ออทิสติก (Autistic)
ออทิสติก (Autistic)

ออทิสติก(Autistic)
ออทิสติก(Autistic) คือ กลุ่มอาการความบกพร่องหรือความผิดปกติทางสมอง ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาการของเด็กๆ ทั้งทางด้านภาษา ด้านสังคม และทางด้านพฤติกรรม โดยมีพฤติกรรมและการแสดงออกที่แตกต่างจากเด็กปกติทั่วไป เช่น ไม่สบตา ชอบทำอะไรซ้ำๆ มีการเคลื่อนไหวร่างกายซ้ำๆ การใช้ภาษาผิดปกติ พูดซ้ำๆหรือใช้คำที่ตนเองเข้าใจความหมายเท่านั้น ฯลฯ อาการอาจรุนแรงหรือไม่รุนแรงก็ได้เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละคนมีปัญหาและความรุนแรงที่แตกต่างกันค่ะ ออทิสติกแสดงอาการที่ชัดเจนในช่วงอายุก่อน 2 ปีแรก

อาการความผิดปกติออทิสติกทางด้านต่างๆ ดังนี้

  1. ความผิดปกติทางด้านการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
    เด็กออทิสติกที่มีปัญหาทางด้านการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม จะมีพฤติกรรมคล้ายกับว่าตัวเองอยู่คนเดียวในโลก มักแยกตัวอยู่คนเดียว ไม่สนใจให้สิ่งต่างๆรอบตัว ไม่มีสมาธิในการตั้งใจฟังหรือดูสิ่งต่างๆ การพูดคุยจะไม่ค่อยสบตากับผู้ที่สนทนาด้วย การตอบสนองกับคนรอบข้างบกพร่อง มีความบกพร่องในการแสดงสีหน้าและอารมณ์ของตนเอง รวมถึงเด็กจะไม่สามารถเดาความรู้สึกของคนอื่นจากสีหน้าท่าทางได้ เช่น เขาจะไม่รู้ว่าหน้าแบบนี้หมายถึง แม่กำลังเสียใจ หรือพ่อกำลังโกรธค่ะ
  2. ความผิดปกติทางด้านภาษาและการสื่อสาร
    เด็กออทิสติกที่มีปัญหาทางด้านภาษาและการสื่อสารที่คุณพ่อคุณแม่มักพาเด็กมาพบแพทย์บ่อยที่สุด คือเด็กจะไม่พูดเป็นประโยชน์ที่มีความหมายเมื่ออายุ 2 ปี หรือถ้าพูดได้ก็จะเป็นการพูดที่ไม่มีจุดหมาย ตอบไม่ตรงคำถาม พูดบางคำหรือบางประโยคซ้ำๆ พูดทวนคำที่ได้ยินซ้ำๆ โดยมีลักษณะเสียงพูดจะไม่มีเสียงสูงต่ำ ไม่มีอารมณ์สอดแทรก การใช้คำแปลกๆ สื่อความหมายแปลกๆที่คนอื่นฟังไม่เข้าใจ ซึ่งมีเฉพาะคนที่ใกล้ชิดเด็กเท่านั้นที่เข้าใจ ไม่สามารถเล่นบทสมมติหรือเล่นทำท่าคุยโทรศัพท์ได้ ฯลฯ รวมถึงไม่สามารถใช้ภาษาท่าทางเพื่อการสื่อสารได้ เช่น การชี้นิ้ว หรือโบกมือ เป็นต้น
  3. ความผิดปกติทางพฤติกรรม
    เด็กออทิสติกที่มีปัญหาทางด้านฟฤติกรรม ซึ่งมักจะแสดงพฤติกรรมที่ซ้ำไปซ้ำมา มีความสนใจหรือหมกมุ่นของบางอย่าง เช่น จ้องวัตถุหมุนได้ พัดลม เครื่องซักผ้า สนใจบางส่วนของวัตถุ เด็กบางคนชอบดมกลิ่นต่างๆ มีลักษณะเคลื่อนไหวร่างกายผิดปกติซ้ำๆ และไม่สามารถทำกิจกรรมที่มีลำดับขั้นตอนหลายอย่าง หรือเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอื่นได้ยาก ยึดติดกับของเดิมๆ กิจวัตรเดิมๆเปลี่ยนแปลงไม่ได้หรือปรับตัวได้อย่าง เช่น นอนที่เดิม ต้องไปโรงเรียนในเส้นทางเดิมๆ วางของตำแหน่งเดิมๆ เด็กออทิสติกในบางกลุ่มที่มีความสามารถมีความสนใจเฉพาะเรื่องจนกลายเป็นความสามารถพิเศษค่ะ

ข้อสังเกตเบื้องต้นว่าลูกเป็นเด็กกลุ่มออทิสติสหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าเด็กมีอาการครบ 6 ข้อย่อย โดยมีอาการจากข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 3 อย่างน้อยข้อละ 2 อาการค่ะ โดยสามารถสังเกตุได้ดังนี้ 
ข้อ 1. ภาวะบกพร่องทางด้านการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมอย่างน้อย 2 ข้อ ดังต่อไปนี้
1.1. ไม่สามารถใช้ภาษาหรือท่าทางการสื่อสารกับบุคคลอื่นได้ เช่น การสบตา การแสดงอารมณ์ความรู้สึกทางสีหน้า และภาษาท่าทางอื่นๆเพื่อการสื่อสาร
1.2. ไม่สามารถสร้างสัมพันธภาพกับบุคคลเหมาะสมตามวัยได้
1.3. ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรม ความสนใจ และความสนุกสนานกับผู้อื่น
1.4. ขาดทักษะในการสื่อสารทางสังคมและทางอารมณ์กับบุคคลอื่น
ข้อ 2. ภาวะความบกพร่องด้านการสื่อสารอย่างน้อย 2 ข้อ ดังต่อไปนี้
2.1. มีความล่าช้าหรือไม่มีการพัฒนาในด้านภาษาพูด
2.2. สามารถพูดได้แล้วแต่ไม่สามารถที่จะเริ่มต้นบทสนทนาหรือโต้ตอบบทสนทนากับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม
2.3. พูดซ้ำๆ หรือมีรูปแบบจำกัดในการใช้ภาษา การใช้คำแปลกๆที่คนอื่นไม่เข้าใจความหมาย
2.4. ไม่สามารถเล่นสมมุติหรือการจินตนาการได้อย่างเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ
ข้อ 3. มีความบกพร่องทางพฤติกรรม อย่างน้อย 2 ข้อ ดังต่อไปนี้
3.1. มีความสนใจที่ซ้ำๆ อย่างผิดปกติ
3.2. มีกิจวัตรประจำวันหรือกฎเกณฑ์ที่ต้องทำโดยไม่สามารถยืดหยุ่นได้
3.3. มีการเคลื่อนไหวร่างกายซ้ำๆ เช่น สะบัดมือ เล่นมือ หมุนตัว
3.4. มีความสนใจเพียงบางส่วนของวัตถุเท่านั้น

หากคุณพ่อคุณแม่พบอาการผิดปกติหรือมีความสงสัยว่าลูกอาจเข้าข่ายกลุ่มเด็กออทิสติก ควรพาเด็กมาพบแพทย์ค่ะ เพื่อรับการตรวจวินิฉัย การรักษาและคำแนะนำในการดูแลค่ะ โรคออทิสติคไม่ใช่โรคที่เป็นแล้วหายขาดได้ แต่จะดีขึ้นได้ หากเด็กที่ได้รับการช่วยเหลือดูแลจากครอบครัวอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอค่ะ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความรักและความเข้าใจจากคุณพ่อคุณแม่ที่จะทำให้ลูกมีความสุขและสามารถให้ชีวิตได้โดยไม่รู้สึกแปลกแยกค่ะ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here