ลูกชอบทำร้ายตัวเอง

เด็กในวัยตั้งแต่ 1 – 5 ปี เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว เลียนแบบพฤติกรรมต่างๆ และต้องการที่จำทำอะไรต่างๆด้วยตนเอง มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ซึ่งที่เป็นปัญหาของเด็กในวัยนี้ที่ทุกบ้านต้องเจอ คือภาวะทางอารมณ์ของวัยนี้ ที่เรียกว่าวัยทอง 2 ขวบ ที่จะแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ เพื่อจะเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ เป็นการทดสอบการเลี้ยงดูของพ่อแม่ว่าจะแก้ไขด้วยวิธีการอย่างไร แต่ในรายเด็กบางครอบครัวก็มีสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการแสดงพฤติกรรมการเรียกร้องโดยการ ทำร้ายตัวเอง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วงเอามากๆ เพราะเด็กประเภทนี้เมื่อทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ หรือมีความไม่พอใจก็จะแสดงพฤติกรรมการทำร้ายตัวอง เช่น ชอบดึงผมตัวเอง เอาหัวโขกพื้น หรือตีและกัดตัวเอง เนื่องจากเด็กเหล่านี้ไม่สามารถคิดแก้ไข หรือหาทางออกจากความเครียดของตัวเองได้ และยิ่งหากพ่อแม่เข้าไปกดดัน หรือบังคับให้ลูกตอบเกี่ยวกับพฤติกรรมที่แสดงออกมา ก็จะยิ่งเพิ่มความเครียดให้กับลูกเข้าไปอีก

พฤติกรรมลูกชอบทำร้ายตัวเองจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเด็กเล็ก กับช่วงเด็กโต หากเป็นช่วงเด็กเล็กมาก (1-3 ปี) คือพฤติกรรมปกติเพราะช่วงอยู่ในกำลังเรียนรู้อย่างหนึ่ง ที่ทำไปเพราะเห็นเป็นเรื่องสนุกหรือกำลังเรียนรู้เกี่ยวร่างกายของตัวเอง ซึ่งสักพักลูกก็จะเลิกพฤติกรรมนี้ไปเอง แต่สำหรับเด็กที่โตแล้ว (3 ปีขึ้นไป) หากยังมีพฤติกรรมชอบทำร้ายตัวเอง อาจเกิดจากลูกได้รับกระทบกระเทือนจิตใจ หรือได้รับความรู้สึกจากระบบต่างๆ ของประสาทสัมผัสทีั้ง 7 หรือ 7 Senses ไม่สมดุล จะมีมากหรือน้อยเกินไป ส่งผลทำให้เด็กแสดงพฤติกรรมต่างๆออกมา เช่น การเรียกร้องความสนใจ การแสดงอารมณ์ที่ไม่พอใจออกมา ทำร้ายตัวเองเมื่อตัวเองรู้สึกผิด เด็กมีความเครียดหรือมีความกังวลใจที่ไม่สามารถพูดหรือระบายออกมาได้ ต้องการเอาชนะ หรือมีความบกพร่องทางอารมณ์ หรือเด็กพิเศษ เป็นต้น

สาเหตุพฤติกรรมลูกชอบทำร้ายตัวเอง

การแสดงพฤติกรรมการทำร้ายตัวเองของลูกเกิดขึ้นได้จากๆหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่มักเกิดจากลูกมีความรู้สึกคับข้องใจ มีความเครียด อึดอัด สับสน ในเรื่องต่างๆ เด็กในช่วงวัยนี้เป็นวัยที่อย่างทำอะไรในสิ่งต่างๆรอบตัวด้วยตนเอง แต่เมื่อผู้ใหญ่ขัดขวาง ขัดจังหวะ ผลก็ทำให้เด็กมีการแสดงอารมณ์หงุดหงิดออกมา โมโห อาระวาด หรือกรี๊ดออกมา ด้วยเด็กในวัยนี้การสื่อสารออกมาเป็นคำพูดอย่างมีเหตุผล ยังทำไม่ได้ หรือทำได้แต่ยังไม่ดี หรืออีกสาเหตุหนึ่งคือการเลียนแบบพฤติกรรม ซึ่งเด็กอาจเห็นจากคนรอบตัวที่แสดงพฤติกรรมตัวอย่างออกมา หรือการได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจอย่างแรงและไม่สามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้จึงหันมาทำร้ายตัวเองเพื่อระบายความรู้สึกออกมา

วิธีการแก้ไขพฤติกรรมการทำร้ายตัวเอง

สำหรับครอบครัวไหนกำลังเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าว เรามีวิธีในการรับมือมาแนะนำ

ไม่บีบบังคับหาคำตอบของลูกเกี่ยวกับพฤติกรรมที่แสดงออกมา

ที่ผ่านมาหลายๆครอบครัวใช้วิธีแก้ไขที่ผิดโดยการบีบบังคับลูกถามลูกว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ซึ่งเป็นวิธีผิดอย่างรุนแรง เพราะจะเป็นตอกย้ำความเครียดของลูกทวีคูณขึ้นไป ดังนั้น พบเจอพฤติกรรมดังกล่าวหลีกเลี่ยงการบีบบังคับในการถามลูก ให้เข้าไปกอดและถามลูกด้วยอารมณความเป็นห่วง อย่างเช่น ให้แม่ช่วยอะไรไหม หากลูกไม่ตอบ ก็อย่าได้เซ้าซีถาม ให้ลูกใจเย็นลงและค่อยๆคุยกับลูกดีๆ สอนลูกดีๆ ว่าพฤติกรรมแบบนี้ไม่ดี อีกครั้ง

หยุดการใช้ความรุนแรงเพื่อหยุดความรุนแรง

การใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ไขความรุนแรงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เพราะทำแบบนี้ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ และจะเป็นการยิ่งตอกย้ำความเครียด และเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมก้าวร้าวให้กับลูกเข้าไปอีก ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ความมีความอ่อนโยนกับลูก ใช้เหตุผลพูดคุยกับลูก หาสาเหตุและแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน

ชวนลูกทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความคิดให้ลูกในเชิงสร้างสรรค์และผ่อนคลาย

การหากิจกรรมที่ใช้แนวคิดอย่างสร้างสรรค์ให้ลูกได้ใช้จินตราการอย่างเต็มที่ก็เป็นการผ่อนคลายความเครียดให้กับลูก หรือหากิจกรรมในเชิงความคิด เพื่อสังเกตุพฤติกรรมของลูกว่าเป็นเด็กแบบไหน และหากเด็กมีแนวโน้มว่าจะมีความรุนแรง ก็หาวิธีการปรับเปลี่ยนความคิด ทัศนคติ ให้ลูกได้คิดในเชิงบวก

หลีกเลี่ยงให้ลูกดูสื่อๆต่าง ที่มีเนื้อหาความรุนแรง

อย่างที่ทราบกันดี ว่า ณ ตอนนี้เป็นยุคของออนไลน์ ซึ่งสื่อต่างๆ ก็เข้าถึงได้ง่ายๆ ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ออกมา ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงให้ดูสื่อที่มีเนื้อหารุนแรง หากพบ ก็เข้าไปคุยกับลูกดีๆ หรือหากลูกเล่นโทรศัพท์ของคุณก็จำกัดการเข้าถึงได้

แนะนำวิธีการระบายอารมณ์ให้กับลูกแทนการทำร้ายตัวเอง

วิธีการระบายอารมณ์มีได้หลากหลายรูปแบบ คุณพ่อคุณแม่ควรมีการพูดคุยกับลูก และแนะนำให้ลูกได้ลองระบายอารมณ์ด้วยซื้อสีมาให้ลูกระบาย หรือลองฉีกกระดาษ ทุบหมอน หรือตะโกนใส่หมอน แต่ทางแก้ที่ดีคือการพูดคุยและหากิจกรรมเพื่อให้ลูกได้ผ่อนคลายจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า

พูดคุยกับลูกโดยใช้เหตุผล

หากลูกทีพฤติกรรมตัวเอง ที่มีผลมาจากการที่ลูกทำผิด คุณพ่อคุณแม่ควรใช้การพูดคุยโดยสอนเหตุผล แทนการดุ ด่า หรือใช้ความรุนแรงในการลงโทษ เพราะคนทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่สามารถทำผิดได้

หมั่นเอาใจใส่พฤติกรรมของลูก

หากลูกมีพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น เมื่อก่อนลูกไม่เคยทำร้ายตัวเอง แต่มาครั้งนี้ลูกใช้การระบายอารมณ์ในการทำร้ายตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติ คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบหาสาเหตุและแก้ไข ด้วยการเข้าไปพูดคุยกับลูก ห้ามกดดันลูกโดยเด็ดขาดเพราะเด็กจะคิดว่าคุณไม่ได้อยู่เข้าข้างหรือเข้ามาช่วย จะคิดว่าคุณคือปัญหาอีกแบบ และจะไม่เข้าหาคุณอีกเลย ดังนั้น การพูดคุยด้วยเหตุผลแต่มีความจริงจังแต่อ่อนโยนจะเป็นวิธีการดีในการแก้ไขพฤติกรรมดังกล่าว

เข้าหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อแก้ปัญหาพฤติกรรมดังกล่าว

ในรายเด็กที่มีพฤติกรรมการทำร้ายตัวเองอย่างรุนแรงจนคุณรับมือไม่ไหว การเข้ารับการปรึกษาจิตแพทย์ก็เป็นอีกวิธี เพราะเด็กอาจมีความเสี่ยงภาวะออติสติก หรือโรคทางระบบประสาท หรือเข้าปรึกษาเพื่อหาทางแก้ไขเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูก ให้ใช้ชีวิตเป็นปกติอีกครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here