกเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองค่ะ

เนื่องทุกวันนี้รูปแบบวิถีชีวิตการดำเนินชีวิตประจำวันที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การแข่งขันค่อนข้างสูงบวกกับพ่อแม่ไม่มีเวลาอยู่กับลูก จึงทำให้แนวโน้มของการเกิดภาวะฮิคิโคโมริเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆค่ะ ดังนั้นการสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้กับลูกจึงจำเป็นอย่างมากค่ะ และแอดมินขอเป็นกำลังใจให้กับทุกครอบครัวค่ะ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here