ทำงานตอนตั้งครรภ์

ผู้หญิงในสมัยนี้เกือบทุกคนเป็น Working Woman ที่ทำงานทุกอย่างทั้งนอกบ้านและในบ้าน งานมากขนาดไหนก็ไม่หวั่นทำได้หมด เก่งกว่าผู้ชายหลายท่าน แต่เมื่อรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ถึงจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ตารางงานที่ทำในแต่ละวันก็รวนไปหมด ดังนั้นการวางแผนการทำงานตอนตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะมันมีผลต่อลูกในท้อง รวมไปถึงการสร้างความมั่นใจให้กับเจ้านายหรือลูกน้อง

เมื่อตั้งครรภ์จำเป็นต้องหยุดงานหรือไม่

ในยุคสมัยนี้ ผู้หญิงจำเป็นต้องออกมาหางานทำเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งคุณแม่โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่จึงได้มีคำถามว่าจำเป็นต้องหยุดงานในระหว่างที่ตั้งครรภ์หรือไม่ และหากฝืนทำงานจะเป็นอันตรายหรือไม่

สำหรับเรื่องนี้ไม่มีกฏอะไรตายตัว โดยทั่วไปการตั้งครรภ์ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำงาน ซึ่งถ้าร่างกายแข็งแรง และไม่ได้ทำงานที่หนักจนเกินไป ก็อาจสามารถที่จะทำงานไปได้จนถึงวันคลอด แต่อุปสรรคของคนที่ทำงานในระหว่างการตั้งครรภ์จะมีอาการอ่อนเพลียได้ง่าย ทำงานได้ไม่ยาวนานเหมือนปกติ และต้องการเวลาพักผ่อนมากกว่าปกติ ถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการทำงานที่หนัก แต่สำหรับคุณแม่ที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีเป็นพิษ เอกซเรย์ หรือสารกัมมันตรังสี ควรงดการทำงานเพราะลักษณะงานมีความเสี่ยงต่อลูกในท้อง

เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ควรบอกเจ้านายของคุณก่อนเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเป็นมารยาทที่ควรทำและถือเป็นการให้เกียรติที่จะทราบเรื่องน่ายินดีก่อนใคร แต่ถ้าเป็นเพื่อสนิทการบอกก่อนก็ไม่เป็นไร แต่อย่าลืมบอกเพื่อนว่าอย่าเพิ่งบอกใคร

การปรับไลฟ์สไตล์การทำงานตอนตั้งครรภ์

คุณแม่ที่ทำงานนั่งโต๊ะ แม้ไม่ใช่งานหนัก แต่ต้องนั่งตลอดเวลา ไม่ค่อยลุกเดิน ทำให้ขาบวม ควรมีเวลายึดสายหรือออกกำลังพอควร หาเก้าอี้วางเท้าให้สูงขึ้นเพื่อให้เลือดไหลกลับเข้าหัวใจสะดวก และคุณแม่ที่ต้องนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ควรพักสายตาและผ่อนคลายกล้ามเนื้อบ้าง ควรหยุดพัก 15 นาที ทุก 2 ชั่วโมง และอย่าอั้นปัสสาวะ จนเสี่ยงต่อการเกิดทางเดินปัสสาวะอักเสบ

ข้อควรระวังในการทำงานระหว่างการตั้งครรภ์

  • หลี่กเลี่ยงการเดินที่บ่อยมากเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการยืนเป็นเวลานานๆ
  • หลีกเลี่ยงการยกยองที่หนัก แต่หากมีความจำเป็นก็ให้ใช้วิธีการงอเข่าหลังเหยียดตรง เพื่อปล่อยน้ำหนักไว้ที่ต้นขาจะช่วยไม่ให้ปวดหลัง
  • ขยับ ปรับอิริยาบถ ร่างกายบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการอยู่ท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานานๆ
  • หากจำเป็นต้องนั่งนานๆ ควรมีพนักพิงที่เอียงประมาณ 110-120 องศา หรืออาจเสริมเบาะสำหรับพิงเพื่อจะได้นั่งให้ก้นชิดพนักพิง
  • ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่สบายๆ ไม่รัดรูป และงดสวมใส่รองเท้าส้นสูง

บทความเที่เกี่ยวข้อง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here