บทความล่าสุด

ทารกก็เป็น “ฝี” ได้ – สาเหตุและการรักษา

ทารกก็เป็น “ฝี” ได้ - สาเหตุและการรักษา เนื่องจากทารกมีผิวที่บอบบางและระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขายังอยู่ในช่วงการพัฒนา ทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย รวมถึงฝีที่อาจเกิดขึ้นกับทารกได้เช่นกันค่ะ ซึ่งในบางครั้งอาจมองเหมือนเป็นตุ่มยุงกัดธรรมดา ดังนั้นคุณแม่ควรสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกน้อย และในบทความนี้เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับฝีที่เกิดขึ้นกับทารก รวมถึงอาการและวิธีการดูแลรักษาอย่างไร ฝีคืออะไร ฝีเป็นก้อนเนื้อนุ่มที่ปรากฏบนผิวหนังเนื่องจากการติดเชื้อในต่อมหรือรูขุมขนชั้นใต้ผิวหนัง การติดเชื้อมักเกิดขึ้นเนื่องจากแบคทีเรียในกลุ่ม staphylococcus aureus แบคทีเรียนี้อาศัยอยู่บนผิวหนัง จมูกและปาก โดยปกติผิวหนังมักทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันแบคทีเรียเหล่านี้ป้องกันไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย แต่เมื่อมีการขูดหรือกัดเป็นแผลเชื้อแบคทีเรียนี้จะเข้าสู่ร่างกายผ่านรอยแตกบนผิวหนังและพัฒนาเป็นฝีได้ ในช่วงแรกผิวหนังที่ได้รับผลกระทบจะกลายเป็นสีแดงและมีก้อนเนื้อปรากฏขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปก้อนเนื้ออาจเปลี่ยนเป็นสีขาวและมีการสะสมของหนองค่ะ ฝีที่เกิดขึ้นสามารถติดต่อไปยังบุคคลที่สัมผัส การใช้สิ่งของเครื่องใช้ เช่น ผ้าเช็ดตัว แปรงสีฟัน ฯลฯ ได้อีกด้วย สาเหตุของการฝีในทารก ฝีเป็นกลไกการต้านเชื้อโรคของร่างกายเกิดขึ้นชั้นใต้ผิวหนัง โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดฝีในทารกได้แก่ ระบบภูมิคุ้มกันต่ำ ขาดสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี ขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย การสัมผัสสารเคมีบางชนิด เช่น การใช้สบู่หรือครีม ผงซักฟอกรุนแรง ทำให้ผิวหนังระคายเคือง รวมสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายค่ะ และโดยทั่วไปแล้วฝีในทารกจะไม่นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนใดๆ แต่หากการตุ่มนั้นถูกบีบหรือถูกแทงเปิดอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ สัญญาณและอาการของฝีในทารก  โรคฝีในทารกมักจะแสดงสัญญาณและอาการดังนี้ ผิวหนังที่ได้รับผลกระทบจะมีอาการบวมและแดง ในบางครั้งเด็กอาจมีไข้ร่วมด้วย หรืออาจเกิดขึ้นได้หลายจุด และต่อมน้ำเหลืองรอบๆแผลอาจบวมขึ้นค่ะ การรักษาฝีในทารก  สิ่งสำคัญในการรักษาฝีคือ การรักษาความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมและปิดด้วยผ้ากอซ เพื่อป้องกันการสัมผัสการเสียดสีกับสิ่งอื่น รวมถึงการป้องกันการแพร่กระจายของการติดเชื้อ หากดูเหมือนว่าแผลจะโตขึ้นหรือขยายใหญ่ขึ้นแพทย์อาจสั่งให้ยาปฏิชีวนะ และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์โดยเคร่งครัดมิฉะนั้นจะมีการกำเริบของโรคค่ะ และในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดเปิดแผลและล้างหนองออกเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด การป้องกันการเกิดฝีในทารก การป้องกันนั้นสามารถทำได้เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดฝี ได้แก่  - รักษาสุขลักษณะส่วนบุคคลที่เหมาะสมในลูกน้อยของคุณ - ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งในขณะที่จับทารก - เปลี่ยนผ้าเช็ดตัวและผ้าปูที่นอนของทารกอย่างสม่ำเสมอ - ในกรณีที่เกิดฝีแล้วควรรักษาความสะอาด...

การติดเชื้อทรวงอกในเด็ก

การติดเชื้อทรวงอกในเด็ก การติดเชื้อที่หน้าอกเป็นเรื่องธรรมดาในเด็กและสามารถสังเกตได้ง่าย ซึ่งมักจะพัฒนาจากไข้หวัดและสามารถพัฒนาเป็นโรคที่คุกคามชีวิตได้หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รับการรักษา ดังนั้นในบทความนี้เรามาทำความเข้าใจกันว่า การติดเชื้อทรวงอกคืออะไร และมีวิธีการดูแลรักษาได้อย่างไร การติดเชื้อที่ทรวงอกคืออะไร การติดเชื้อที่หน้าอกสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ โรคหลอดลมอักเสบและโรคปอดบวม เด็กเล็กมีโอกาสเสี่ยงการติดเชื้อมากว่าช่วงวัยอื่น เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังคงพัฒนาได้ไม้เต็มที่เท่าช่วงวัยอื่นค่ะ การติดเชื้อที่หน้าอกมักจะเริ่มเป็นไข้หรือเป็นหวัดและจะพัฒนาอย่างรวดเร็วหากไม่ได้รับการรักษา และความแตกต่างระหว่างสองประเภทคือ โรคปอดบวมมีผลกระทบต่อถุงลมในปอด ในขณะที่โรคหลอดลมอักเสบส่งผลให้เกิดการอักเสบของเยื่อเมือกที่มีอยู่ในร่างกาย สาเหตุของการติดเชื้อทรวงอกในเด็ก การติดเชื้อทรวงอกสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยซึ่งอาจทำงานควบคู่กันในบางกรณี ดังนี้ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ความแข็งแรงของภูมิคุ้มกัน เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังคงเจริญเติบโตไม่เต็นที่ จึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับแบคทีเรียและไวรัสที่จะติดเชื้อในเด็กและทำให้เกิดการติดเชื้อที่หน้าอกได้ โรคภูมิแพ้ ในบางกรณีคุณอาจสังเกตเห็นว่าลูกของคุณติดเชื้อในเวลาเดียวกันทุกปี ซึ่งมักจะหมายความว่าเขาแพ้สิ่งที่เป็นไปตามฤดูกาล เช่น ละอองเกสรดอกไม้ตามฤดูกาล เป็นต้น โรคไข้หวัด สิ่งนี้เกิดขึ้นในเด็กส่วนใหญ่โรคหวัดมักเกิดจากการติดเชื้อทรวงอกหลังจากนั้นไม่นาน เกิดขึ้นเพราะความเย็นทำให้ร่างกายอ่อนแอต่อการถูกโจมตี เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ระดับมลพิษทางอากาศรอบตัว เช่น ควันบุหรี่ ฯลฯ ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของลูกคุณและอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อทรวงอกได้เช่นกันค่ะ อาการของการติดเชื้อทรวงอกในเด็ก อาการของโรคติดเชื้อทรวงอกในเด็กและเห็นได้ชัดว่าลูกของคุณได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อ ได้แก่ มีไข้สูง ไอและมีเสมหะสีเหลืองหรือสีเขียว หายใจลำบากพร้อมกับหายใจดังเสียงวี๊ด อัตราการเต้นของหัวใจเร็ว อาการปวดหรือแน่นเจ็บหน้าอก บางรายอาจมาพร้อมกับคลื่นไส้และอาเจียน การรักษาการติดเชื้อทรวงอกในเด็ก การรักษาโรคติดเชื้อทรวงอกในเด็กนั้นค่อนข้างง่ายไม่ร้ายแรงและจะดีขึ้นเองภายในเวลาไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งลูกของคุณจะต้องได้รับการดูแลในระยะแรกของการเจ็บป่วยเพื่อบรรเทาอาการที่เกิดขึ้น และสามารถดูแลรักษาได้เองที่บ้านโดยมีวิธีการรักษามีดังนี้ ยาพาราเซตามอล สามารถช่วยลดไข้และลดความแออัดในหน้าอกได้ค่ะ การใช้น้ำเกลือล้างจมูก เพื่อช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกและบรรเทาเสมหะได้ดี การสูดดมไอน้ำเป็นอีกวิธีที่ยอดเยี่ยมในการลดอาการคัดจมูกค่ะ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด และการพักผ่อนที่เพียงพอเพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันค่ะ การติดเชื้อทรวงอกนั้นโดยปกติอาการเหล่านี้จะหายไปภายใน 2-3 สัปดาห์หลังจากการได้รับการรักษาจากที่บ้าน หากอาการของอาการไม่ดีขึ้นหรือพบว่าลูกของคุณหายใจลำบากรู้สึกไม่สบายหรือไอมีเสมหะปนคราบเลือดควรรีบพบแพทย์ทันที  

14 อาหารสำหรับเด็กที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก

14 อาหารสำหรับเด็กที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก การทำให้แน่ใจว่าลูกได้รับธาตุเหล็กมากพอ อาจดูยากเมื่ออยู่ในช่วงของวัยที่เลือกกินอาหาร แต่เนื่องจากธาตุเหล็กเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาของร่างกาย และเกิดภาวะโลหิตจางได้ค่ะ ในทารกส่วนใหญ่ไม่ต้องการอาหารเสริมชนิดใดจนกว่าจะมีอายุอย่างน้อย 4 เดือน เพราะเด็กทุกคนได้รับธาตุเหล็กจากแม่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ค่ะ หากลูกน้อยของคุณเกิดมาก่อนกำหนดมีความเป็นไปได้ที่ลูกของคุณอาจประสบปัญหาการขาดธาตุเหล็กได้ค่ะ อาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็กแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ ธาตุเหล็กในรูปฮีม (heme) พบในเนื้อสัตว์เท่านั้นซึ่งร่างกายสามารถดูดซับได้ง่าย และในรูปแบบอื่นๆ(non-heme) พบได้ในพืช, ถั่ว, ผลไม้, เนื้อสัตว์บางประเภท และอาหารเสริม เป็นต้น และบทความนี้เรารวบรวม 15 อาหารสำหรับเด็กที่อุดมด้วยธาตุเหล็กได้แก่ เนื้อสัตว์ทั้ง เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อปลา ล้วนมีธาตุเหล็กโดยเฉพาะเนื้อแดงและตับ ซึ่งควรนำส่วนที่เป็นไขมันทั้งหมดของเนื้อสัตว์ออกก่อนปรุงอาหารเนื่องจากไม่มีธาตุเหล็กค่ะ และควรปรุงเนื้อสัตว์ให้สุกก่อนให้อาหารกับลูกของคุณ เพราะเนื้อสัตว์บางชนิดอาจเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กที่จะเคี้ยวและย่อยได้ง่ายค่ะ ไข่แดง เป็นแหล่งธาตุเหล็กที่ดีสำหรับเด็กและปรุงเป็นอาหารทานได้ง่าย สามารถประยุกต์ได้กับอาหารได้หลากหลายแบบโดยไม่ต้องกินสิ่งเดียวกันทุกวันค่ะ ข้าวกล้อง อาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็กสำหรับเด็กทารก ซึ่งข้าวอาจจะไม่ดึงดูดความสนใจของเด็ก คุณแม่สามารถเพิ่มรสชาติด้วยการผัดไข่หรือเพิ่มเนื้อสัตว์ รวมถึงการแต่งจานให้ดูน่ารับประทานมากขึ้นค่ะ ถั่ว ในถั่วเกือบทุกชนิดอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก เช่น ถั่วแระญี่ปุ่น ถั่วดำ ถั่วเหลือง ถั่วแดงหลวง เป็นต้น ซึ่งคุณแม่สามารถอบถั่วและปรุงรสด้วยเกลือและเครื่องเทศอ่อนๆก่อนที่จะให้ลูกทานได้ค่ะ มันเทศและมันฝรั่งหวาน เด็กส่วนใหญ่ชื่นชอบมันฝรั่งอบหรือนึ่ง...

แผลในปาก – สาเหตุและการดูแลรักษา

แผลในปาก - สาเหตุและการดูแลรักษา แผลในปากในเด็กสามารถเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ ซึ่งมีหลายปัจจัยที่สามารถนำไปสู่แผลในปาก เช่น การขาดกรดโฟลิกวิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก แผลยังสามารถเกิดขึ้นเนื่องจากการบาดเจ็บที่ปากที่เกิดขึ้นในขณะที่แปรงฟันหรือในระหว่างการรักษาทางทันตกรรม เป็นต้น ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงเหตุผลและการรักษาแผลพุพองเหล่านี้ จะช่วยให้คุณปลอบประโลมลูกได้ดีค่ะ สาเหตุของการเกิดแผลในปาก การเกิดแผลในปากของเด็กนั้นเกิดขึ้นไม่บ่อยนักและมักสร้างความหงุดหงิดให้กับเด็กเป็นอย่างมากค่ะ สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดแผลในปากได้แก่ การขาดวิตามินบางชนิด การดื่มน้ำไม่เพียงพอยังสามารถทำให้เกิดแผลเปื่อย การแพ้อาหารหรือสารระคายเคืองอื่นๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารร่วมด้วย แผลเปื่อยจากการกัดปากหรือใช้แปรงสีฟันแข็ง ปัญหาของโรคปากนกกระจอกที่สามารถส่งผ่านทางพันธุกรรมให้กับเด็ก เป็นต้น สัญญาณและอาการของแผลในปาก แผลในปากที่เกิดขึ้นนั้นเราไม่อาจระบุสาเหตุของการเกิดแผลได้ค่ะ แต่มักแสดงสัญญาณและอาการดังนี้ แผลมักจะมีขนาดเล็กประมาณ 6 มม. มีจุดศูนย์กลางสีขาวที่มีเส้นขอบสีแดงล้อมรอบ รู้สึกเจ็บปวดหรือแสบร้อน หรืออาจมีเลือดออกโดยเฉพาะขณะแปรงฟันหรือเคี้ยวอาหาร และแผลเปื่อยที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสสามารถมาพร้อมกับไข้ การรักษาแผลในปาก แผลในปากไม่จำเป็นต้องใช้ยาพิเศษใดๆค่ะ สามารถรักษาด้วยตนเองได้ในไม่กี่วันหรือใน 2-3 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะของแผล ความเจ็บปวดจากแผลมักจะบรรเทาลงภายใน 3-4 วัน การดูแลรักษาด้วยตัวเองที่มีประสิทธิภาพคือ การผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์กับน้ำและเช็ดเบาๆลงบนแผล ซึ่งจะช่วยให้แผลหายเร็วและบรรเทาจากความเจ็บปวดได้ค่ะ และควรหลีกเลี่ยงอาหารร้อนหรือมีรสเปรี้ยว เพราะจะทำให้แผลในปากและกระเพาะอาหารเจ็บปวดยิ่งขึ้น นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้เจลหรือครีมสำหรับใช้รักษาแผลในช่องปากในบริเวณที่มีอาการ ในกรณีที่มีอาการปวดอย่างรุนแรงสามารถขอให้แพทย์จ่ายยาที่เหมาะสมกับลูกของคุณค่ะ การป้องกันแผลในปากเปื่อยเน่า ซึ่งเป็นการยากที่จะป้องกันแผลเปื่อยในขณะที่ไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงได้ค่ะ ในกรณีที่มีอาการเจ็บปรากฏขึ้นซ้ำในบริเวณเดียวกันหลายๆครั้ง อาจเป็นเพราะฟันที่แหลมคม ในกรณีนี้แนะนำให้ไปหาหมอฟันและรับการตรวจฟันค่ะ นอกจากนี้คุณยังสามารถป้องกันเพื่อหยุดการแพร่กระจายเชื้อที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิด ด้วยการรักษาสุขอนามัยที่เหมาะสม รวมถึงการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินกรดโฟลิกและธาตุเหล็กค่ะ

ทำไมทารกถึงผายลมบ่อย

การผายลมเป็นเรื่องปกติและเกิดขึ้นตามธรรมชาติ อาจมีหลายสาเหตุจากที่ง่ายที่สุดไปจนถึงซับซ้อนที่สุด อย่างไรก็ตามการผายลมในทารกไม่ได้หมายความว่าทารกป่วย แต่แสดงถึงว่าลูกน้อยของคุณมีลักษณะของลมและก๊าซที่ติดอยู่ภายในค่ะ อย่างไรก็ตามลมหรือก๊าซในท้องอาจส่งผลให้ลูกของคุณมีอาการปวดท้อง หรือความทุกข์ทรมานจากอาการจุกเสียด และเหตุผลที่เป็นปัจจัยทำให้ผายลมมีดังนี้ Aerophagia หรือการกลืนอากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย เด็กทารกมักเกิดจากการกลืนอากาศระหว่างดูดนม หัวเราะและร้องไห้ เป็นต้น อาหารไม่ย่อย เมื่ออาหารที่ไม่ได้ย่อยสลายลงก๊าซจะถูกสะสมค่ะ การกระตุ้น เมื่อทารกได้รับความเครียดเนื่องจากเสียงดัง แสงไฟ การสัมผัสคนแปลกหน้า หรือผู้มาเยี่ยม เป็นต้น จะส่งผลให้เกิดการกระตุ้นมากเกินไป อาจส่งผลให้มีปัญหาในการนอนหลับในเวลากลางวันหรือกลางคืน การกินมากเกินไป เมื่อทารกกินมากเกินไปมันจะส่งผลต่อการตอบสนองของระบบย่อยอาหารในร่างกายมากขึ้น สิ่งนี้จะรบกวนระบบย่อยอาหารและทำให้กระเพาะอาหารของทารกไม่สบายเป็นผลให้มีการก่อตัวของก๊าซ การแพ้แลคโตส หรือการขาดแลคโตสชั่วคราว อาจทำให้เกิดก๊าซเมื่อร่างกายไม่สามารถผลิตแลคเตสเพียงพอที่จะทำลายน้ำตาล เมื่อเดินทางไปยังลำไส้ใหญ่ทำให้เกิดการหมักและเปลี่ยนเป็นแก๊สได้ค่ะ การให้นมบุตรที่ไม่ถูกต้อง อาจเป็นสาเหตุให้กลืนอากาศจำนวนมากส่งผลให้ให้เกิดก๊าซมากเกินไปค่ะ เคล็ดลับดูแลลูกน้อยให้สบายท้อง ลดอาการท้องอืด จุกเสียด หากลูกน้อยของคุณผายลมอยู่ตลอดเวลามีดังนี้ การนวดหน้าท้องของลูกน้อยเบาๆ เป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกาจากด้านขวาใต้กระดูกซี่โครงไปทางซ้าย ซึ่งจะทำให้ฟองก๊าซเคลื่อนที่ไปตามทางเดินอาหาร เรอ หลังจากกินนมเสร็จแล้วควรให้ลูกของคุณเรา ด้วยการลูบหลังเบาๆเนื่องจากการทำเรอจะช่วยกำจัดแก๊สได้ค่ะ การถีบหรือการปั่นจักรยานอากาศ ด้วยการวางลูกน้อยของคุณบนพื้นผิวที่เรียบมั่นคง จากนั้นให้อุ้มเท้าทารกและค่อยๆขยับไปมาในลักษณะถีบ จากนั้นงอขาลูกน้อยของคุณไปทางหน้าอก ทำซ้ำ 2-3 ครั้งค่ะ อาบน้ำอุ่น การอาบน้ำอุ่นช่วยในการผ่อนคลายและบรรเทาอาการปวดแก๊สได้ค่ะ โปรไบโอติก ในกรณีของเด็กโตคุณอาจให้โปรไบโอติก สามารถรักษาอาการจุกเสียดซึ่งอาจช่วยในการบรรเทาแก๊สโดยช่วยรักษาแบคทีเรียที่ดีในระบบย่อยอาหาร ดังนั้นการผายลมบ่อยๆจึงเป็นเรื่องปกติค่ะ เพราะการผายลมเป็นการช่วยขับลมภายในช่องท้อง...