หน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน

หน่อยไตคืออะไร หน่วยไตคือหน่วยเล็กๆ ที่กระจายอยู่ในเนื้อของไต ซึ่งไตคืออวัยวะที่ทำหน้าที่ในการกรองของเสีย และน้ำออกมาเป็นปัสสาวะ ซึ่งหากมีการอักเสบของไต หน่วยไตก็จะทำหน้าที่ในการขับปัสสาวะออกมาได้น้อย ส่งผลทำให้ของเสียเกิดการคั้งค้างอยู่ในเลือดมากกว่าปกติ รวมไปถึงจะมีเม็ดเลือดแดงและสารไข่ขาวรั่วออกมาในปัสสาวะ จะทำให้เกิดอาการบวมและปัสสาวะออกมาสีแดง

หน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน จะเป็นโรคที่พบได้ในทุกเพศทุกวัย แต่จะส่วนน้อยที่จะพบคนเป็นโรคนี้ ซึ่งหากเป็นแล้วอะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา และอาจจะเป็นเรื้อรังได้

สาเหตุของหน่วยไตอักเสบเฉียบพลััน

สาเหตุของหน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน มีสาเหตุที่เกิดจากการติดเชื้อของแบคทีเรียที่มีชื่อว่า บีตาฮีโมไลติกสเตรปโตค็อกคัส ในกลุ่ม A Group A hemolytic streptococcus) เป็นกลุ่มเดียวที่จะทำให้เป็นโรคทอลซิลอักเสบ แผลพุพอง ไฟลามทุ่ง เป็นต้น โดยที่โรคนี้จะส่งให้ภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายไปทำปฏิกิริยาต่อหน่วยไต ซึ่งจัดว่าเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองชนิดหนึ่ง หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปคือ โรคหน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน การตรวจเชื้อจากบีตาฮีโมไลติกสเตรปโตค็อกคัสผู้ป่วย มักจะพบการคิดเชื้อที่คอประมาณ 1-2 สัปดาห์ หรือการติดเชื้อที่ผิวหนังประมาณ 3-4 สัปดาห์ จะพบได้ประมาณร้อยละ 10-15 ของเด็กติดเชื้อโรคดังกล่าว ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้่ส่วนใหญ่จะพบมากในผู้ป่วยที่มีอายุ 5-10 ปี หรือมักพบในผู้ป่วยที่ไม่ได้ทำการรักษาอย่างถูกวิธีเมื่อเกิดการติดเชื้อ ไม่เพียงเท่านี้โรคมักจะเกิดพร้อมกับโรคเอสแอลอี (โรคแพ้ภูมิตัวเอง) โรคซิฟิลิส หรือการแพ้สารเคมี เป็นต้น

อาการของหน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน

อาการของโรคนี้ ส่วนใหญ่ผูู้ป่วยจะมีอาการไข้ขึ้นสูง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร หรือ *มีอาการบวมทั้งตัว และยังปัสสาวะออกมาเป็นสีแดงอธิบายให้เห็นภาพชัดคือจะมีสีลักษณะคล้ายกับน้ำล้างเนื้อ หรือเหมือนน้ำหมาก ซึ่งหากมีอาการที่รุนแรง ผู้ป่วยจะปัสสาวะออกมาน้อย เหนื่อยหอบ หรือร้ายสุดก็มีอาการชักเกิดขึ้น หากตรวจก็จะมีประวัติของอาการเจ็บคอ ที่เกิดจากทอลซิลอักเสบ หรือมีแผลพุพอง หรือมีอาการผิวหนังอักเสบมาก่อนโดยประมาณ 1-4 สัปดาห์มาแล้ว

สาเหตุของอาการบวมทั้งตัวสามารถแยกโรคได้ ดังนี้

อาการบวมทั้งตัวอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • ภาวะขาดอาหาร : เด็กอาจจะสารอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดสารอาหารโปรตีน เด็กก็อาจเกิดการบวมทั้งตัวได้ แต่ก็ถ่ายปัสสาวะออกมาปกติ แต่หากถ่ายปัสสาวะออกมามีสีแดง ก็อาจเกิดมาจากที่เด็กเป็นโรคนิ้วในไต หรือเนื้องอกในไต ซึ่งมักจะไม่มีอาการบวมหรือมีไข้ร่วมด้วย
  • โรคไตเนโฟรติก (nephritic syndrome) : โรคนี้คือโรคไตชนิดหนึ่ง เป็นโรคที่จะส่งผลให้ร่างกายเกิดการสูญเสียโปรตีนโดยผ่านทางการปัสสาวะ ซึ่งสาเหตุของโรคนี้เกิดจากความผิดปกติของการทำงานของหน่วยไต จะส่งผลให้ป่วยมีอาการบวมทั้งตัว และก็ปัสสาวะออกมามากกว่าปกติ จะผู้ป่วยจะไม่มีอาการไข้ร่วม
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว (congestive heart failure) : อาการของผู้ป่วยที่เป็นภาวะหัวใจล้มเหลว จะมีอาการเท้าบวม 2 ข้าง มีอาการหนื่อย หายใจหอบ จะไม่สามารถนอนราบ หรือหนุมหมอนใบเดียวได้ เพราะเกิดจากที่รู้สึกแน่น หายใจลำบาก และอึดอัด

การวินัจของโรค

ในเบื้องต้นแพทย์จะทำการวินิจฉัยจากอาการบวม และจากปัสสาวะที่มีสีแดง พร้อมกับประวัติการติดเชื้อจากที่คอและที่ผิวหนัง ซึ่งการตรวจส่วนใหญ่มักพบว่าผู้ป่วยมีไข้สูง และมีความดันโลหิตสูง ซึ่งแพทย์จะทำการยืนยันผลของโรคโดยทำการตรวจปัสสาวะ ซึ่งหากตรวจพบว่าในปัสสาวะมีประมาณเม็ดเลือดแดง และเม็ดเลือดขาวปริมาณมากกว่าปกติ หรือพบสารไข่ขาว) หรือการตรวจเลือด หากพบว่าสาร BUN และครีอะตินีนสูง ก็จะบ่งบอกว่าไตขับของเสียไม่ได้เต็มที่

ในผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจจจะทำการตรวจโดยการต้องถ่ายภาพไตด้วยการเอกซเรย์ หรือการอัลตราซาวนด์ หรือไม่ก็ทำการตรวจชิ้นเนื้อไต มาตรวจ

การรักษาโรคหน่วยไตอักเสบแบบเฉียบพลัน

วิธีการรักษาหน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน หากลูกของคุณพ่อคุณแม่มีอาการที่กล่าวไว้ในข้างต้น ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์โดยด่วน ซึ่งการรักษาจะแบ่งโดย 2 วิธีดังนี

  1. หากตรวจพบว่าปัสสาววะมีเม็ดเลือดแดงเกาะกันเป็นแพ และพบว่าเม็ดเลือดขาวอยู่กันเดี่ยวๆ หรือเกาะกันแพก็ได้และพบว่าไตขับของเสียได้ไม่เต็มที่และตรวจเลือดพบว่ามีสาร BUN และครีอะตินีนในปริมาณที่สูง แพทย์ก็จะทำการรักษาโดยการให้ผู้ป่วยนอนพักผ่อน งดอาหารเค็ม ให้ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดัน และยาปฏิชีวนะ เช่น ยา เพนิซิลลินวี หรืออีริโทรไมซิน ถ้าผู้ป่วยมีประวัติการติดเชื้อที่ผิวหนัง หรือเป็นทอลซิลอักเสบ ในผู้ป่วยบางราย แพทย์จำเป็นต้องให้ผู้ป่วยรักษาที่โรงพยาบาลเพราะผู้ป่วยอาจเสี่ยงที่จะมีภาวะไตวายหรือมีภาวะความดันสูงอย่างรุนแรง
  2. อีกวิธีของรักษาคือทำการฉีดไดอะซีแพม และฟูโรซีไมด์ ½ – 1 หลอด เข้าสู่เส้นเลือดดำ และรีบนำส่งโรงพยาบาลถ้าผู้ป่วยมีอาการชักหรือมีอาการหอบ ทั้งนี้ วิธีนี้ควรที่จะอยู่ในความดูแลของแพทย์ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นมีอาการเล็กน้อย หรือมาก หามมีอาการที่น่าสงสัยและเสี่ยงต่อที่โอกาสเป็นหน่ายไตอักเสบแบบเฉียบพลัน ควรพบแพทย์โดยในการวินิจของโรคเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ

วิธีการป้องกันของหน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน

หากเป็นโรคทอลซิลอักเสบ แผลพุพอง หรือเนื้อเยื้อไต้ผิวหนังอักเสบ หรือไฟลามทุ่ง ควรกินยาปฏิชีวนะ เช่น เพนิซิลลินวี อีริโทรไมซิน ติดต่อกันอย่างน้อย 10 วัน เพื่อเป็นการป้องกันเข้าสู่ภาวะหน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน ทั้งนี้ การใช้ยาควรอยู่ภายใต้รับคำแนะนำจากแพทย์เท่านั้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here