ที่ตรวจครรภ์

หัวข้อที่น่าสนใจ

เมื่อคุณผู้หญิงหลายท่านเริ่มมีความรู้สึกแปลก เหมือนว่ากำลังจะท้อง คำถามที่ตามมาคือ จะตรวจอย่างไร ใช้ที่ตรวจครรภ์อย่างไร ท้องจริงหรือไม่ แม่นยำหรือไม่ ซึ่งในปัจจุบันที่ตรวจครรภ์ที่ผลิตออกมาในหลายๆยี่ห้อ ก็มีความแม่นยำที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้น คุณแม่ก็สามารถเลือกซื้อยี่ห้อไหนมาก็ใช้ก็ได้

สัญญาณเตือนการตั้งครรภ์

การที่เราจะไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ ก็ต้องรู้ก่อนว่าร่างกายที่มีแนวโน้มของการตั้งครรภ์หรือไม่ ซึ่งจะมีสัญญาณบ่งบอก ดังนี้

ประจำเดือนขาด

สัญญาณแรกที่จะบ่งบอกว่าคุณมีแนวโน้มที่จะตั้งครรภ์เกิดขึ้น นั่นคือประจำเดือน ที่ตามปกติแล้วก็จะมาตรงเวลา หรือมาช้ามาเร็ว หักลบไม่เกินอาทิตย์ แต่หากเกิดการประจำเดือนไม่มาอย่างไม่ปกติ เพื่อให้ความแน่ใจคุณสามารถซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจในเบื้องต้น

ร่างกายมีความอ่อนเพลีย

ในช่วงที่ร่างกายได้รับการปฏิสนธิ และตัวอ่อนได้มาฝังตัวในโพรงมดลูก มีการพัฒนารกตั้งตนขึ้น ส่งผลทำให้ร่างกายของคุณแม่มีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง และทำให้อยากนอนอยู่นอนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาการดังกล่าวเกิดจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมีปริมาณที่สูงขึ้น (ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน คือ ฮอร์โมนเพศหญิงชนิดหนึ่ง) ซึ่งหากมีอาการที่กล่าวมาข้างต้นหลังจากที่ได้มีเพศสัมพันธ์กับคนรักของคุณก็ซื้อที่ตรวจครรภ์มาทำการตรวจได้เลยจ้า

มีความขมในปากอยากของเปรี้ยว

คุณผู้หญิงที่ได้มีการตั้งครรภ์ ในช่วงแรกจะมีความรู้สึกขมที่ปาก และมีความอยากของเปรี้ยวมาดับความขมในปาก หรือบางรายก็จะมีอาการเหม็นอาหารที่กินอยู่ประจำ ซึ่งอาการดังกล่าวก็เป็นอาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจจะมีข่าวดี ก็ให้ลองซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจดู

เต้านมมีการขยายตัว

คุณผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ถ้าลองสังเกตุบริเวณเต้านมจะมีความรู้สึกเจ็บ มีการขยายตัวใหญ่ขึ้น น้ำหนักของเต้านมที่หนักขึ้น และบริเวณลานนมก็จะขยายขึ้นเล็กน้อย รวมทั้งมีสีที่คล้ำขึ้น ซึ่งหากมีลักษณะนี้ก็อาจเป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์เกิดขึ้น

มีอาการแพ้ท้องเกิดขึ้น

อาการอีกหนึ่งอย่างที่บ่งบอกว่าคุณกำลังตั้งครรภ์คือมีอาการแพ้ท้องเกิดขึ้น โดยอาการจะแสดงออกว่าหลังจากที่มีการตั้งครรภ์ไปแล้ว 2-3 สัปดาห์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของอาการคนท้อง อาการแพ้ท้องของแต่ละคนมีความแตกต่างกันออกไป และอาการแพ้ท้องสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดช่วงเวลา เช่น อาการพะอืดพะอม อืดท้อง เวียรศีรษะ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นอาการบ่งชี้ว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ ดังนั้นรีบหาที่ตรวจครรภ์มาตรวจโดยด่วนค่ะ

การทดสอบการตั้งครรภ์

การตรวจครรภ์ โดยทั่วไปจะมีด้วยกัน 2 แบบ คือ การทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง และการทดสอบการตั้งครรภ์จากห้องทดลอง

การทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยชุดการทดสอบสำเร็จรูปที่หาซื้อได้ทั่วไป หรือการใช้ที่ตรวจครรภ์ จะเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในทางฝั่งตะวันตก และเริ่มมีการนำเข้ามายังประเทศไทย หลักการการทดสอบการตั้งครรภ์จะเป็นหลักการทดสอบแบบเดียวกันในโรงพยาบาลและคลินิกแพทย์ ซึ่งในหลักการการตรวจสอบจะทำการหาฮอร์โมน HCG ในปัสสาวะ ซึ่งฮอร์โมนนี้จะถูกสร้างจากเซลล์ตัวอ่อนของมนุษย์ จึงทำให้สามารถใช้ที่ตรวจครรภ์ตรวจสอบได้ในทันทีที่มีการปฎิสนธิ และการเติบโตของเซลล์ตัวอ่อนที่ได้อยู่ในมดลูก แต่อย่างไรก็ตามปริมาณฮอร์โมนนี้ที่ได้ถูกขับออกมาในปัสสาวะของคุณแม่ ซึ่งหากมีปริมาณที่มีจำนวนมากพอ โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 14 วันหลังจากการปฏิสนธิ หรือในทันทีที่รอบเดือนไม่มาตามกำหนด แต่ทั้งนี้ ความแม่นยำในการตรวจสอบการตั้งครรภ์จากปัสสาวะยังมีเปอร์เซนต์ที่คลาดเคลื่อนสูงอยู่

ในบางครั้งหากคุณแม่ได้มีการตั้งครรภ์ แต่ระดับฮอร์โมนในคุณแม่บางคนมีไม่มากพอ ที่ตรวจหรือชุดทดสอบอาจไม่สามารถตรวจพบ ซึ่งผลที่ออกมาก็ยังออกมาเป็นลบไปในระยะหนึ่ง และไม่เพียงเท่านี้ความแม่นยำของชุดตรวจก็ขึ้นอยู่กับราคาที่คุณแม่มีกำลังจ่าย และบริษัทที่ผลิตชุดตรวจ กล่าวคือหากผลตรวจออกมาเป็นบวกก็สามารถเชื้อถือได้ แต่หากผลตรวจออกมาเป็นลบ ก็ขอแนะนำให้ตรวจซ้ำอีกครั้ง โดยเว้นจากการตรวจออกไปสักระยะหนึ่ง

ในกรณีที่ประจำเดือนไม่มาตามกำหนด ควรไปปรึกษาแพทย์และรับการตรวจ และหากมีการทดสอบในเบื้องต้นไปแล้วก็นำข้อมูลการทดสอบแจ้งแพทย์ให้ทราบด้วย

หากได้ทำการตรวจเบื้องต้นด้วยตนเอง แล้วผลไม่ว่าจะเป็นบวกหรือลบ คุณควรที่จะไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจอีกครั้ง เพื่อเป็นการเช็ตให้แน่ใจ และเป็นการตรวจเพื่อเตรียมความพร้อมในการตั้งครรภ์ และหากผลเป็นลบ ก็ตรวจเพื่อหาสาเหตุว่าทำไมถึงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้

ที่ตรวจครรภ์ด้วยตัวเองมีด้วยกัน 4 แบบด้วยกัน ดังนี้

เครื่องมือการตรวจครรภ์ด้วยตนเอง แบบที่ 1 คือ แบบแถบจุ่ม
ตรวจครรภ์แบบจุ่ม

ในแบบนี้จะเรียกกันว่า แบบแถบจุ่ม หรือ Test Strip เป็นชุดการทดสอบที่ใน 1 ชุด ประกอบด้วย แผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ และถ้วยตวงใส่ปัสสาวะ (แต่บางยี่ห้ออาจม่ได้แถมถ้วยตวงมาก็ได้

วิธีใช้ ให้เราไปเก็บปัสสาวะใส่ไว้ในถ้วยตวง ต่อมาให้นำแผ่นทดสอบการตั้งครรภ์โดยใช้ค้างที่เป็นลูกศรจุ่มลงไปในถ้วยตวงที่มีปัสสาวะ จุ่มไว้ 3 วินาที แต่ในขณะที่กำลังจุ่มไม่ให้เลยขีดที่ในแผ่นกำหนด หรือสูงกว่าขีดของลูกศรในแผ่นทดสอบ และเมื่อครบ 3 วินาทีแล้ว ให้นำแผ่นทดสอบออกมาจากถ้วยตวงปัสสาวะ จากนั้นยกแผ่นทดสอบในแนวนอน ทางที่ดีวางไว้ในพื้นที่แห้งสนิท รอทิ้งไว้ 5 นาที เมื่อครบก็ดูผลการตรวจ

การตรวจด้วยวิธีนี้ ข้อดีคือชุดตรวจมีราคาที่ถูก แต่ข้อควรระวังควรตรวจตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด มิเช่นนั้นอาจทำให้ชุดตรวจตรวจไม่ได้ผลและ แผ่นทดสอบเสื่อมสภาพได้

เครื่องมือการตรวจครรภ์ด้วยตนเอง แบบที่ 2 คือ แบบหยด
ตรวจครรภ์แบบหยด

สำหรับชุดตรวจในแบบนี้จะเรียบกว่า แบบตลับ หรือ เรียกว่าแบบหยด (Pregnancy Test Cassette) ใน 1 ชุด ประกอบด้วย ตลับการทดสอบการตั้งครรภ์ ถ้วยตวงปัสสาวะ และหลอดหยดสำหรับดูดหยดปัสสาวะ

วิธีใช้ เก็บปัสสาวะใส่ถ้วยตวง จากนั้นให้นำหลอดหยด ดูดปัสสาวะเข้าไปในปริมาณที่พอเหมาะหรือกำหนด แล้วจากนั้นหยดปัสสาวะลงไปในตลับตรวจการตั้งครรภ์ ประมาณ 3-4 หยด จากนั้นวางแผ่นตลับบนพื้นราบ ทิ้งไว้ 5 นาที เมื่อครบ ก็ตรวจสอบผลการตรวจการตั้งครรภ์

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยวิธีนี้ เมื่อเป็นแถบการตรวจ จะลดโอกาสให้แผ่นตรวจเสื่อมสภาพจากการดูดซับน้ำปัสสาวะ ผลคาดเคลื่อนจะน้อยกว่า แบบจุ่ม

เครื่องมือการตรวจครรภ์ด้วยตนเอง แบบที่ 3 คือ แบบปัสสาวะผ่านโดยตรง
ตรวจครรภ์แบบผ่านปัสสาวะ

การตรวจครรภ์แบบที่ 3 นี้ Pregnancy Midstream Tests ใน 1 ชุดจะประกอบด้วยแท่งทดสอบการตรวจสอบการตั้งครรภ์ เท่านั้น

วิธีใช้ ให้ทำการถอดฝาครอบออกพร้อมกับถือแท่งการทดสอบโดยให้หัวลูกศร ต่อมาให้ปัสสาวะผ่านบริเวณที่ดูดซับปัสสาวะซึ่งจะอยู่บริเวณต่ำกว่าลูกศร ปัสสาวะผ่านให้ชุ่มประมาณ 5 วินาที หลังจากนั้นให้ถือ หรือวางแท่งทดสอบการตั้งครรภ์ไว้ในแนวราบประมาณ 5 นาที และรออ่านผลได้

สำหรับการตรวจครรภ์ด้วยชุดตรวจแบบที่ 3 นี้จะมีความสะดวกมากกว่า 2 ชนิดแรก แต่ราคาก็จะสูงกว่า 2 ชนิดแรกเช่นกัน

เครื่องมือการตรวจครรภ์ด้วยตนเอง แบบที่ 4 คือ แบบดิจิตอล
ตรวจการตั้งครรภ์แบบดิจิตอล

เครื่องมือแบบนี้หลักการทำงานจะเหมือนแบบที่ 3 (Clearblue Pregnancy Test Digital) แต่แตกกต่างตรงที่การอ่านค่าแบบดิจิตอล พร้อมแสดงจำนวนสัปดาห์การตั้งครรภ์ด้วย โดยจะนับจากการที่ไข่ที่มีการปฎิสนธิเป็นัวอ่อน จะทดสอบโดยการให้ปัสสาวะไหลผ่านให้ชุ่มประมาณ 5 วินาที จากนั้นถือหรอวางๆไว้ในที่ราทิ้งไว้ 5 นาที สำหรับเครื่องการตรวจชุดนี้จะมีราคาสูงมากในไทย

วิธีการอ่านค่าผลการทดสอบการตั้งครรภ์

ตามปกติแล้วในกล่องของทุกชุดตรวจทดสอบการตั้งครรภ์จะมีคำแนะนำวิธีการใช้และวิธีอ่านค่า พร้อมภาพประกอบตัวอย่างมาให้อยู่แล้ว ซึ่งวิธีการอ่านค่าจะให้ความแ่นยำของผลจะต้องทำการอ่านค่าภายในเวลา 5นาที เพราะหากทิ้งไว้นานเกินไปผลการตรวจอาจจะคาดเคลื่อนได้ คือ หากไม่ได้มีการตั้งครรภ์แต่ขีดอีกขีดก็แสดงออกมาให้เห็นได้ ทำให้การตรวจเชื่อถือไม่ได้ ขีด C คือ Control Line ส่วนขีด T คือ Test Line ซึ่งรายละเอียดสำหรับการตรวจมี ดังนี้

  • ตรวจแล้วขึ้น 1 ขีด โดยขีดจะขึ้นที่ C เพียงอย่างเดียว ได้ผลแปลว่า น่าจะไม่ตั้งครรภ์ หมายความว่า ไม่ตั้งครรภ์ หรืออาจจะตั้งครรภ์แต่ยังตรวจไม่พบ
  • ตรวจแล้วขึ้น 2 ขีด หรือขึ้นเป็น 2 ขีดจางๆ โดยขีดจะขึ้นที่ C และ T คือ ได้ผลบวก แปลว่า น่าจะมีการตั้งครรภ์ หากขีดขึ้นที่ T จางๆ แนะนำว่าให้รออีกสักประมาณ 2 – 3 วันแล้วตรวจใหม่ และใช้เป็นชุดตรวจของยี่ห้อใหม่ก็น่าจะดีมาก
  • ตรวจแล้วไม่ขึ้นแถบสี หรือไม่ขึ้นสักขีด หรือขึ้น 1 ขีดบนตัว T คือ อ่านค่าไม่ได้ แปลว่า ‘ชุดทดสอบการตั้งครรภ์เสีย’ อาจเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนของการผลิต , การเก็บไม่ถูกวิธี , การใช้ปัสสาวะเก่า หรือชุดทดสอบหมดอายุ ถ้าตรวจแล้วผลที่แสดงไม่ขึ้นสักขีดก็เท่ากับว่าการตรวจในครั้งนั้นใช้ไม่ได้ จะต้องทำการตรวจใหม่อีกครั้ง

คำแนะนำใช้ที่ตรวจครรภ์เพิ่มเติมสำหรับคุณแม่มือใหม่ตรวจครรภ์ด้วยตนเอง

  • อ่านคำแนะนำและทำความเข้าใจก่อนทำการตรวจอย่างละเอียด รวมถึงการปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
  • การตรวจครรภ์ด้วยตนเอง เป็นเพียงการตรวจเบื้องต้นเท่านั้น ดังนั้นเมื่อทำการตรวจแล้ว ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจซ้ำอีกครั้งเพื่อรับการยืนยันถึงผล และเพื่อเตรียมความพร้อมในการตั้งครรภ์ แต่หาไม่ได้ตั้งครรภ์ก็ตรวจเพื่อหาสาเหตุของการไม่ตั้งครรภ์
  • การตรวจหาการตั้งครรภ์เพียง 1 ครั้ง ถือว่ายังไม่เพียงพอต่อการยืนยันผลในเบื้องต้น เนื่องจากระดับฮอร์โฒน HCG ในหญิงที่ตั้งครรภ์จะมีระดับที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการตรวจครรภ์ในครั้งที่ 2 ของวันถัดมาประมาณ 2 – 3 วัน จะช่วยให้ผลที่น่าเชื่อถือและแน่นอนมากกว่า เนื่องจากว่าในบางครั้งของการตั้งครรภ์ช่วงแรก ฮอร์โมนที่ร่างกายกำลังสร้างอยู่ในระดับต่ำกว่าระดับความไวของที่ตรวจครรภ์ (ต่ำกว่า 20 mIU/ml.) ทำให้การตรวจในครั้งแรกจึงยังไม่พบว่าตั้งครรภ์
  • การตรวจปัสสาวะ แนะนำว่าควรใช้ปัสสาวะหลังจากที่ตื่นนอนตอนเช้าจะให้ผลดีมากที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าปัสสาวะจากช่วงเวลาอื่นจะให้ผลที่ไม่ดี สำคัญที่สุด คือ การใช้ปัสสาวะสดๆ หรือเป็นการปัสสาวะใหม่เท่านั้น
  • ที่ตรวจครรภ์เมื่อซื้อมาแล้วสามารถเก็บเอาไว้ในอุณหภูมิห้องตามปกติได้ที่ไม่เกิน 30 องศา เก็บให้เลี่ยงจากแสงแดดและความชื้น
  • เมื่อฉีกซองที่ตรวจครรภ์แล้วจะต้องใช้ตรวจทันที จึงจะได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ แต่ถ้าฉีกแล้วยังไม่มีการใช้งานก็สามารถเก็บเอาไว้ได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง เพราะหากที่ตรวจครรภ์โดนความชื้นก็จะทำให้ประสิทธิภาพที่มีลดลง อีกทั้งยังอาจทำให้การแสดงผลตรวจผิดพลาดได้อีกด้วย
  • ในการทดสอบซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ควรเว้นระยะห่างจากการตรวจครั้งแรกอย่างน้อย 2 – 3 วัน

การทดสอบการตั้งครรภ์โดยห้องทดลอง

การตรวจวัดหาค่าของฮอร์โมน HCG จะมีลักษณะการตรวจเหมือนการตรวจด้วยตนเอง ซึ่งจะทำการตรวจจากปัสสาวะหรือเลือดเช่นกัน แต่จะมีความแม่นยำ 100% จะสามารถตรวจได้ตั้งแต่วันที่ 7-10 หลังจากการปฏิสนธิ

  • ในการตรวจเลือด จะต้องตรวจภายใน 7 วันนับจากที่ปฎิสนธิ และยังไม่มีกำหนดมีประจำเดือนครั้งใหม่ และยังสามารถบอกกำหนดวันคลอดได้โดยการเปรียบเทียบกับค่ามารตฐานในเลือด แต่การตรวจจะนิยมใช้ปัสสาวะในการตรวจมากกว่า
  • ในกรณีที่ผลตรวจออกมาเป็นลบ จะทำการทดสอบซ้ำๆ และจะทำการตรวจการมีของประจำเดือนด้วย หากประจำเดือนมีการขาด ในขณะที่ทำการทดสอบแต่ผลยังออกมาเป็นลบ คุณแม่อาจมีสิทธิที่จะท้องนอกมดลูกได้ ดังนั้นควรตรวจอีกรอบ
  • ในบางรายผลการตรวจของร่างกาย และทำการทดสอบของการตั้งครรภ์ จะไม่สามารถให้ข้อวินิจฉัยการตั้งครรภ์ได้ จนตั้งครรภ์ไปแล้ว ึเดือน แต่ในบางรายจะมีอาการของการตั้งครรภ์ครบถ้วน แต่ก็ไม่สามารถตรวจสอบการตั้งครรภ์จากแพทย์ได้ และการตรวจจากห้องทดสอบ ในกรณีหลังจะพบว่า เกิดจากสาเหตุที่มีความแปรปรวนของจิตใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง

1 ความคิดเห็น

  1. […] ทั้งหมดนี้คืออาการสัญญาณเบื้องต้นว่าคุณที่กำลังตั้งครรภ์ หากท่านใดมีอาการดังกล่าว คุณแม่สามารถตรวจเช็คอาการท้องหรือไม่ในเบื้องต้นด้วยชุดทดสอบการตั้งครรภ์ หรือที่ตรวจครรภ์ เพื่อทำการตรวจหา ฮอร์โมน HCG (Human chorionic gonadotropin) ซึ่งมีความแม่นยำถึง 90% ชุดตรวจครรภ์สามารถหาซื้อได้ตามร้านเภสัช หรือร้านสะดวกซื้อทั่วไปได้ และหากตรวจออกมาแล้วก็ควรที่จะเดินทางไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อเช็คชัวร์อีกครั้ง หากผลตรวจออกมาแล้วว่าตั้งครรภ์ก็ควรเดินทางฝากครรภ์ภายใน 12 สัปดาห์ เพื่อทำการเช็คอายุครรภ์ที่แน่นอน และติดตามการเจริญการเติบโตของเด็กทารกในครรภ์ได้อย่างถูกต้อง ความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ การดูแลจนเองในช่วงการตั้งครรภ์ ตลอดจนถึงการกำหนดการคลอด แต่สำหรับหากตรวจพบว่าไม่ได้เกิดการตั้งครรภ์ก็จะตรวจหาสาเหตุว่าทำไม่ถึงไม่ได้ตั้งครรภ์ หรือการตรวจหาการตั้งครรภ์นอกมดลูก […]

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here